Skip to content

แบงก์ชาติญี่ปุ่นส่อขาดทุน สะเทือนถึงรัฐบาล และอาจถูกลด “ความอิสระ”

07 ก.ค. 2567 | 12:12น.
แบงก์ชาติญี่ปุ่นส่อขาดทุน สะเทือนถึงรัฐบาล และอาจถูกลด “ความอิสระ”

การปรับทิศนโยบายการเงินจาก “ผ่อนคลายเป็นพิเศษ” ไปสู่นโยบายการเงินแบบ “ปกติ” กำลังจะสร้างปัญหาใหญ่ให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (Bank of Japan: BOJ)

ธนาคารกลางญี่ปุ่นใช้อัตราดอกเบี้ยติดลบมาหลายปี เพิ่งขึ้นดอกเบี้ยสู่ 0.1% เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และกำลังจะปรับขึ้นอีกในเร็ว ๆ นี้ ซึ่ง “เดอะ เจแปนไทม์ส” (The Japan Times) รายงานเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า นักเศรษฐศาสตร์มองว่าการขึ้นดอกเบี้ยอาจจะทำให้ธนาคารกลางญี่ปุ่นเจอปัญหา “ไม่สามารถทำกำไรได้” เพราะอัตราดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายนั้นสูงขึ้น

แล้วหากธนาคารกลางญี่ปุ่นต้องกลายเป็นองค์กรที่ขาดทุน ความเป็นอิสระของธนาคารกลางก็อาจจะถูกคุกคามโดยการแทรกแซงของรัฐบาล

ณ ปัจจุบัน ธนาคารกลางญี่ปุ่นมีขนาดงบดุล 750 ล้านล้านเยน (ประมาณ 170 ล้านล้านบาท) โดยเงินส่วนใหญ่ที่ใช้ซื้อพันธบัตรนั้นเป็นเงินฝากที่สถาบันการเงินเอกชนนำมาฝากไว้ ซึ่งมีดอกเบี้ยที่ธนาคารกลางต้องจ่าย หรือพูดโดยสรุปว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่นยืมเงินที่ธนาคารพาณิชย์นำมาฝากไว้ไปซื้อพันธบัตร

ปัจจุบันเงินฝากเหล่านั้นมีมูลค่ารวมประมาณ 470 ล้านล้านเยน (ประมาณ 106 ล้านล้านบาท) และมีอัตราดอกเบี้ยประมาณ 0.1%

แต่เนื่องจาก BOJ กำลังจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย จึงหมายความว่าดอกเบี้ยที่ BOJ ต้องจ่ายให้ธนาคารพาณิชย์จะเพิ่มขึ้น ซึ่งหาก BOJ ขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็น 1% ก็จะต้องจ่ายดอกเบี้ยเกือบ 5 ล้านล้านเยน (ประมาณ 1.13 ล้านล้านบาท) ต่อปี

เมื่อ BOJ ต้องจ่ายดอกเบี้ยเงินฝากมากขึ้น ก็จะส่งผลให้จำนวนเงินที่จ่ายออกไปนั้นไม่สมดุลกับจำนวนเงินที่ได้รับจากผลตอบแทนของพันธบัตรที่ถืออยู่ แล้วเมื่อถึงจุดหนึ่ง รายจ่ายโดยรวมก็จะมากกว่ารายรับโดยรวม

ฮิเดโอะ คุมาโนะ (Hideo Kumano) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของสถาบันวิจัย ไดอิจิไลฟ์ (Dai-Ichi Life) ซึ่งเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ของ BOJ กล่าวว่า “มันค่อนข้างเป็นไปได้ที่ BOJ จะขาดทุน”

ทาคาฮิเดะ คิอุจิ (Takahide Kiuchi) นักเศรษฐศาสตร์จากสถาบันวิจัยโนมูระ (Nomura Research Institute) ประมาณการในรายงานที่เผยแพร่เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาว่า BOJ จะ “ขาดทุน” หากปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นไปเป็น 0.6%

BOJ เองก็ตระหนักถึงความเสี่ยงดังกล่าวแล้ว จึงวางแผนจะลดขนาดการถือครองพันธบัตรรัฐบาล เพื่อลดภาระผูกพันและความเสี่ยงที่มาพร้อมกับพันธบัตรเหล่านั้น โดยวางแผนลดการซื้อพันธบัตรรัฐบาลชุดใหม่ ขณะที่พันธบัตรจำนวนหนึ่งที่ถืออยู่กำลังถึงกำหนดไถ่ถอน

ในการประชุมนโยบายการเงินเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา BOJ บอกว่าจะประกาศรายละเอียดเกี่ยวกับการลดงบดุลในเดือนกรกฎาคมนี้ และจะเริ่มดำเนินการในเดือนสิงหาคมนี้ต่อเนื่องไปเป็นเวลาประมาณ 1-2 ปี

ทั้งนี้ ผลกำไรของ BOJ ส่วนใหญ่นั้นจะนำไปจ่ายให้กับรัฐบาล และนับตั้งแต่ปี 1998 ที่มีการผ่านร่างกฎหมายธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น ซึ่งกำหนดให้ธนาคารกลางมีอิสระมากขึ้น BOJ ไม่เคยขาดดุลรายปีเลยแม้แต่ปีเดียว

ในปีงบฯ 2023 รัฐบาลญี่ปุ่นได้รับเงินจาก BOJ จำนวน 2.17 ล้านล้านเยน (ประมาณ 490,000 ล้านบาท) ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 2% ของงบประมาณทั้งหมดของรัฐบาล

คุมาโนะกล่าวว่า รัฐบาลจะสูญเสียรายได้และจะสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงหาก BOJ ต้องขาดทุน และรัฐบาลก็อาจจะจำกัดความอิสระในการกำหนดนโยบายการเงินของ BOJ เนื่องจากอาจต้องเผชิญกับการโจมตีทางการเมือง

อย่างไรก็ตาม คุมาโนะกล่าวเสริมว่า BOJ จะขาดทุนจริง ๆ หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับอัตราการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและความเร็วในการตัดลดงบดุลของ BOJ เอง กล่าวคือ หากอัตราดอกเบี้ยปรับขึ้นช้า และการตัดลดงบดุลตัดลดลงเร็ว การขาดทุนก็อาจจะไม่เกิดขึ้น หรือเกิดขึ้นแต่น้อย