Skip to content

คปภ.-สมาคมประกัน-กปว. แถลงแนวทางคุ้มครองเจ้าหนี้ “สินมั่นคง” จ่ายหนี้งวดแรก ก.พ. 68

16 ก.ค. 2567 | 17:50น.
คปภ.-สมาคมประกัน-กปว. แถลงแนวทางคุ้มครองเจ้าหนี้ “สินมั่นคง” จ่ายหนี้งวดแรก ก.พ. 68

คปภ.-สมาคมประกัน-กปว. แถลงแนวทางคุ้มครองเจ้าหนี้ “สินมั่นคง” ย้ำระบบมีความเข้มแข็ง พยายามเร่งดูแล ชี้เริ่มจ่ายหนี้งวดแรกภายในเดือน ก.พ. 68

วันที่ 16 กรกฎาคม 2567 นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยการดำเนินการด้านการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนผู้เอาประกันภัยกรณี บมจ.สินมั่นคงประกันภัย ถูกเพิกถอนใบอนุญาตว่า คปภ.ได้ดำเนินโครงการบรรเทาผลกระทบต่อผู้เอาประกันภัยที่มีสัญญาประกันภัยกับบริษัท สินมั่นคงประกันภัย แบ่งเป็น 2 กรณี ดังนี้

กรณีที่ 1 ผู้เอาประกันภัยประสงค์จะซื้อประกันภัยใหม่

โดยผู้เอาประกันภัยไปติดต่อซื้อประกันภัยกับบริษัทประกันภัยที่เข้าร่วมโครงการให้กรมธรรม์ประกันภัยของบริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) สิ้นสุด ณ วันที่ซื้อกรมธรรม์ประกันภัยใหม่ โดยผู้เอาประกันภัย สามารถติดต่อทำประกันฉบับใหม่ได้ที่บริษัทประกันภัยที่เข้าร่วมโครงการ โดยมีด้วยกัน 9 บริษัท

ได้แก่ บมจ.กรุงเทพประกันภัย, บมจ.กรุงไทยพานิชประกันภัย, บมจ.ทิพยประกันภัย, บมจ.ธนชาตประกันภัย, บมจ.นวกิจประกันภัย, บมจ.ประกันภัยไทยวิวัฒน์, บมจ.มิตรแท้ประกันภัย, บมจ.วิริยะประกันภัย, บมจ.เออร์โกประกันภัย โดยบริษัท คำนวณเบี้ยประกันภัย ความคุ้มครองใหม่ระยะเวลา 1 ปี และคำนวณ เบี้ยประกันภัยคงเหลือตามระยะเวลาที่เหลืออยู่ของ บมจ.สินมั่นคงประกันภัย

กรณีที่ 2 ผู้เอาประกันภัยขอคืนเบี้ยประกันภัย

ผู้เอาประกันภัยขอคืนเบี้ยประกันภัยตามระยะเวลา ที่เหลืออยู่ได้ที่กองทุนประกันวินาศภัย โดยผู้เอาประกันภัยจะได้รับเบี้ยประกันภัยที่เหลืออยู่คืนตามสวน (คิดเบี้ยประกันภัยคืนแบบเฉลี่ยรายวันตามความคุ้มครองที่เหลืออยู่) และ กองทุนประกันวินาศภัยจะดำเนินการส่งหนังสือทางไปรษณีย์ลงทะเบียน แจ้งบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยทุกฉบับไปยังผู้เอาประกันภัย โดยกรมธรรม์ประกันภัยทุกฉบับ จะสิ้นสุดความคุ้มครอง วันที่ 8 กันยายน 2567

ส่วนกรณีประกันรถยนต์หากเป็นเกิดอุบัติเหตุ บริษัทคู่กรณีพร้อมดูแล ซ่อมแซมให้ทั้งในกรณีถูกและผิด ส่วนข้อเสนอให้มีการเก็บเงินสมทบเข้ากองทุนจากบริษัทประกันเพิ่มนั้น เกรงว่าอาจมีผลกระทบ และมีการผลักภาระไปให้ประชาชนแทน เพราะปัจจุบันธุรกิจประกันภัยมีกำไรน้อย เฉลี่ยเพียง 2.8% เท่านั้น

ทั้งนี้ ข้อมูล ณ 31 พ.ค.67 สินมั่นคงมีสินทรัพย์รวม 4,785 ล้านบาทแต่มีหนี้สินรวม 38,056 ล้านบาท มีหนี้สินมากกว่าทรัพย์สิน 33,271 ล้านบาท โดยมีกรมธรรม์ที่มีผลบังคับใช้กว่า 789,477 กรมธรรม์ แบ่งเป็นรถยนต์ 366,458 กรมธรรม์ และที่ไม่ใช่รถยนต์ 423,019 กรมธรรม์ขณะที่ข้อมูลทางการเงิน มีสภาพคล่อง 2,228 ล้านบาท

ขณะที่ นายสมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า ได้มีการเตรียมพร้อมช่วยเหลือผู้เอาประกันภัย 4 แนวทาง ได้แก่ 1.การเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่และคู่สายของสายด่วน คปภ. 1186 2.สื่อสารประชาสัมพันธ์กับประชาชน ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ 3.จัดตั้งศูนย์จัดตั้งศูนย์ให้คำแนะนำอำนวยความสะดวกทางข้อมูลแก่ประชาชนทั้งส่วนกลางและภูมิภาคและ 4.เปิดช่องทางในการยื่นคำขอรับชำระหนี้ ผ่านทางระบบออนไลน์ซึ่งจะเริ่มเปิด 9 ก.ย.-7 พ.ย.67 โดยจะต้องเตรียมหลักฐาน เช่น กรมธรรม์ประกันภัย บัตรประชาชน ใบเคลม หรือ เอกสารอื่นๆที่ระบุถึงมูลหนี้ โดยต้องยื่นคำขอทวงหนี้ภายใน 60 วัน

ทั้งนี้เชื่อว่าระบบประกันภัยประเทศไทยเป็นระบบที่มีความเข้มแข็ง อยากให้ประชาชนมีความเชื่อมั่น ซึ่งบริษัทประกันยังเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่ม GDP ของประเทศ ช่วยขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ ย้ำว่ามีความแข็งแกร่งและมีความร่วมมือกันเป็นอย่างดี พร้อมป้องกันไม่ให้ปัญหาต่างๆเกิดขึ้นได้อีก และพร้อมรับฟังคำแนะนำกับประชาชนทุกคน

ด้านนายชนะพล มหาวงษ์ ผู้จัดการกองทุนประกันวินาศภัย (กปว.) กล่าวว่า ปัจจุบัน กองทุนมีหนี้สะสมอยู่ 50,000 ล้านบาท และเมื่อปิดสินมั่นคง จะมีหนี้เพิ่มเป็นเกือบ 8-9 หมื่นล้านบาท โดยมีลูกหนี้เกี่ยวข้องมากกว่า 1.3 ล้านคน ซึ่งกองทุน กบว.พยายามเร่งดูแล และจ่ายหนี้ของสินมั่นคงเร็วที่สุด โดยไม่ต้องรอถึง 80 ปีตามที่มีการพูดกัน

ท้้งนี้ กปว.จะมีการจัดหาที่ปรึกษาทางการเงินเข้ามาช่วย ทั้งการหาแหล่งเงินทุนและการดูแลลูกหนี้ ซึ่งที่ผ่านมา กองทุนมีแหล่งเงินจากเงินสมทบของบริษัทประกันภัย 1,200 ล้านบาท ซึ่งเงินส่วนนี้จะนำมาจ่ายให้เจ้าหนี้ได้ทันที โดยที่ผ่านมาสามารถจ่ายไปแล้ว 7,000 ล้านบาท

ส่วนแนวทางการกู้ยืม ที่ผ่านมาสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.)ได้ค้ำประกันให้กองทุนแล้ว 3,000 ล้านบาท แต่ยังไม่มีใครให้กู้ ดังนั้น จะหารือเพิ่มเติมกับสบน. ขณะที่การของบประมาณจากรัฐบาลมาสนับสนุน ได้รับแจ้งว่าไม่เข้าเงื่อนไข

สำหรับกรณีที่มีการหารือกับสภาทนายความ เกี่ยวกับการประนอมหนี้กับเจ้าหนี้ ซึ่งบางรายพร้อมรับเงินลดลงเพื่อให้ได้เร็วขึ้น อาทิ จากเดิมวงเงินหนี้อยู่ที่ 100,000 บาท เหลือเพียง 20,000 บาทนั้น จะต้องพิจารณาตามข้อกฎหมายก่อนว่า มีเงื่อนไขที่สามารถทำได้หรือไม่ เพราะกฎหมายเน้นการดูแลคุ้มครองผู้เอาประกัน ซึ่งส่วนนี้จะต้องมีการหารือร่วมกันต่อไป

ขณะที่แนวทางการจ่ายหนี้ให้กับลูกหนี้สินมั่นคง หากมีการรับรองมูลหนี้ไว้แล้ว จะทยอยจ่ายหนี้ได้เร็วที่สุด ภายในเดือนก.พ. 68 ซึ่งจะมีการเฉลี่ยแบ่งจ่ายกับบริษัทอื่น ๆ ร่วมกัน รวมถึงยังนำเงินหลักประกันของสินมั่นคง ที่อยู่กับ คปภ.ประมาณ 800 ล้านบาท มาจ่ายลูกหนี้ได้ด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กปว. คปภ.