ตลาดหลักทรัพย์ฯ จับมือ 4 พันธมิตร ทำบทวิเคราะห์รายธุรกิจ เฟสแรกไตรมาส 3 ปีนี้
ตลาดหลักทรัพย์ฯจับมือ 4 พันธมิตร ผลิตบทวิเคราะห์อุตสาหกรรมตามรายธุรกิจ เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุน ชูศักยภาพธุรกิจในแต่ละอุตสาหกรรม ตั้งเป้าผลิต 70 ฉบับ ภายใน 18 เดือน เตรียมเผยแพร่ไตรมาส 3 ปีนี้
วันที่ 3 กรกฎาคม 2567 นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯมุ่งส่งเสริมความรู้และเผยแพร่ข้อมูลแก่ผู้ลงทุนเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน โดยปัจจุบันพบว่า มีหลายอุตสาหกรรมในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ที่มีศักยภาพในการดำเนินธุรกิจและมีทิศทางการเติบโต แต่ยังขาดบทวิเคราะห์หรือรายงานการวิเคราะห์เชิงอุตสาหกรรม
โดยบทวิเคราะห์ส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่ในอุตสาหกรรมตามความนิยมหรือที่มีความต้องการลงทุน ตลาดหลักทรัพย์ฯจึงได้ร่วมกับองค์กรพันธมิตรทั้ง 4 แห่ง ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการผลิตงานวิเคราะห์วิจัย จัดทำ “โครงการรายงานการวิเคราะห์อุตสาหกรรมแยกตามรายธุรกิจ” เพื่อส่งเสริมการจัดทำรายงานการวิเคราะห์อุตสาหกรรม โดยมีเป้าหมายในการเพิ่มการรับรู้และชูความน่าสนใจให้แก่อุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ ควบคู่การสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการลงทุนแก่ผู้ลงทุนในวงกว้าง

โครงการรายงานการวิเคราะห์อุตสาหกรรมแยกตามรายธุรกิจ ตลาดหลักทรัพย์ฯได้รับความร่วมมือจาก 4 พันธมิตร ได้แก่ ศูนย์วิจัยธนาคารกรุงไทยคอมพาส ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย และบริษัท ทริสเรทติ้ง จํากัด ในการผลิตรายงานการวิเคราะห์อุตสาหกรรมแยกตามรายอุตสาหกรรมจำนวนรวม 70 ฉบับ ภายในระยะเวลาความร่วมมือ 1 ปี 6 เดือน ครอบคลุม 70 ธุรกิจ
โดยมีเนื้อหา อาทิ ภาพรวมโครงสร้างธุรกิจ ห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) จุดสำคัญของการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมในช่วงที่ผ่านมา แนวโน้มธุรกิจและการแข่งขันใน 1 ปีข้างหน้า รวมถึงปัจจัยสนับสนุนและปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามทั้งในระยะสั้นและระยะกลาง และบทสรุปสำคัญของธุรกิจ โดยจะเริ่มเผยแพร่บทวิเคราะห์ผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์ฯ และหน่วยงานพันธมิตร ตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2567 เป็นต้นไป
“ในโอกาสกำลังจะก้าวสู่ปีที่ 50 ที่มุ่งสร้างอนาคต เพื่อโอกาสของทุกคน ตลาดหลักทรัพย์ฯเชื่อมั่นว่าความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อบริษัทจดทะเบียน และจะสนับสนุนให้ผู้ลงทุนจะมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการวิเคราะห์และตัดสินใจลงทุน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการลงทุนและพัฒนาตลาดทุนอย่างยั่งยืน”
ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ กรรมการและผู้จัดการ ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ธนาคารกรุงไทย (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันการนำข้อมูลมาวิเคราะห์อย่างเป็นระบบนั้นมีความสำคัญมาก และหากสามารถนำไปใช้ในวงกว้างจะช่วยให้มีข้อมูลมาใช้ในการตัดสินใจลงทุนมากยิ่งขึ้น ทั้งที่มาจากในส่วนของธุรกิจและเศรษฐกิจไทย ซึ่งยังมีอีกครึ่งหนึ่งของเศรษฐกิจไทยอยู่นอกระบบ จึงหวังว่าการร่วมจัดทำรายงานบทวิเคราะห์จะฉายภาพในสิ่งที่มองไม่เห็นทั้งหมด อย่างเศรษฐกิจนอกระบบนี้ได้
นายบุรินทร์ อดุลวัฒนะ กรรมการผู้จัดการ และ Chief Economist บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า การร่วมมือครั้งนี้จะเป็นการนำข้อมูลบทวิเคราะห์ มาใช้กับกลุ่มลูกค้าทั้งภายในและภายนอกประเทศ ส่วนเรื่องที่จะนำมาทำบทวิเคราะห์และเผยแพร่ในไตรมาส 3 นั้น ได้แก่ อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ โรงเรียนอินเตอร์ บิวตี้คลินิก ไบโอพลาสติก เป็นต้น โดยเบื้องต้นคาดว่าจะมีประมาณ 27 เรื่องที่จะนำมาเผยแพร่ให้นักลงทุนได้ศึกษาข้อมูล
ดร.สมประวิณ มันประเสริฐ รองผู้จัดการใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงาน EIC ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ข้อแตกต่างในการร่วมจัดทำรายงานบทวิเคราะห์ในครั้งนี้ เป็นการวิเคราะห์ที่แตกต่างจากบริษัทหลักทรัพย์ ที่มีการวิเคราะห์ในแต่ละบริษัท ซึ่งการทำบทวิเคราะห์ในครั้งนี้จะมีหลากหลายเซ็กเตอร์ ที่นักลงทุนยังไม่รู้จัก หรือเข้าถึงได้ไม่มากนัก จึงจะเป็นประโยชน์ให้นักลงทุนสามารถตัดสินใจได้มากขึ้น
นายศักดิ์ดา พงศ์เจริญยง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เปิดเผยว่า การร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยให้นักลงทุนได้รับข่าวสาร ความรู้ ความเข้าใจ ในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมที่มากยิ่งขึ้น ในส่วนของทริสเรทติ้ง ที่จัดอันดับให้แต่ละบริษัทต้องมีความเข้าใจในอุตสาหกรรม หรือบริษัทที่จะออกตราสารหนี้เป็นอย่างไร ที่ผ่านมามีการเผยแพร่งานวิจัยของทริสเรทติ้งแล้ว
อย่างไรก็ตาม การที่ได้ร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์ฯ จะสามารถให้การเผยแพร่ข้อมูลเป็นวงกว้างมากขึ้น ส่วนกลุ่มที่มีการดูแลจะเป็นภาคการเงิน อาทิ กลุ่มธนาคาร ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจ Nonbank อย่างสินเชื่อรถยนต์ เป็นต้น