เตรียมตัวให้พร้อม วันนี้ (1 ส.ค. 67) 08.00 น. ลงทะเบียนรับสิทธิดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท สำหรับผู้มีสมาร์ทโฟน เช็กวิธีลงทะเบียน ยืนยันตัวตน ผ่านแอป “ทางรัฐ” พร้อมจุด Walk-in ช่วยลงทะเบียนมีที่ไหนบ้าง มีกี่จุด เช็กเลย
วันที่ 1 สิงหาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันนี้ จะมีการเปิดให้ประชาชนทั่วไป กดรับสิทธิลงทะเบียนและยืนยันตัวตนในโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเลต ผ่านแอปพลิเคชั่น “ทางรัฐ” บนสมาร์ทโฟน ระหว่างวันที่ 1 ส.ค.-15 ก.ย. 67 โดยไม่มีการจำกัดจำนวนประชาชนที่จะเข้าร่วมใช้สิทธิในโครงการ ดังนั้น ประชาชนทุกคนที่มาลงทะเบียน และมีคุณสมบัติครบถ้วน ก็สามารถเข้าร่วมโครงการได้ ซึ่งรัฐบาลได้ประมาณการไว้จำนวน 45-50 ล้านคน เวลา 08.00 น.
ขั้นตอนลงทะเบียนผ่านแอป ทางรัฐ
ในการแถลงข่าวได้เปิดขั้นตอนการลงทะเบียนและยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชั่น “ทางรัฐ” แบ่งเป็น 2 รูปแบบ
– รูปแบบที่ 1 การยืนยันตัวตนและลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ผ่านแอปพลิเคชั่น “ทางรัฐ” ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม-15 กันยายน 2567
– รูปแบบที่ 2 การยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชั่น “ทางรัฐ” มาก่อนวันที่ 1 สิงหาคม 2567 แล้ว จึงค่อยมาลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ผ่านแอปพลิเคชั่น “ทางรัฐ” ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม-15 กันยายน 2567 ซึ่งจะทำให้คงเหลือขั้นตอนลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม เป็นต้นไป ที่ง่ายและรวดเร็วกว่า
โดยประชาชนเตรียมการดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น “ทางรัฐ” และทำการยืนยันตัวตนล่วงหน้าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น “ทางรัฐ” ได้โดยตรงจากแอปพลิเคชั่น “App Store” สำหรับระบบปฏิบัติการไอโอเอส (iOS) และแอปพลิเคชั่น “Google Play” สำหรับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (Android) บนโทรศัพท์สมาร์ทโฟน หลังดาวน์โหลดมีขั้นตอนรับสิทธิดังนี้
1. เปิดแอป ทางรัฐ กดปุ่ม “สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ”
2. กดที่คำว่า สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ
3. กดที่คำว่า สมัครสมาชิก
4. กดปุ่ม “สมัครด้วยบัตรประชาชน” บนแอป ทางรัฐที่เดียว ไม่ต้องใช้แอป อื่น ไม่ต้องไปเสียบบัตรที่ Counter Service ช่วยให้ลงทะเบียนได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม
5. อ่านข้อกำหนดและความเป็นส่วนตัว จากนั้นคลิกเครื่องหมายถูกต้องที่ “ฉันยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไข” แล้วกด “ยอมรับ”
6. อ่านข้อแนะนำในการถ่ายรูปบัตรประชาชน จากนั้นกดปุ่มเพื่อถ่ายรูป
7. กรอกข้อมูลของท่านและตรวจสอบให้ถูกต้องตามบัตรประชาชน แล้วกดปุ่ม “ยืนยันตัวตน“
8. อ่านข้อแนะนำในการสแกนใบหน้า จากนั้นเริ่มสแกนใบหน้าของท่าน
9. กำหนด “ชื่อบัญชีและรหัสผ่าน” ในการเข้าสู่แอป แล้วกด “ยืนยัน”
10. ตั้งค่า PIN Code 6 หลัก แล้วกดยืนยัน Pin Code อีกครั้ง
11. เปิดใช้งานการสแกนใบหน้าของท่านโดยกดที่ “ใช้งาน”
12. จากนั้นกด “เริ่มใช้งาน” และเตรียมพร้อมรอติดตามประกาศวันกดยืนยันขอรับสิทธิจากรัฐบาลอย่างเป็นทางการได้เลย
สถานที่ Walk-in ช่วยลงทะเบียน
ทั้งนี้ รัฐบาลได้อำนวยความสะดวกประชาชน เปิดจุด Walk-in ช่วยลงทะเบียน และสอบถามข้อมูล 4 แห่งหลัก รวมกว่า 5,000 จุดทั่วประเทศ มีดังนี้
1.ศูนย์ดิจิทัลชุมชน จำนวน 1,722 ศูนย์
2. ที่ทำการไปรษณีย์ จำนวน 1,200 แห่ง (ยกเว้น ไปรษณีย์อนุญาต (เอกชน) และร้านค้าให้บริการ)
3. ธนาคารออมสิน 1,047 แห่ง ทั่วประเทศ
4. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จำนวน 1,238 แห่ง
จุดบริการยืนยันตัวตน
นอกจากนี้ ประชาชนสามารถยืนยันตัวตนผ่าน จุดให้บริการยืนยันตัวตน ดังนี้
-ตู้บริการอเนกประสงค์ภาครัฐ จะเป็นตู้คีออสก์ ตู้บริการอเนกประสงค์ของภาครัฐ อาทิ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน), ศูนย์ดิจิทัลชุมชน กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม กองทุนบำเหน็จบำนาญ ข้าราชการ (กบข.) ศูนย์บริการร่วมภาครัฐ สาขา ศูนย์รับคำขออนุญาต สำนักงาน ก.พ.ร., ศูนย์บริการร่วมภาครัฐ สาขา ศูนย์บริการร่วม กระทรวงยุติรรรม, รพ.ราชวิถี, รพ.รามาธิบดี, รพ.วชิรพยาบาล, รพ.ตำรวจ
-ตู้บุญเติม
-ไปรษณีย์ไทยทุกสาขา
-เคาน์เตอร์เซอร์วิส 7-Eleven
สำหรับประชาชนที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเตรียมการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ได้ที่เว็บไซต์ www.digitalwallet.go.th หรือพิมพ์เป็นภาษาไทยว่า www.กระเป๋าเงินดิจิทัล.รัฐบาล.ไทย หรือสามารถสอบถามผ่านศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (Call Center) สายด่วน โทร. 1111 ซึ่งพร้อมให้บริการ และคำแนะนำปรึกษาแก่ประชาชนแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ส่วนผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟน รัฐบาลจะเปิดให้ลงทะเบียนในรอบถัดไป ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน-15 ตุลาคม 2567 สถานที่ที่รัฐบาลกำหนด ซึ่งจะมีการแจ้งระบุสถานที่อย่างเป็นทางการอีกครั้ง โดยจะต้องใช้บัตรประชาชนในการใช้จ่าย และต้องตรวจสอบคุณสมบัติสถานะบุคคลตามทะเบียนบ้าน