เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
Economic Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
Columns วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
Biz Movement เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
ดูทั้งหมด

ซูซูกิ ยันนำเข้ารถไฮบริด-อีวี 4 รุ่น หลังปิดโรงงานผลิตอีโคคาร์  

18 ก.ค. 2567 | 17:00น.

ซูซูกิ ไทยแลนด์  รับขาดทุนสะสม-สิ้นสุดโครงการอีโคคาร์ ชี้ปัจจัยหลักปิดโรงงานระยอง เผยเดินหน้ามุ่งสร้างความแข็งแรงด้านงานบริการ ขยายการรับประกัน และฟรีค่าแรง ลั่นมีอะไหล่รองรับรถทุกรุ่นนาน 10 ปี เผยตั้งแต่ 2025 ทยอยเปิดรุ่นใหม่ ทั้งไฮบริด-อีวีอย่างน้อย 4 รุ่น  

วันที่ 18 กรกฎาคม 2567 นายทาดาโอะมิ ซูซูกิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงสถานการณ์ตลาดรถยนต์ในประเทศยังคงซบเซา ช่วงระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา (เดือน ม.ค.-มิ.ย. 67) ตลาดรถยนต์รวมมียอดขายอยู่ที่ 307,995 คัน ส่วนซูซูกิมียอดขายรวมทั้งสิ้น 3,791 คัน ลดลง 54% จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566

เป็นผลมาจากปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ตลาดยังคงหดตัว คือ ปัญหาสภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา ส่งผลให้ปัญหาหนี้ครัวเรือนและค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้น กระทบต่อการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินอย่างชัดเจน

ล่าสุด ซูซูกิได้ตัดสินใจประกาศยุติสายการผลิตโรงงานใน จ.ระยองในช่วงสิ้นสุดปี 2568 โดยในช่วงเวลาที่เหลืออีกกว่า 1 ปี โดยปัจจุบันโรงงานยังเดินสายการผลิตตามปกติต่อไป จนกว่าจะถึงเวลาดังกล่าว หลังจากก่อนหน้านี้บริษัทตัดสินใจเข้ามาตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ใน อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ในปี 2554 และได้เริ่มดำเนินการผลิตรถยนต์อีโคคาร์ ซึ่งมีการผลิต 3 รุ่น คือ สวิฟท์ (Suzuki Swift), เซียส (CIAZ) และเซเลริโอ (Celerio)

และในปี 2568 โครงการอีโคคาร์จะสิ้นสุดลง ทำให้โรงงานซูซูกิต้องตัดสินใจยุติลงไปด้วย เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีนโยบายส่งเสริมใด ๆ ออกมาจากรัฐบาล นอกจากโครงการรถยนต์ไฟฟ้า

“เราต้องยอมรับว่า ได้สูญเสียขีดความสามารถในการผลิตอย่างหลีกเลียงไม่ได้ และในทางกลับกันสิ่งที่สำคัญมากต่อการผลิตก็คือ Scale Merit ขีดความสามารถการแข่งขันจากจำนวนการผลิต หากไม่ผลิตในปริมาณมากและจำหน่าย ก็จะเป็นเรื่องยากมากที่จะรักษาธุรกิจไว้”

ซูซูกิ เซเลริโอดังนั้น ซูซูกิจึงได้พิจารณาการผลิตและการขาย โดยมองเป็นภาพใหญ่ทั่วทั้งอาเซียนรวมประเทศไทย โดยการรวมทรัพยากรการผลิตไปยังอินโดนีเซียซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน และนำรถยนต์ที่ผลิตจากที่นั่นมายังประเทศไทยและประเทศอื่น ๆ ในกลุ่มอาเซียนตามลำดับ

ซูซูกิ เออร์ติก้าสำหรับตลาดไทยเป็นตลาดที่สำคัญมากสำหรับซูซูกิ บริษัทขอยืนยันว่ามีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจการขายในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งพัฒนาศักยภาพภายในเพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดรถยนต์แห่งอนาคตได้ หลังจากโรงงานระยองได้ยุติลง บริษัทจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด กับบริษัทแม่และซูซูกิอินโดนีเซีย ที่ในการจัดหารุ่นใหม่ ๆ ให้กับตลาดไทยและประเทศอื่น ๆ ในกลุ่มอาเซียน และเพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดไทยได้

ด้านนายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร เปิดเผยว่า เพื่อเตรียมแผนการดำเนินธุรกิจให้พร้อมรองรับต่อการแข่งขันในอนาคต ซึ่งยังคงอยู่ภายใต้วิสัยทัศน์การดำเนินธุรกิจ “Enhancing the Ability to Compete in the Upcoming Automotive Market เพิ่มขีดความสามารถสู่การแข่งขันในอนาคต” ที่ได้ประกาศแก่ผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิไปในช่วงต้นปีที่ผ่านมา

บริษัทได้ดำเนินธุรกิจรูปแบบใหม่ภายใต้แคมเปญ “SUZUKI WORRY FREE” ซึ่งจะเป็นการยกระดับงานบริการในทุกด้าน โดยเน้นย้ำถึงการดูแลลูกค้าด้วยความจริงใจ มอบคุณภาพของงานบริการที่ดีที่สุด ตอบแทนความไว้วางใจที่ลูกค้าชาวไทยมอบให้เสมอมา และเตรียมความพร้อมแข่งขันในตลาดรถยนต์ ด้วยแผนการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ 4 รุ่น ตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นไป ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางและนโยบายการรักษาความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยประกอบไปด้วยรถประเภทไฮบริดและรถพลังงานไฟฟ้า 100% ออกสู่ตลาดประเทศไทย

ภายใต้ปรัชญา “SUZUKI Cause We Care-เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ” การพัฒนางานบริการในทุกด้านเพื่อยกระดับคุณภาพของผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ เป็นเป้าหมายสำคัญยิ่งของซูซูกิ ให้สามารถดำรงอยู่ได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในประเทศไทย การปรับปรุงแผนและพัฒนาการดำเนินงานเพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ แคมเปญ “SUZUKI WORRY FREE” จึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เราเชื่อมั่นว่าจะสามารถรองรับการดูแลลูกค้าด้วยคุณภาพและมาตรฐานของซูซูกิได้อย่างแท้จริง ซึ่งรายละเอียดจะประกอบไปด้วย 7 หัวข้อ ดังนี้

1.ฟรีค่าแรงเช็กระยะ สูงสุด 3 ปี สำหรับลูกค้าที่นำรถเข้าเช็กระยะต่อเนื่องตามกำหนดกับศูนย์บริการรถยนต์ซูซูกิทุกสาขา ฟรี ค่าแรงเช็กระยะ สูงสุด 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร (โดยอย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

2.ขยายการรับประกันงานซ่อมและอะไหล่แท้ทุกชิ้น นานถึง 1 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร (โดยอย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) จากเดิมที่รับประกันเพียง 3 เดือน หรือ 5,000 กิโลเมตร

3.บริการพิเศษรถสำรองใช้ระหว่างซ่อม สำหรับรถยนต์ที่อยู่ในระยะรับประกัน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร ด้วยบริการพิเศษ “รถสำรองใช้ระหว่างซ่อม” สำหรับรถยนต์ซูซูกิที่ต้องใช้เวลาตรวจเช็กมากกว่า 1 วัน (ไม่รวมระยะเวลาวิเคราะห์ปัญหา) และไม่รวมกรณีรถเกิดอุบัติเหตุ

ซูซูกิ เออร์ติก้า

4. HELLO SUZUKI APPLICATION แอปพลิเคชั่นที่จะเชื่อมต่อข้อมูลการทำงานกับลูกค้า อำนวยความสะดวกสบายและความมั่นใจในงานบริการทุกขั้นตอน ทั้งการนัดหมายนำรถเข้ารับบริการ หรือติดต่อสอบถามข้อมูล รายงานการตรวจสอบและดูแลรถในทุกขั้นตอน รวมถึงการมอบสิทธิพิเศษมากมาย ด้วยการสะสมคะแนนจากค่าใช้จ่ายในการเข้าซ่อมบำรุงตามระยะอย่างต่อเนื่อง หรือซ่อมแซมที่ศูนย์บริการของซูซูกิทั่วประเทศ

5. ระบบการจัดการอะไหล่ มีเป้าหมายรองรับบริการได้ไม่น้อยกว่า 10 ปี นับจากวันที่สิ้นสุดการผลิต โดย ซูซูกิมีคลังอะไหล่ 2 แห่ง ทั้งที่คลังอ่อนนุช กรุงเทพมหานคร มีพื้นที่จัดเก็บขนาด 1,216 ตารางเมตร และคลังอะไหล่ จังหวัดระยอง มีพื้นที่จัดเก็บขนาด 4,076 ตารางเมตร รวมถึงคลังอะไหล่ของผู้จำหน่ายทั่วประเทศ มีอะไหล่จัดเก็บรวมมากถึง 741,000 ชิ้น โดยมีเป้าหมายรองรับความต้องการของลูกค้าได้ไม่น้อยกว่า 10 ปี

และยังมีบริการจัดส่งอะไหล่แบบเร่งด่วนภายใน 24 ชั่วโมง ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และพื้นที่อื่น ๆ ภายใน 48 ชั่วโมง

ซูซูกิ เออร์ติก้า6. ศูนย์บริการครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ลูกค้ามั่นใจกับศูนย์บริการ 92 แห่ง ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ และเตรียมเสริมความแข็งแกร่งเพื่อรองรับแผนงานในอนาคต ด้วยการแต่งตั้งผู้จำหน่ายรายใหม่เพิ่มอีก 6 แห่ง ได้แก่ จ.มหาสารคาม กาฬสินธุ์ หนองคาย บึงกาฬ และพัทลุง

7. ศูนย์บริการซ่อมสีและตัวถังตามมาตรฐานของซูซูกิ ปัจจุบันซูซูกิมีผู้จำหน่ายที่มีบริการศูนย์ซ่อมตัวถังและสีตามมาตรฐานของซูซูกิด้วยกันทั้งหมด 32 แห่ง และจะเพิ่มอีกจำนวน 9 แห่ง ได้แก่ จ.นนทบุรี สิงห์บุรี สุโขทัย พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี และขอนแก่น ภายในปี 2567

ซูซูกิ เซเลริโอทั้งนี้แม้ซูซูกิจะต้องเผชิญการแข่งขันในตลาดที่ค่อนข้างรุนแรง รวมถึงสภาวะการหดตัวลงของตลาด และความเข้มงวดของสถาบันการเงินต่าง ๆ แต่ในช่วงที่ผ่านมาซูซูกิยังคงรักษาระดับยอดขายรถยนต์ไว้ได้อย่างน่าพอใจ ซึ่งนอกจากต้องขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ไว้วางใจในผลิตภัณฑ์ของซูซูกิเป็นอย่างสูงแล้วนั้น ซูซูกิยังต้องขอขอบคุณผู้จำหน่ายทุกรายที่ทำงานอย่างหนักด้วย

“เราขอให้ลูกค้าซูซูกิทุกท่านเชื่อมั่นได้ว่า ซูซูกิจะยังเดินหน้าพัฒนาคุณภาพในทุกด้านอย่างไม่หยุดยั้ง โดยยึดความสำคัญด้านการบริการทั้งก่อนและหลังการขายเป็นที่ตั้ง เพื่อตอบแทนความไว้วางใจที่ลูกค้ามอบให้ จนเราสามารถสร้างยอดขายสะสมนับตั้งแต่เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยได้ถึง 310,885 คันอีกด้วย”