Skip to content

กระทรวงอุตสาหกรรมขยายเวลาใช้เครื่องยนต์ยูโร 5 และ 6 ไปอีก 2 ปี

12 ก.ค. 2567 | 17:28น.
กระทรวงอุตสาหกรรมขยายเวลาใช้เครื่องยนต์ยูโร 5 และ 6 ไปอีก 2 ปี

เตรียมลุ้นสัปดาห์หน้า “พิมพ์ภัทรา” เผยข่าวดีจากมาตรการ EV 3.5 ย้ำอุ้มผู้ประกอบการ ICE พร้อมขยายเวลาใช้เครื่องยนต์ยูโร 5 และยูโร 6 ไปอีก 2 ปี ให้มีเวลาปรับตัว จ่อปลดล็อกโซลาร์รูฟท็อปเตรียมเสนอ ครม. เร็ว ๆ นี้ นโยบายพลังงานสีเขียวต้องมา

วันที่ 12 กรกฎาคม 2567 นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายในงานกิจกรรม “Moving Green Forward ก้าวไปข้างหน้า เพื่อโลก เพื่อเรา” จัดโดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ว่ากระทรวงอุตสาหกรรมได้ตั้งเป้าที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรมให้ได้มากกว่า 7.2 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

ทั้งนี้ นับตั้งแต่วันที่เข้ามารับตำแหน่งในกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมที่จะส่งเสริมและสนับสนุนทั้งเรื่องของความรู้และเงินทุน เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการแบบไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ในวันที่กติกาโลกเปลี่ยน โดยต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด และได้กำหนดทิศทางการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมให้ก้าวไปข้างหน้าไปด้วยกัน ผ่านกลไก 3 ด้านคือ Green Productivity, Green Marketing และ Green Finance

ซึ่งความท้าทายใหญ่ที่สุดของคนในกระทรวงอุตสาหกรรมเวลานี้คือ จะทำอย่างไรให้พี่น้องผู้ประกอบการยังคงอยู่กับเรา

ในช่วงที่ผ่านมา ได้รับรู้ถึงข่าวสารการปิดตัวของกิจการต่าง ๆ รวมถึงเอสเอ็มอี เนื่องจากมีปัญหาเรื่องเงินทุน ภาวะการแข่งขัน อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนกติกาโลก สิ่งเหล่านี้คือความท้าทายของรัฐบาล และกระทรวงอุตสาหกรรมที่ต้องเร่งหามาตรการในการช่วยเหลือ และสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนยานยนต์ (EV)

ในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมและคลอดมาตรการ อีวี 3.5 โดยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ตั้งเป้าหมายไว้ว่า ประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกยานยนต์ไฟฟ้าพวงมาลัยขวา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะทอดทิ้งยานยนต์ดั้งเดิม (ICE) และได้มีการขยายเวลาบังคับใช้มาตรการมาตรฐานเครื่องยนต์ยูโร 5 และยูโร 6 ไปอีก 2 ปีข้างหน้า เพื่อให้ผู้ประกอบการมีเวลาปรับตัว

ส่วนการสนับสนุนพลังงานสะอาด กระทรวงอุตสาหกรรม กำลังจะยื่นขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อปลดล็อกโซลาร์รูฟท็อป เพื่อรองรับนโยบายพลังงานสีเขียวได้อย่างเป็นรูปธรรม ใช้ได้ด้วยตัวเอง ทั้งนี้ เรื่องของพลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรมไม่ได้ส่งเสริมและสนับสนุนเฉพาะนักลงทุนในประเทศเท่านั้น แต่ยังตอบโจทย์นักลงทุนต่างประเทศที่กำลังตัดสินใจเข้ามาลงทุนและถามหาพลังงานสะอาดในประเทศไทย ซึ่งเป็นปัจจัยให้สามารถตัดสินใจที่จะเข้ามาลงทุนได้

สำหรับปัญหา PM 2.5 ที่เกิดจากการเผา ซึ่งเกษตรกรชาวไร่อ้อยมักจะตกเป็นจำเลยว่าเป็นต้นเหตุ ทางกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ขอความร่วมมือไปยังจิสด้าและไทยคม เพื่อใช้เทคโนโลยีดาวเทียมสำรวจจุดความร้อน (Hot Spot) หากพบที่ใดให้ตรวจสอบทันทีว่าเป็นเพราะการเผาของชาวไร่อ้อยหรือไม่

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบย้อนหลัง 3 ปี พบว่าการเผาของชาวไร่อ้อยลดลง ส่วนหนึ่งมาจากมาตรการชดเชยการตัดอ้อยสดลด PM 2.5 ที่กระทรวงอุตสาหกรรมสนับสนุนเงินทุนเพื่อดำเนินการ