กราบตักพ่อหลังพ้นคุก ‘สันธนะ’ ปูดสายโทรลึกลับกำกับเล่นงาน ขอพัก ก่อนลุยเอาเรื่อง 5 นายพล
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 13 พฤษภาคม ที่ศาลอาญา รัชดาภิเษก หลังจากศาลอนุญาตให้ประกัน พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ ที่ปรึกษาบริษัทพัฒนาตลาดใหม่ดอนเมือง ได้รับการปล่อยชั่วคราว พ.ต.ท.สันธนะ ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า ตั้งเเต่พนักงานรอบสวนพาตนเดินทางออกจาก สน.ดอนเมือง ตนได้สังเกตุเห็นความผิดปกติโดยมีการสั่งการถ่วงเวลาโดยอ้างว่ารอเอกสารคำร้องฝากขังพร้อมมีคำสั่งพิเศษมาให้ใช้เครื่องพันธนาการควบตัวตนอย่างเเน่นหนาโดยใส่กุญเเจมือ จนใกล้จะมาถึงศาลอาญาก็มีโทรศัพท์คำสั่งพิเศษโทรมาอีกว่าให้เอาตัวผมกลับไปยัง สน.ดอนเมือง ตนจึงเเจ้งคนควบคุมตัวไปว่าขณะนี้คุณได้ควบคุมตัวผมพร้อมเอกสารเข้ามาในเขตอำนาจศาลเเล้ว หากคุมตัวผมกลับไม่เเน่ว่าจะเข้าข่ายละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ คนควบคุมเลยจำเป็นต้องนำตนไปควบคุมที่ศาลอาญา
พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวว่า ได้ทราบว่ามีการนำคำร้องฝากขังกลับไปเเก้ไขได้ ซึ่งในคดีของตนได้มีการทำคำร้องเพิ่มเติมเพื่อที่จะไม่ให้ศาลอนุญาตปล่อยขั่วคราว เเต่เมื่อมีการยื่นคำร้องฝากขังไปเเล้ว ศาลท่านได้มีความเห็นว่าคดีของตนเเม้จะเป็นการกระทำหลายครั้งในเวลาต่อเนื่องเเต่เป็นความผิดเดียวกันผู้ต้องหาคนเดียวกันจึงสั่งให้รวมคำร้องฝากขังเป็นคำร้องเดียวกันทั้ง 8 คดี ซึ่งผู้พิพากษาองค์คณะที่พิจารณาก็ได้เเจ้งคำร้องให้ตนทราบ เเละตนก็ไม่คัดค้านการฝากขัง ต่อมาจึงเป็นการพิจารณาในเรื่องขอประกันตัว ซึ่งคดีนี้พนักงานสอบสวนเสนอศาลค้านการปล่อยชั่วคราวเเต่องค์คณะมีความเห็นอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวได้โดยมีหลักประกันเป็นเงินสด3เเสนบาท กำหนดเงื่อนไขห้ามยุ่งเหยิงพยานหลักฐานเเละห้ามข่มขู่ผู้เกี่ยวข้องในคดีซึ่งตนไม่ทำอยู่เเล้ว เเต่รายละเอียดในคดีอย่างที่ได้เคยเเจ้งว่าตนไม่คิดจะหลบหนี พอออกหมายจับตนก็เดินทางกลับมามอบตัวมีการประสานงานกับ ผกก.สน.โชคชัยให้กับเจ้าหน้าที่ให้มารับตัว ตนไม่ได้ถูกรวบตัว ผกก.ก็รับทราบ เเต่พอมีโทรศัพท์สั่งการมา ผกก.สน.โชคชัย ก็เปลี่ยนท่าทีจากที่เคยรับทราบเรื่องการติดต่อมอบตัวของตนทุกครั้ง
“ถ้ามีโทรศัพท์เข้ามามันจะเพี้ยนไปหมด เหมือนตอนมาศาลดีนะเขาโทรมาช้ารถเลี้ยวเข้าประตูศาลมาเเล้วถ้ายังไม่เลี้ยวสงสัยได้วนรถกลับไปยัง สน.ดอนเมืองอีกคดีนี้มันมีเหตุที่จะมีการสั่งการเป็นระยะให้มันมีเหตุเปลี่ยนเเปลงกันตลอดผมก็ไม่อยากให้ผู้ปฎิบัติเดือดร้อน เสียงนั้นมันมาจากสวรรค์หรือนรกสั่งมาทำไปอย่าให้คุณเดือดร้อน เดี๋ยวไอ้เสียงนั้นไว้เจอกับผมดีกว่าว่าใครมันจะเสียงดังกว่ากันตอนนี้ผมหวังพึ่งศาลยุติธรรมเป็นที่สุด” พ.ต.ท.สันธนะ กล่าว

พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวต่อถึงเรื่องที่เคยระบุว่ามีความขัดเเย้งกับผู้มีอิทธิพลฝ่ายรัฐว่า เรื่องนี้มันเริ่มต้นจาก3นายพลตำรวจ ตอนนี้ขยับเป็น5นายพลที่มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบมุ่งเป้าหมายมาที่ตน ดูการปฏิบัติจากควบคุมตนก็จะทราบได้เลย ว่ามีการเตรียมกำลังมาเป็นร้อยเเละเตรียมปฏิบัติการด้วยความรุนเเรง บุกค้นคอนโดตนจนคนเเตกตื่น โดยตนจะทำหนังสือถึง ผบ.ตร.ให้ทราบว่าใครคือนายพลที่มีปัญหากับตน 3 คน เเละการปฏิบัติที่ผ่านมาเป็นการปฏิบัติที่รุนเเรงเเละเลือกปฏิบัติกับตน
“หลังจากนี้ในทางคดีที่มี 8 พ่อค้าเเม่ค้าร้องทุกข์ทำให้ สงสัยว่าผมไปรีดทรัพย์ใครในหมายจับก็ไม่ได้ระบุข้อเท็จจริง ไม่รู้เลยทั้งที่ เป็นผู้ต้องหา ต่อมา ถึงทราบว่ามีกลุ่มผู้ค้า 8 รายที่เต็มใจมาชี้ตัวผมกับพนักงานตลาดร่วมกันข่มขู่บังคับเรียกเก็บ ไม่งั้นจะเปิดขายไม่ได้ทั้งที่ตลาดมีร้านค้ากว่า 500 ร้านค้ามีคุณเปิดไม่ได้ 8 ร้านค้า เรื่องนี้เชื่อว่าจะต้องมีการชักจูงโน้มน้าว 8 คนดังกล่าวผมได้ชื่อเเล้วต่อไปจะทำ การตรวจสอบว่าเป็นผู้ค้าจริงหรือไม่อยู่ล๊อคไหน ผมไปเดินผ่านร้านเรียกเก็บตอนไหน ซึ่งทั้ง 8 ราย ผมอ่านชื่อเเล้วไม่รู้จักเลย จำเป็นต้องฟ้องกลับเเน่นอน ส่วนหากมีการมาร้องผมเพิ่มเเละมีการขอออกหมายจับอีกเรื่องนี้ ทางทนายความของผมได้ยื่นคำร้องขอขอศาลว่าหากมีการเพิ่มผู้เสียหายก็ให้เเจ้งข้อหามา เเต่ในส่วนเรื่องการขอออกหมายจับหมายค้นที่มีการเตรียมการไว้ก่อน ขอให้ศาลพิจารณาให้ความเป็นธรรม เนื่องจากคดีนี้อยู่ในอำนาจศาลเเล้ว”พ.ต.ท.สันธนะ กล่าาว
อดีตรองผกก.สันติบาล กล่าวว่า ความอับอายน่าจะเป็นของสำนักงานตำรวจเเห่งชาติที่ทำกับตน

“มันไม่เคยมีการปฏิบัติเเบบนี้ ส่วนที่ว่าผมกร่างโวยวายเป็นคาเเร็คเตอร์ผมยอมรับ ผมไม่ยอมใคร ผมไม่เคยรีดไถใครไม่มีใครเคยมาฟ้องผม จะมีก็ตำรวจกลุ่มนี้เท่านั้น โดยหลังจากนี้ หากมีตำรวจมาปฎิบัติกับผมอย่างไรผมก็โต้กลับโต้ในทางกฎหมาย ผมเชื่อในศาลยุติธรรม”พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวย้ำ
พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวอีกว่า ทางทนายความได้ทำคำร้องต่อศาลแล้วว่าหากมีผู้าค้าอีก 50-100 รายมาแจ้งก็ให้แจ้งไป แต่ขอให้คำนึงถึงสิทธิของตนที่จะมาออกหมายจับ
“เป็นการเลือกปฏิบัติกับผมหรือไม่ เหมือนมีการเตรียมการไว้ก่อน อย่างเช่นเมื่อช่วงเช้าที่เขาได้กระทำกับผม บังคับว่าต้องใส่กุญแจมือห้ามเอาผ้าผูกมือผม ผมจึงบอกเจ้าหน้าที่ที่ควบคุมตัวผมว่าไม่เป็นไร ผมเชื่อมั่น และอยากให้ทุกคนสบายใจ ผมก็ยกมือให้ถ่าย ผมไม่ได้อับอาย แต่ความอับอายน่าจะเป็นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่กระทำกับผม ไม่เคยมีการปฏิบัติแบบนี้อย่างที่พวกท่านก็ทราบดี จะมาตำหนิว่าผมกร่าง พูดมาก อย่างนี้อย่างนั้น ผมเป็นคนแบบนี้ผมก็ยอมรับว่าผมเป็นคนไม่ยอมใคร คำว่าไม่ยอมหมายถึงว่า ผมไม่ได้กระทำผิดนะถูกไหมที่มากล่าวหาผม ผมสู้ตาย ผมพูดแค่นี้ ผมเป็นคนแบบนี้ ผมสู้มาทั้งชีวิต มันมีเบื้องหน้าเบื้องหลังแน่ มีวาระซ่อนเร้นอะไร กระทั่งประสงค์ต่อชีวิตผมเลย”
พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามจะดำเนินการกับตำรวจชั้นผู้ใหญ่เหล่านั้นแน่นอน เพราะว่ามันไม่ถูกต้องและไม่ชอบธรรม หลังจากนี้ก็จะขอพักผ่อนนิดนึง ขอสักวันแล้วก็จะเริ่มต้นต่อ ขอให้น้ำก่อน เดี๋ยวมีต่อๆ ขอบคุณทุกคนนะ
โดยหลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จ พ.ต.ท.สันธนะกล่าวว่าจะขอกลับบ้าน ไปพักผ่อนสักครึ่งวัน เเละก็เดินเข้าไปที่รถตู้สีดำที่มี พ.ต.อ.(พิเศษ)สมชาย ประยูรรัตน์ บิดา นั่งอยู่พร้อมกับนั่งลงกราบลงที่ตักพร้อมสวมกอดก่อนเดินขึ้นรถอีกคันกลับไป
ที่มา มติชนออนไลน์