เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

พิชัย ขุนคลังตอบ เงินดิจิทัล 10,000 บาท ไตรมาส 4 นี้ ได้ใช้หรือไม่

07 ก.ค. 2567 | 10:15น.

อัพเดตล่าสุด 7 กรกฎาคม 2567 เวลา 10.14 น.

พิชัย แจงปมจัดสรรงบฯ หนุนแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ยันให้ความสำคัญโครงการจำเป็นเร่งด่วนก่อน เงินเหลือจึงเกลี่ยมาใช้ พร้อมตอบคำถาม Q4 ได้ใช้ดิจิทัลวอลเลตหรือไม่

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2567 นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรณีที่มีเสียงวิจารณ์ว่า โครงการดิจิทัลวอลเลต ทำให้เม็ดเงินลงทุนของภาครัฐลดลงนั้น ยืนยันว่า งบประมาณได้ถูกจัดสรรไปหมดแล้วให้กับโครงการที่จำเป็นเร่งด่วน แล้วจึงมาดูว่ามีช่องไหนที่เหลือพอจะเป็นแหล่งเงิน โดย “ไม่ผิดวินัยการเงินการคลัง” เหลือเท่าไหร่ก็เท่านั้น

ดังนั้นจะเห็นว่าที่พูดกัน 50 ล้านคน 5 แสนล้านบาท แต่วันนี้ตัวเลขงบประมาณที่มีการจัดสรรเพื่อโครงการดิจิทัลวอลเลตรวมกันจริง ๆ ก็แค่ 270,000 ล้านบาท โดยเป็นงบฯปี’67 ที่อยู่ในสภาก็ 153,000 ล้านบาท และส่วนที่เป็นงบฯเพิ่มเติมของปี 2567 อีก 122,000 ล้านบาท

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการใช้งบฯกลางให้เต็มที่ก่อน ซึ่งหากใช้เต็มที่แล้วยังเหลือ แล้วไม่มีที่ใช้ ค่อยนำมาใช้ ผมคิดว่าการเติมเงินเข้าไปในระบบเศรษฐกิจ เราจะไม่ไปแย่งเม็ดเงินของการลงทุนที่ควรลง ลงให้เต็มที่ก่อน แล้วเหลือเท่าไหร่ก็เท่านั้น เพราะเราก็ไม่รู้ว่า คนจะมาลงทะเบียนเท่าไหร่ และวิธีการเติมเม็ดเงินก็มีหลายวิธี เติมเท่าไหร่ เติมกี่งวด เติมอย่างไร มีอะไรที่เราจะคิด เมื่อไปประกอบกับการใช้งบประมาณของประเทศแล้ว ได้ผลดีที่สุด ดังนั้นวันนี้ไม่มีโจทย์ว่าอย่างนั้นอย่างนี้ 100%” รัฐมนตรีคลังกล่าวและว่า

อีกส่วนหนึ่งก็อยู่ระหว่างคิดจะใช้หรือไม่ใช้ ในกรณีการใช้เงิน ถ้า ธ.ก.ส.มีความจำเป็นต้องใช้เงินมาก จนเต็มวงเงิน รัฐบาลก็จะไม่ไปใช้ของ ธ.ก.ส. ยืนยันการจัดลำดับความสำคัญอยู่ที่อันอื่น ผมคิดว่าการเติมเงินนี่เป็นการเติมเงินเพื่อกระตุ้น เพื่อให้เศรษฐกิจกระชุ่มกระชวยขึ้น เท่าที่เม็ดเงินเอื้อด้วย

นอกจากนี้ นายพิชัยยืนยันว่า การดำเนินนโยบายของรัฐบาล ไม่ได้ฝากความหวังการกระตุ้นเศรษฐกิจไว้กับดิจิทัลวอลเลตอย่างเดียว แต่เป็นการใส่เม็ดเงินลงไปเพื่อช่วยกระตุ้นเท่านั้น แต่เรื่องที่มีความสำคัญลำดับต้น ๆ ก็ต้องทำ ก็คือ การปรับโครงสร้าง เพื่อให้เพิ่มผลผลิต ทำโครงสร้างพื้นฐานให้เอื้อต่อการท่องเที่ยว รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้ก่อน ส่วนบีโอไอก็เร่งการลงทุนภาคเอกชน ส่วนภาคประชาชนก็เร่งแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน เอสเอ็มอี พวกนี้เป็นเรื่องสำคัญที่เราเร่งแก้

“รัฐก็สัญญาไว้ว่าจำนวนคนเท่านี้ แต่ถึงเวลาก็สามารถปรับรูปแบบได้ แน่นอนว่ารัฐบาลก็ต้องทำตามนโยบายที่กำหนดไว้ วันนี้เม็ดเงินมันเหือดแห้งจากข้างล่าง เหมือนน้ำในบ่อที่แห้ง ถ้าเราไม่เติมไป ก็จะแห้งลงไปอีก”

ส่วนคำถามที่ว่าไตรมาส 4 ประชาชนจะได้ใช้เงินดิจิทัลวอลเลตหรือไม่ นายพิชัยตอบว่า คนที่ดูแล ก็วางแผนไว้อย่างนั้น แต่ก็ต้องมาดูภาพทั้งหมด เพราะยังมีเวลาคิดอีก 2 เดือน อย่างที่ผมบอกว่าเราต้องให้ความสำคัญกับสิ่งที่ต้องทำก่อน ส่วนปัญหาเรื่องระบบเพย์เมนต์การใช้จ่ายของดิจิทัลวอลเลต ตอนนี้ทุกสถาบันการเงินก็กระตือรือร้นที่จะเข้ามามีส่วนร่วม โดยเฉพาะสถาบันการเงินใหญ่ ๆ น่าจะไม่เหลือบ่ากว่าแรงที่จะทำให้ระบบพร้อมใช้งานในไตรมาส 4 เพราะเขามีความพร้อมอยู่แล้ว