เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สุรศักดิ์ จ่อชง ‘ไทยเที่ยวไทยพลัส’ เข้า ครม. 22 ก.ย. วงเงิน 4 พันล้าน
Politics สุรศักดิ์ จ่อชง ‘ไทยเที่ยวไทยพลัส’ เข้า ครม. 22 ก.ย. วงเงิน 4 พันล้าน
ราคาทองวันนี้ (11 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท รูปพรรณบาทละ 68,750 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (11 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท รูปพรรณบาทละ 68,750 บาท
หอการค้าเปิดเวที “Unlocking New Growth” ปลดล็อกธุรกิจไทย
Economic หอการค้าเปิดเวที “Unlocking New Growth” ปลดล็อกธุรกิจไทย
EVEANDBOY จ่อเข้า SET ยื่น IPO 170 ล้านหุ้น ระดมทุนเร่งขยายสาขา แตะ 68 แห่งในปี 2570
Finance EVEANDBOY จ่อเข้า SET ยื่น IPO 170 ล้านหุ้น ระดมทุนเร่งขยายสาขา แตะ 68 แห่งในปี 2570
ส.อ.ท. หนุนปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ ใช้ดึงลงทุน-ผลิตในประเทศเชื่อมซัพพลายเชนถึง SMEs
Economic ส.อ.ท. หนุนปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ ใช้ดึงลงทุน-ผลิตในประเทศเชื่อมซัพพลายเชนถึง SMEs
ไฮสปีดไทย-จีนยังวุ่น รับเหมาขอขยายสัญญา-เพิ่มงบก่อสร้าง
Real Estate ไฮสปีดไทย-จีนยังวุ่น รับเหมาขอขยายสัญญา-เพิ่มงบก่อสร้าง
แสนสิริปั้น ‘คอมมิวนิตี้ดอนเมือง’ 175 ไร่  ฮับโซนเหนือ-แลนด์มาร์กใหม่การอยู่อาศัย 
Real Estate แสนสิริปั้น ‘คอมมิวนิตี้ดอนเมือง’ 175 ไร่  ฮับโซนเหนือ-แลนด์มาร์กใหม่การอยู่อาศัย 
เตือนส่งออกไทยรับกฎฮาลาลอินโดนีเซีย 18 ต.ค.นี้ เร่งต่อ MRA ลดอุปสรรคการค้า
Economic เตือนส่งออกไทยรับกฎฮาลาลอินโดนีเซีย 18 ต.ค.นี้ เร่งต่อ MRA ลดอุปสรรคการค้า
ส.ป.ก.เปิดผลตรวจ “ฐานเจ้าป่าแคมป์” บุรีรัมย์ ยันยังไม่ออก ส.ป.ก.4-01
Economic ส.ป.ก.เปิดผลตรวจ “ฐานเจ้าป่าแคมป์” บุรีรัมย์ ยันยังไม่ออก ส.ป.ก.4-01
“สุริยะ” สั่งชลประทานเฝ้าระวังฝนหนักทั่วประเทศ จับตาน้ำหลาก-ลุ่มต่ำ เจ้าพระยายังรับน้ำได้
Economic “สุริยะ” สั่งชลประทานเฝ้าระวังฝนหนักทั่วประเทศ จับตาน้ำหลาก-ลุ่มต่ำ เจ้าพระยายังรับน้ำได้
ดูทั้งหมด

จะมี Sell in May หรือไม่ ?

18 พ.ค. 2561 | 18:11น.

คอลัมน์ จับช่องลงทุน

โดย วิจิตร อารยะพิศิษฐ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย)


เมื่อก้าวเข้าสู่ช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปี หนึ่งในประเด็นที่นักลงทุนมักจะพูดถึงเป็นอันดับต้น ๆ คือ “ปีนี้จะเกิด sell in May หรือไม่ ?” คำตอบนี้ เราอาจต้องกลับไปย้อนดูถึงที่มาของคำว่า “sell in May” รวมถึงสถิติย้อนหลังของการขายทำไมถึงเกิดเหตุการณ์ sell in May และจะมีปัจจัยอะไรที่อาจไม่เป็นไปอย่างเช่นในอดีตหรือไม่

ทั้งหมดนี้เราจะมาหาคำตอบกัน

sell in May ถ้าแปลตรงตัวก็คือ การขายหุ้นในช่วงเดือนพฤษภาคมนั่นเอง คำถามต่อไปก็คือ ใครเป็นคนที่ขายหุ้นออกมา ? จากการพิจารณาข้อมูลเชิงสถิติย้อนหลังใน 10 ปีที่ผ่านมา (2551-2560) จะพบว่า กลุ่ม
นักลงทุนที่ขายสุทธิในช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปี คือ นักลงทุนต่างชาติ และพอร์ตลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์ ด้วยค่าเฉลี่ยที่ 1.1 หมื่นล้านบาท และ 1.9 พันล้านบาท ตามลำดับ ในขณะที่นักลงทุนรายย่อย และนักลงทุนสถาบันในประเทศ จะซื้อสุทธิเฉลี่ยที่ 9.5 พันล้านบาท และ 3.4 พันล้านบาท ตามลำดับ ดังนั้นจากข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า sell in May คือการที่นักลงทุนต่างชาติจะขายสุทธิในปริมาณที่ค่อนข้างสูงในเดือนพฤษภาคมของทุกปี

อย่างไรก็ดี หากพิจารณาข้อมูลเป็นรายปี จากข้อมูลสถิติย้อนหลัง 10 ปีล่าสุด จะพบว่า นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิทั้งหมด 5 ปี จาก 10 ปี หรือคิดเป็นโอกาสเกิด sell in May ที่ 50% ถือว่าไม่ได้สูงมากนัก ในขณะที่หากพิจารณาในเดือนถัดไป คือ เดือนมิถุนายนจะพบว่า นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิเฉลี่ยมากถึง 1 หมื่นล้านบาท (ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยในเดือนพฤษภาคม) แต่โอกาสการเกิดแรงขายสุทธิสูงถึง 70% เลยทีเดียว (7 ใน 10 ปีล่าสุด ต่างชาติขายสุทธิในเดือนมิถุนายน) ดังนั้นในเชิงสถิติ เดือนมิถุนายนอาจเป็นอีก 1 เดือนที่นักลงทุนต้องระมัดระวังเพิ่มเติม

ทำไมนักลงทุนต่างชาติถึงชอบขายหุ้นในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนของทุกปี ? อาจมีหลายเหตุผลในการอธิบายพฤติกรรมดังกล่าว เช่น 1) การเสร็จสิ้นช่วงการเก็งกำไรผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาสที่ 1 และแนวโน้มผลดำเนินงานของบริษัทในหลายกลุ่มอุตสาหกรรมในช่วงไตรมาสถัดไป (ไตรมาสที่ 2) มักจะถูกกดดันจากช่วงโลว์ซีซั่น ทำให้ผลดำเนินงานจะออกมาไม่โดดเด่นนัก (กำไรชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อน และ 2) ผ่านพ้นช่วงการจ่ายปันผลงวดครึ่งปีแล้ว จึงอาจทำให้เกิดแรงขายเพื่อนำเงินบางส่วนกลับไป เพื่อรอการลงทุนรอบใหม่

สำหรับปีนี้ จะเกิด sell in May ขึ้นอีกหรือไม่? หากพิจารณากระแสเงินทุนตั้งแต่ต้นปี จะพบว่าปีนี้เป็นปีที่ค่อนข้างต่างจากปีอื่น ๆ กล่าวคือ เป็นปีแรกในรอบ 10 ปี ที่นักลงทุนต่างชาติมีการขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย 4 เดือนติดต่อกัน ตั้งแต่เดือนมกราคม-เมษายน 2561 มูลค่ารวมกว่า 7.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งก็ถือว่าเป็นแรงขายที่ค่อนข้างมากเมื่อเปรียบเทียบกับปีอื่น ๆ ก่อนหน้า ดังนั้นอาจบ่งชี้ว่าแรงขายในช่วงถัดไปหากยังคงมี ก็อาจจะไม่รุนแรงมากนัก ในอีกแง่มุมหากพิจารณาผลตอบแทนของ set ในปีนี้จะพบว่า แม้นักลงทุนต่างชาติจะขายทำกำไรเป็นจำนวนมาก แต่ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีของ SET (YTD) ก็ยังเป็นบวกเล็ก ๆ สะท้อนว่าแรงซื้อสุทธิจากนักลงทุนสถาบันในประเทศช่วยชดเชยแรงกดดันจากกระแสเงินทุนที่ไหลออกได้

มีปัจจัยอะไรเพิ่มเติมที่อาจจะทำให้ปีนี้ไม่เหมือนกับในปีที่ผ่านมาหรือไม่ ? สำหรับปัจจัยที่อาจชะลอการไหลออกของกระแสเงินทุนต่างชาติ หรืออาจดึงดูดให้เงินทุนต่างชาติไหลเข้ามาอีกครั้ง อาจมาจากหลายกรณี เช่น 1) ภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศที่เห็นสัญญาณการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง สะท้อนจากกำไรของบริษัทจดทะเบียนที่ขยายตัวได้ดีกว่าคาด รวมถึง valuation ของตลาดที่ควรอยู่ในระดับที่ไม่แพงเกินไปนักเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค 2) โอกาสในการเกิดการเลือกตั้ง ซึ่งหากเกิดขึ้นได้จริงตามแผนที่ภาครัฐวางไว้ คาดจะเป็นปัจจัยกระตุ้นความเชื่อมั่นต่อการลงทุนของนักลงทุนไทย-เทศ โดยปัจจุบันกระบวนการต่าง ๆ อยู่ในขั้นตอนการพิจารณากฎหมายลูกจากศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งวุฒิสภา (ส.ว.) และร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) โดยสำหรับ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งวุฒิสภา ศาลมีกำหนดพิจารณาในวันที่ 23 พฤษภาคมนี้ โดยหากร่างดังกล่าวผ่านความเห็นชอบ และในช่วงถัดไปหากสามารถกำหนดวันเลือกตั้งที่ชัดเจนได้ คาดความเชื่อมั่นต่อการลงทุนจะกลับมาฟื้นตัวขึ้น รวมถึงการบริโภคในประเทศจะมีทิศทางที่ขยายตัว ซึ่งอาจดึงดูดให้กระแสเงินทุนต่างชาติไหลกลับเข้ามาได้ในช่วงถัดไป

ดังนั้น โดยสรุปปีนี้เราประเมินว่าหากเกิด sell in May ขึ้นจริง ก็อาจไม่ได้กดดันต่อภาพรวมของดัชนีมากนัก ในทางกลับกันหากแนวโน้มเศรษฐกิจมีทิศทางการขยายตัวได้ดีกว่าคาด รวมถึงหากได้จิตวิทยาเชิงบวกเพิ่มเติมต่อความชัดเจนในการเลือกตั้งในช่วงถัดไป อาจจะเป็นปัจจัยที่ช่วยดึงดูดให้กระแสเงินทุนไหลกลับในช่วงถัดไปได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การเงิน หุ้น