เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

‘เควิน วอร์ช’ โดนรับน้องหุ้นทรุด-ไม่ส่ง Dot Plot พ่นพิษ

20 มิ.ย. 2569 | 12:05น.

คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ

เป็นที่จับตามองและรอคอยอย่างมากสำหรับการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (เฟด) ประจำเดือนมิถุนายน เนื่องจากเป็นการประชุมครั้งแรกภายใต้ประธานเฟดคนใหม่คือ เควิน วอร์ช ซึ่งรับตำแหน่งต่อจาก “เจอโรม พาวเวลล์”

อย่างไรก็ตาม ในแง่ของดอกเบี้ยนโยบาย ผลการประชุมครั้งนี้ไม่ได้สร้างความ “ประหลาดใจ” ให้กับตลาด เพราะเป็นไปตามที่ตลาดคาดหวังอย่างกว้างขวาง นั่นคือที่ประชุมมีมติ “เอกฉันท์” คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม 3.5-3.75% แม้ว่าประธานเฟดคนใหม่จะถูกมองว่าเป็นคนของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ และอาจจะตอบสนองความต้องการของทรัมป์ที่อยากให้ลดดอกเบี้ยก็ตาม

เงินเฟ้อที่ค่อนข้างสูงและเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ดี เป็นเหตุผลทำให้ที่ประชุมคงอัตราดอกเบี้ย โดยแถลงการณ์ของ FOMC ระบุว่า กิจกรรมเศรษฐกิจขยายตัวแข็งแกร่ง แม้ว่าจะมีความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง การเติบโตของผลิตภาพและเงินลงทุนแข็งแกร่ง การจ้างงานเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับแรงงานในตลาด ส่วนอัตราว่างงานแทบไม่เปลี่ยนแปลง “เงินเฟ้อ” ยังคงสูงขึ้น จึงได้ “ปรับเพิ่ม” คาดการณ์เงินเฟ้อปี 2026 ขึ้นเป็น 3.6% สำหรับเงินเฟ้อทั่วไป และ 3.3% สำหรับเงินเฟ้อพื้นฐาน (ไม่รวมอาหารและพลังงาน) จากเดิมที่เคยประเมินว่าทั้งเงินเฟ้อทั่วไปและพื้นฐานจะอยู่ที่ 2.7% พร้อมกันนี้ได้ “ปรับลด” คาดการณ์จีดีพีเหลือ 2.2% หรือลดลง 0.2% จากคาดการณ์เดิม

สำหรับ Dot Plot ที่กรรมการมักจะทำเสมอหลังการประชุม เพื่อส่งสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยในอนาคตนั้น บ่งชี้ว่า น่าจะมีการ “ขึ้นดอกเบี้ย” อย่างน้อย 1 ครั้งในปีนี้ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ “แตกต่าง” จากเดิมก็คือประธานเฟดคนใหม่ “ไม่ส่ง” Dot Plot ซึ่งเป็นสไตล์ส่วนตัวของวอร์ช ที่ก่อนหน้านี้วิพากษ์วิจารณ์ไม่เห็นด้วยกับการส่งสัญญาณทิศทางล่วงหน้าของดอกเบี้ย รวมทั้งการคาดการณ์เศรษฐกิจต่าง ๆ อีกด้วย

โดยครั้งนี้ วอร์ชระบุว่า ไม่ได้ส่ง Dot Plot เพราะเห็นว่าไม่มีประโยชน์ ตนไม่อยากตัดสินอะไรล่วงหน้า อย่างไรก็ตาม ไม่ขัดข้องถ้ากรรมการคนอื่นส่ง Dot Plot

แถลงการณ์ยังระบุว่า เฟดจะรักษานโยบายให้มี “เงินสำรองเหลือเฟือ” ในระบบธนาคาร บ่งชี้ว่า เฟดจะไม่มีการลดการถือครองพันธบัตร 6.7 ล้านล้านดอลลาร์อย่างทันที

ก่อนผลการประชุมออกมา ตลาดคาดหมายว่าจะไม่มีการลดดอกเบี้ยเลยในปีนี้ แต่อาจจะปรับขึ้น 0.25% ในช่วงสิ้นปี แต่หลังจากผลการประชุมออกมา บวกด้วยคำพูดของประธานเฟดคนใหม่ ทำให้บรรดาเทรดเดอร์เชื่อว่า อาจมีการขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าเดิมภายในเดือนตุลาคมนี้

เควิน วอร์ช ยังได้ประเดิมตำแหน่งใหม่ด้วยการแถลงจัดตั้ง “คณะทำงานเฉพาะกิจ” เพื่อปฏิรูปการทำงานของเฟด 5 เรื่องใหญ่ คือการสื่อสาร, งบดุลของเฟด, กรอบการทำงานเรื่องเงินเฟ้อ, แหล่งข้อมูลที่นำมาตัดสินใจ, ผลิตภาพ การจ้างงานและผลกระทบจากปัญญาประดิษฐ์และการเปลี่ยนโฉมของเทคโนโลยีอื่น ๆ

การยกเครื่องครั้งนี้ประเดิมด้วย “แถลงการณ์” ของเฟดที่มีความสั้นเพียง 130 คำ เทียบกับก่อนหน้าซึ่งมี 341 คำ โดยวอร์ชกล่าวว่า แถลงการณ์ควรสั้นกระชับ และบอกเพียงข้อเท็จจริง ก่อนหน้านี้เขาเคยวิจารณ์เฟดมาตลอดว่า “สื่อสารมากเกินไป”

ด้านซีเอ็นบีซีรายงานว่า การประชุมนัดแรกภายใต้เควิน วอร์ช สามารถสรุปออกมาเป็น 5 ประเด็นใหญ่ คือ 1.ไม่เปลี่ยนแปลงดอกเบี้ย แต่มีแนวโน้มว่าจะปรับขึ้นในอนาคต 2.ประธานเฟดไม่ส่ง Dot Plot ตามที่มีการคาดหมายมาก่อนหน้านี้ เพราะในอดีต วอร์ชแสดงท่าทีรังเกียจต่อ “คำแนะนำล่วงหน้า” ใด ๆ เกี่ยวกับนโยบายในอนาคตของเฟด

3.เปลี่ยนแปลงระบบการทำงานผ่านการตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ ตามที่เคยสัญญาไว้ 4.แข็งกร้าวเรื่องเงินเฟ้อ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ วอร์ชแสดงความคิดเห็นบ่อยครั้ง อยากให้มีการลดดอกเบี้ย ดังนั้นการที่ในครั้งนี้ทั้งวอร์ช และ FOMC แสดงความเห็นอย่างแข็งขันเป็นเอกฉันท์ที่จะควบคุมเงินเฟ้อให้อยู่ในเป้าหมาย 2% จึงสร้างความประหลาดใจ 5.ยกเครื่องการสื่อสารให้สั้นกระชับ เห็นได้จากแถลงการณ์หลังประชุมครั้งนี้มีเพียง 130 คำ จากปกติก่อนหน้านี้มักจะเกิน 300 คำ

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า เควิน วอร์ช ได้รับประสบการณ์ “เลวร้าย” ที่สุดในการทำหน้าที่ประธานเฟดวันแรก นับจากปี 1994 เนื่องจากตลาดหุ้นสหรัฐ “ดิ่งลง” อย่างรุนแรง ทั้งนี้แม้ว่าในอดีตจะมีประธานเฟดเพียง 3 คน คือ เบน เบอร์แนงคี, เจอโรม พาวเวลล์ และ เจเน็ต เยลเลน ที่ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปรับตัวลง ในการทำหน้าที่ประธานเฟดวันแรก แต่ไม่มีคนไหนทำให้เอสแอนด์พี 500 ลดลงได้มากเท่ากับเควิน วอร์ช เมื่อดัชนีเอสแอนด์พี 500 ซึ่งเป็นดัชนีสำคัญ ทรุดลง 91.25 จุด หรือ 1.21% ปิดที่ 7,420.10 ส่วนดาวโจนส์ ปรับลง 507.12 จุด หรือ 0.98% ปิดที่ 51,492.55 จุด

นักวิเคราะห์ชี้ว่า ตลาดหุ้น “ผิดหวัง” เพราะ Dot Plot บ่งบอกแนวโน้มว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งเข้าใจได้เพราะเงินเฟ้อสูงขึ้น แต่ปัญหาอยู่ที่กรรมการไม่มีเอกภาพเรื่อง Dot Plot เพราะมีเพียงประมาณครึ่งเดียวที่เห็นว่าควรปรับขึ้น และยิ่งทำให้เรื่อง “ซับซ้อนยุ่งยาก” ขึ้นไปอีก เมื่อเควิน วอร์ช ไม่ส่ง Dot Plot เพื่อบอกแนวโน้มดอกเบี้ยในอนาคต ตลาดไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงระบบ

เจฟฟรีย์ กุนด์ล็อค ซีอีโอของดับเบิลไลน์ แคปิตอล ชี้ว่า น้ำเสียงของเควิน วอร์ช “ดุดัน” (Hawkish) มากกว่าที่นักลงทุนคาดหมาย เน้นให้เห็นพันธสัญญาของเขาที่อยากกอบกู้ “เสถียรภาพราคา” และลดการส่งสัญญาณว่าเขาจะมีนโยบายผ่อนคลายการเงิน

“ประธานเฟดกำลังบอกเราว่า มีแผนจะควบคุมเสถียรภาพราคา ดังนั้นเราจะไม่เห็นนโยบายการเงินผ่อนคลายอย่างที่ทุกคนคิด วอร์ชอาจจะมีท่าทีอยากลดดอกเบี้ยช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ แต่ในวันนี้เขาไม่มีน้ำเสียงแบบนั้นแล้ว” กุนด์ล็อคกล่าวและว่า การที่ประธานเฟดเน้นควบคุมเสถียรภาพราคา ลดความเสี่ยงที่เฟดจะใช้นโยบายผ่อนคลายมากเกินไปจนจุดประกายให้กับเงินเฟ้อ

ดังนั้นจึงเป็นโอกาสเหมาะสำหรับการซื้อพันธบัตรระยะยาวของสหรัฐ