เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ชัชชาติ’ คว้ารางวัลบุคคลต้านทุจริตปี’69 ยกระดับ กทม.เมืองโปร่งใส
Biz Movement ‘ชัชชาติ’ คว้ารางวัลบุคคลต้านทุจริตปี’69 ยกระดับ กทม.เมืองโปร่งใส
‘ชัชชาติ’ ผนึกกำลัง กอ.รมน. จัดระเบียบเมือง ปราบแรงงานต่างด้าว นอมินี ยาเสพติด
Politics ‘ชัชชาติ’ ผนึกกำลัง กอ.รมน. จัดระเบียบเมือง ปราบแรงงานต่างด้าว นอมินี ยาเสพติด
‘สุริยะ’ ปิดดีลจีน เปิดทางส่งออกสัตว์น้ำไทยเพิ่ม 500 ล้าน ควบลงนาม MOU บริหารจัดการน้ำ
Economic ‘สุริยะ’ ปิดดีลจีน เปิดทางส่งออกสัตว์น้ำไทยเพิ่ม 500 ล้าน ควบลงนาม MOU บริหารจัดการน้ำ
ธอส.จัดมหกรรมบ้านเดี่ยวแบบออนไลน์ กระตุ้นตลาดบ้านครึ่งหลังปี’69 ลดกว่า 50% เริ่ม 20-24 ก.ค. นี้
Finance ธอส.จัดมหกรรมบ้านเดี่ยวแบบออนไลน์ กระตุ้นตลาดบ้านครึ่งหลังปี’69 ลดกว่า 50% เริ่ม 20-24 ก.ค. นี้
“คนแบกกุ้ง” ดึง “เก่ง–น้ำปิง” นั่ง Friend of Brand ครั้งแรก
Biz Movement “คนแบกกุ้ง” ดึง “เก่ง–น้ำปิง” นั่ง Friend of Brand ครั้งแรก
Blu Green Token เข้าเทรดวันแรกเหนือจอง DITTO หวังระดมทุน 480ล้าน
Finance Blu Green Token เข้าเทรดวันแรกเหนือจอง DITTO หวังระดมทุน 480ล้าน
ราคาทองวันนี้ (20 ก.ค. 69) ปรับลง 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (20 ก.ค. 69) ปรับลง 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,800 บาท
NETBAY ชนะคดี NT ปมค่าบริการ ระบบนำเข้า-ส่งออกสินค้า NSW ไม่ต้องจ่าย 424 ล้านบาท
Tech NETBAY ชนะคดี NT ปมค่าบริการ ระบบนำเข้า-ส่งออกสินค้า NSW ไม่ต้องจ่าย 424 ล้านบาท
ออนิกซ์ชู Festival Tourism เจาะตลาดเที่ยวมาเลเซีย รับ 2 เทศกาลใหญ่
Business ออนิกซ์ชู Festival Tourism เจาะตลาดเที่ยวมาเลเซีย รับ 2 เทศกาลใหญ่
ญี่ปุ่นตกลงมอบอุปกรณ์ป้องกันประเทศแก่กัมพูชา ครั้งแรก ภายใต้โครงการ OSA
News ญี่ปุ่นตกลงมอบอุปกรณ์ป้องกันประเทศแก่กัมพูชา ครั้งแรก ภายใต้โครงการ OSA
ดูทั้งหมด

APAC-IRIDS 2024 ระดมสมองเพื่อโลกไร้ตับอักเสบ

04 ก.ค. 2567 | 09:02น.

ในปี 2022 มีประชากรจำนวน 304 ล้านรายติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ (Hepatitis) บีและซีแบบเรื้อรัง โดยมากกว่าครึ่งผู้ติดเชื้อไม่รู้ว่าตนเองมีเชื้อ และมากกว่า 80% ไม่ได้เข้ารับการรักษา (ข้อมูลจาก Coalition for Global Hepatitis Elimination) ทั้งนี้ ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคตับอักเสบมียอดสูงถึง 1 ล้านคนต่อปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าการเสียชีวิตด้วยโรคเอดส์ (HIV) ถึงสามเท่า และถือเป็น 63% ของยอดผู้เสียชีวิตจากตับอักเสบทั่วโลก

ที่ประชุมสมัชชาอนามัยโลก (World Health Assembly) มีมติเป็นเอกฉันท์ในการตั้งเป้ากำจัดเชื้อไวรัสตับอักเสบให้หมดสิ้นไปภายในปี 2030 และองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้จัดพิมพ์ Global Health Sector Strategy on viral hepatitis ขึ้นมาเพื่อปูทางไปสู่เป้าหมายดังกล่าว

โดยมีคำขวัญว่า “กำจัดให้หมดสิ้นไป” โดยกำหนดให้อัตราเกิดโรคไวรัสตับอักเสบบีและซีต้องลดลง 90% และอัตราการเสียชีวิตจะต้องลดลง 65% เมื่อเทียบจากปี 2015 ถึงปี 2030

แม้ว่าหลายประเทศจะปฏิบัติตามแนวทางแนะนำของ WHO แต่ความเป็นจริงยังไม่สามารถทำได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ เนื่องจากการเข้าถึงการรักษาโรคไวรัสตับอักเสบนั้นยังไม่ได้ขยายไปทั่วทั้งระบบสาธารณสุข และแนวทางบำบัดที่ง่ายและผู้คนจ่ายได้ถึงนั้นยังจำกัดอยู่ในวงแคบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับบริการปฐมภูมิ ในประเทศกลุ่มรายได้ต่ำและปานกลาง

ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดงาน Asia Pacific-International Roche Infectious Disease (IRIDS) 2024 ขึ้นที่ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 18-21 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยมีผู้เชี่ยวชาญจาก 12 ประเทศในกลุ่ม APAC มาร่วมเจาะลึกถึงประเด็นทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องโรคตับอักเสบ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นทางการแพทย์ เศรษฐกิจ สังคม และพฤติกรรมมนุษย์ ที่จะเป็นอุปสรรคกีดขวางการรักษา

รวมถึงการนำเสนอแนวทางปฏิบัติเพื่อพัฒนาระบบสาธารณสุขในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกให้ดียิ่งขึ้น เพื่อสร้างความตระหนักรู้ก่อนถึงวันตับอักเสบโลก (World Hepatitis Day) ที่ WHO กำหนดให้เป็นวันที่ 28 กรกฎาคมของทุกปี

ดร.จอห์น วอร์ด
ดร.จอห์น วอร์ด

“ดร.จอห์น วอร์ด” ผู้อำนวยการ Coalition for Global Hepatitis Elimination กล่าวว่า เชื้อไวรัสตับอักเสบแซงหน้าเชื้อเอชไอวีไปแล้วในฐานะภัยคุกคามด้านสาธารณสุขระดับโลก ในมุมหนึ่งภัยเรื่องตับอักเสบนี้เป็นเรื่องน่าเศร้า แต่ในอีกมุมหนึ่งคือโอกาส เพราะเชื้อไวรัสตัวนี้ป้องกันได้

“ประเทศส่วนใหญ่ในเอเชียมีความชุกของโรคไวรัสตับอักเสบสูงมาก แต่ในฝั่งทวีปอเมริกาและยุโรปได้ก้าวไปสู่โลกที่ไร้ไวรัสตับอักเสบ และการรับมือกับการรังเกียจคนเป็นไวรัสตับอักเสบสำเร็จ เพราะมีนโยบายให้ความสำคัญไปที่การตรวจหาไวรัสตับอักเสบบีและซีในกลุ่มผู้ใหญ่ทั้งหมด

แม้ว่าความชุกของโรคนี้จะมีน้อยมากเมื่อเทียบกับหลาย ๆ ประเทศในเอเชีย แต่กลุ่มคนผู้ใหญ่ที่เกิดในยุคที่ยังไม่มีวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง ทวีปอเมริกาและยุโรปจึงโฟกัสที่คนกลุ่มเหล่านี้ นอกจากนั้น ยังมีนโยบายต่อต้านการรังเกียจผู้ป่วย ดังนั้น ผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบจะยังคงได้รับการจ้างงาน และเข้าถึงระบบสาธารณสุข”

หลายประเทศยังคงมีความเข้าใจผิด ๆ ว่าเชื้อไวรัสตับอักเสบสามารถติดต่อผ่านการสัมผัสหรือรับประทานอาหารร่วมกัน แต่ความจริงคือเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซีเป็นไวรัสที่ติดต่อผ่านเลือด ดังนั้น จะติดต่อได้ผ่านการถ่ายเลือด การใช้เข็มที่มีเชื้อปนเปื้อน และการใช้แปรงสีฟันหรือมีดโกนที่มีเชื้อร่วมกัน ส่วนกิจกรรมต่าง ๆ อย่างเช่น การใช้ช้อน การสูบบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้าร่วมกันไม่ถือว่ามีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

โรเบอร์ตา ซาโน
โรเบอร์ตา ซาโน

“โรเบอร์ตา ซาโน” ผู้อำนวยการสมาคมโรคตับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก กล่าวว่า สถานการณ์ด้านตับอักเสบในเอเชีย-แปซิฟิกยังไม่สู้ดีนัก โดยปัญหาหลักอยู่ที่ประเทศส่วนใหญ่ในภูมิภาคนี้ไม่มีแผนปฏิบัติการระดับชาติที่ครอบคลุมพอ และยังมีความเชื่อผิด ๆ ในกลุ่มประเทศรายได้ต่ำและปานกลางว่า การกำจัดโรคตับอักเสบให้หมดสิ้นไปนั้นมีค่าใช้จ่ายที่สูง แต่ข้อมูลต่าง ๆ กลับชี้ให้เห็นว่า ค่าใช้จ่ายตรงนี้หากเทียบกับค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นหากเราไม่ทำอะไรเลย ถือว่าน้อยกว่ามาก

“หนึ่งในเป้าหมายของงาน APAC-IRIDS 2024 คือการดึงความสนใจของรัฐบาล และนำเสนอข้อมูลทางสาธารณสุขเพื่อให้ภาครัฐเข้าใจว่าโรคไวรัสตับอักเสบนั้นส่งผลกระทบถึงระดับประเทศได้มากเพียงใด รัฐบาลจะได้จัดสรรทรัพยากร ตลอดจนวางแนวทางในการตรวจและรักษาได้อย่างเหมาะสม

ซึ่งการตรวจหาไวรัสตับอักเสบสามารถทำได้ผ่านบริการแบบ Point-of-Care ที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสามารถทำการตรวจ วินิจฉัย และเริ่มการรักษาผู้ป่วยได้ในคราเดียว นอกจากนี้ ลู่ทางและโอกาสสำหรับการตรวจหาไวรัสตับอักเสบแบบตรวจด้วยตนเองที่บ้านตอนนี้ก็มีแล้ว”

ศ.นพ.ทวีศักดิ์ แทนวันดี
ศ.นพ.ทวีศักดิ์ แทนวันดี

ศ.นพ.ทวีศักดิ์ แทนวันดี” หัวหน้าสาขาวิชาโรคระบบทางเดินอาหารและตับ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า ไวรัสตับอักเสบเหมือนมังกรเงียบ มักไม่แสดงอาการอะไรออกมาจนกว่าเวลาจะผ่านไปนาน ๆ จนไวรัสค่อย ๆ ทำลายตับ และเมื่อใดก็ตามที่อาการเริ่มออก หลายคนก็พัฒนาจนเป็นมะเร็งตับแล้ว ซึ่งมีโอกาสหายยาก และเป็นมะเร็งที่คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกมากที่สุดเป็นอันดับสามอีกด้วย

“คนทั่วไปต้องไปตรวจเพื่อจะได้รู้ว่าตัวเองมีเชื้อหรือไม่ แต่เนื่องจากโรคนี้มักไม่แสดงอาการอะไรออกมา ผู้คนจึงไม่รู้หรือไม่คิดจะไปตรวจ ดังนั้น การมีแนวนโยบายระดับชาติมาปรับใช้เพื่อให้ทุกคนต้องเข้ารับการตรวจก็จะสามารถตอบโจทย์ความท้าทายตรงนี้ได้

ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขของไทยก็ตั้งเป้ากำจัดโรคไวรัสตับอักเสบบี และซีให้สำเร็จ ภายในปี 2030 จึงพยายามผลักดันให้ประชาชนตรวจในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติฟรี ที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน”

เหตุผลที่ไวรัสตับอักเสบซีมีความชุกในกลุ่มประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง เนื่องจากประชากรขาดการรับรู้ในเรื่องความเสี่ยงของการแพร่เชื้อ โครงสร้างพื้นฐานทางสาธารณสุขไม่ดีพอ นำไปสู่การตรวจคัดกรอง การวินิจฉัย และการรักษาที่ไม่เพียงพอ นอกจากนั้น การใช้เข็มเสพยา ซึ่งพบได้บ่อยกว่าเนื่องจากความยากจน ขาดการศึกษา และมีบริการบรรเทาทุกข์ไม่เพียงพอ ทำให้คนติดไวรัสสู่กันได้

นายแบค” (นามสมุมติ) ชาวเวียดนามที่เป็นผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบซี มาร่วมแชร์ประสบการณ์ว่าได้รับการวินิจฉัยเป็นไวรัสตับอักเสบซีโดยบังเอิญเมื่อปี 2012 จากการตรวจสุขภาพประจำที่โรงพยาบาลท้องถิ่น ซึ่งได้สร้างความแปลกใจอย่างมาก เพราะก่อนหน้านั้นไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ และมีวิถีชีวิตที่สุขภาพดีอยู่เสมอ

แต่สันนิษฐานว่าด้วยอาชีพเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งอาจจะได้สัมผัสเชื้อเข้ากระแสเลือดโดยไม่รู้ตัวจากปฏิบัติทางการแพทย์ไม่ถูกหลักอนามัย

“หลังจากที่รู้ถึงสถานะของตัวเอง ผมต้องเผชิญกับความเครียดจากการขนานนามว่าเป็นผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบซี และกังวลเรื่องการติดต่อโรคภายในสมาชิกในครอบครัว แต่โชคดีที่มีทัศนคติบวก และใช้ความรู้ทางการแพทย์ของตัวเองและขอคำปรึกษาจากเพื่อนร่วมงานในด้านโรคติดเชื้อ

ทำให้เข้าใจโรคและวิธีการประคับประคองตนเองได้ดียิ่งขึ้น ไวรัสตับอักเสบซีเป็นการติดเชื้อที่สามารถรักษาได้ โดยยาต้านเชื้อโดยตรง (DAAs) สามารถรักษาได้มากกว่า 95% ของผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี แต่การเข้าถึงการวินิจฉัยและการรักษายังคงต่ำ”

“ตอนนี้ผมมีผลตรวจเป็นลบหลังจากที่เขาทำการรักษาเป็นระยะเวลา 3 เดือนในปี 2016 ในปัจจุบันมีการตรวจเชื้อไวรัสตับอักเสบทุก ๆ 12 เดือน ผมอยากให้คนเห็นความสำคัญของการตรวจ ถึงแม้ยังมีผู้คนมากมายมีความลังเลที่จะเข้ารับการตรวจคัดกรองเพราะกลัวจะถูกรังเกียจ คนที่เป็นโรคนี้จึงมักปิดปากเงียบ แต่ความจริงโรคนี้ไม่ได้ติดต่อกันง่าย หากไม่มีพฤติกรรมเสี่ยง”

ดังนั้น เพื่อให้เป้าหมายขององค์การอนามัยโลกในการกำจัดไวรัสตับอักเสบให้หมดสิ้นไป ทุกประเทศต้องขยายการเข้าถึงบริการป้องกัน ตรวจวินิจฉัย และรักษา โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศรายได้ต่ำและปานกลางให้ครอบคลุมเพิ่มขึ้น