เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พลังงานใช้กองทุนน้ำมันอุ้ม LPG ตรึง 423 บาท/ถัง แม้ฐานะกองทุนติดลบเพิ่ม 7.18 หมื่นล้าน
Economic พลังงานใช้กองทุนน้ำมันอุ้ม LPG ตรึง 423 บาท/ถัง แม้ฐานะกองทุนติดลบเพิ่ม 7.18 หมื่นล้าน
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (7 ส.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (7 ส.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ศุภจี มอง ‘ไทยเที่ยวไทยพลัส’ ควรคลอดฤดูท่องเที่ยว ยังไม่ฟันใช้งบ พ.ร.ก.กู้เงิน
Politics ศุภจี มอง ‘ไทยเที่ยวไทยพลัส’ ควรคลอดฤดูท่องเที่ยว ยังไม่ฟันใช้งบ พ.ร.ก.กู้เงิน
ราคาทองวันนี้ (7 ส.ค. 69) คงที่ ทองรูปพรรณ 67,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ส.ค. 69) คงที่ ทองรูปพรรณ 67,550 บาท
ฟอร์ด ส่ง แร็พเตอร์ ป้องกันแชมป์ในศึกออฟโรด AXCR 2026
Automotive ฟอร์ด ส่ง แร็พเตอร์ ป้องกันแชมป์ในศึกออฟโรด AXCR 2026
พาสเวิร์สของรัฐ รั่วซ้ำซาก หนักกว่าโดนแฮก จี้ ยกมาตรฐานไซเบอร์ – จัดจ้างทำซอฟต์แวร์
Tech พาสเวิร์สของรัฐ รั่วซ้ำซาก หนักกว่าโดนแฮก จี้ ยกมาตรฐานไซเบอร์ – จัดจ้างทำซอฟต์แวร์
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังอิหร่านเตรียมร่าง กม. ห้ามสหรัฐ อิสราเอล และพันธมิตรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังอิหร่านเตรียมร่าง กม. ห้ามสหรัฐ อิสราเอล และพันธมิตรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
การลงทุน : เสี่ยงอย่างไรให้ได้ผล ท่ามกลางเศรษฐกิจผันผวน
Columns การลงทุน : เสี่ยงอย่างไรให้ได้ผล ท่ามกลางเศรษฐกิจผันผวน
ทส.จ่อตั้งทีมร่วมไทย-เมียนมา แก้ปัญหาสารพิษแม่น้ำพรมแดน คลอดแผน 1-3 ปี
Politics ทส.จ่อตั้งทีมร่วมไทย-เมียนมา แก้ปัญหาสารพิษแม่น้ำพรมแดน คลอดแผน 1-3 ปี
ทองย่อ หลังทำ New High ที่ 4,300 ดอลลาร์ สงครามไม่แน่นอน คืนนี้ลุ้นตัวเลข Nonfarm สหรัฐ
Finance ทองย่อ หลังทำ New High ที่ 4,300 ดอลลาร์ สงครามไม่แน่นอน คืนนี้ลุ้นตัวเลข Nonfarm สหรัฐ
ดูทั้งหมด

ธุรกิจครอบครัวเตรียมตัวเข้าตลาดหุ้นกว่า 100 บริษัท ตลท.เล็งศึกษาตั้งดัชนีเฉพาะ

01 ส.ค. 2567 | 16:04น.

“กิติพงศ์” ประธานบอร์ดตลาดหลักทรัพย์ฯ เผยธุรกิจครอบครัวจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย 575 บริษัท มาร์เก็ตแคปรวมกว่า 8 ล้านล้านบาท จ้างงาน 1.3 ล้านอัตรา มูลค่าสินทรัพย์-รายได้-กำไรในช่วง 6 ปีโตเฉลี่ย 40-50% เล็งศึกษาตั้งดัชนีเฉพาะ ชี้ในไปป์ไลน์อย่างน้อย 100 บริษัทเตรียมตัวทยอยเข้าจดทะเบียนภายใน 10-20 ปี พร้อมเปิด 3 เฟสพัฒนาดึงธุรกิจครอบครัวเข้าตลาด

วันที่ 1 สิงหาคม 2567 ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวในงานสัมมนา “SET Annual Conference on Family Business : Family Business in the Globalized Asia” ว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯให้ความสำคัญและสนับสนุนการขับเคลื่อนระบบนิเวศเพื่อการพัฒนาธุรกิจครอบครัวไทยเข้าสู่ปีที่ 2

ซึ่งการจัดงานในปีนี้มีผู้เข้าร่วมถึง 280 ราย ประมาณ 70% เป็นเจ้าของกิจการ และอีก 30% เป็นที่ปรึกษาและนักวิชาการ เนื่องจากธุรกิจครอบครัวเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งของเศรษฐกิจและตลาดทุนไทย

ธุรกิจครอบครัวเตรียมตัวเข้าตลาดหุ้นกว่า 100 บริษัท ตลท.เล็งศึกษาตั้งดัชนีเฉพาะ

โดยข้อมูลจนถึงเดือน มิ.ย. 2567 พบว่า 2 ใน 3 ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยเป็นธุรกิจครอบครัว หรือคิดเป็น 67% ของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย ไม่ว่าจะเป็นในตลาด SET และ mai เป็นบริษัทธุรกิจครอบครัวถึง 575 บริษัท จาก 852 บริษัท โดยแบ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาด SET ที่ 72% และใน mai อีก 28%

โดยมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap.) สัดส่วน 50.2% ของตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือกว่า 8 ล้านล้านบาท จากมูลค่ามาร์เก็ตแคปรวม 16 ล้านล้านบาท มีการจ้างงานทั้งหมด 1.3 ล้านอัตรา คิดเป็น 74% ของการจ้างงานทั้งหมดของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย และเฉลี่ย 6 ปี อยู่ที่ 67% ซึ่งนับว่าสูงมาก

ธุรกิจครอบครัวเตรียมตัวเข้าตลาดหุ้นกว่า 100 บริษัท ตลท.เล็งศึกษาตั้งดัชนีเฉพาะ

ด้านมูลค่าสินทรัพย์รวม รายได้รวม และกำไรสุทธิ ของบริษัทธุรกิจครอบครัวไทยในช่วงเวลา 6 ปีที่ผ่านมา (2560-2566) มีการเจริญเติบโตทั้งสินทรัพย์รวม รายได้รวม และกำไรสุทธิ โดยสินทรัพย์รวมเติบโตเฉลี่ย 47.03% ปิดสิ้นปี 2566 อยู่ที่ 25,285 พันล้านบาท รายได้รวมเติบโตเฉลี่ย 45.7% ปิดสิ้นปี 2566 อยู่ที่ 8,309 พันล้านบาท และกำไรสุทธิเติบโตเฉลี่ย 52.4% สิ้นปี 2566 ปิดอยู่ที่ 409,029 ล้านบาท

และอายุกิจการของบริษัทธุรกิจครอบครัวนับตั้งแต่ปีก่อตั้งจนถึงปัจจุบันที่ยังคงจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย มีบริษัทที่มีอายุยาวนานถึง 148 ปี คือบริษัท โอเอชทีแอล จำกัด มหาชน (OHTL) หรือโรงแรมโอเรียนเต็ล ขณะที่อายุเฉลี่ยของบริษัทธุรกิจครอบครัวคือ 36 ปี และปัจจุบันมีบริษัทธุรกิจครอบครัวที่มีอายุเกิน 100 ปี จดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้นไทยด้วยกัน 5 บริษัท ได้แก่ OHTL, บมจ.เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC), บมจ.โอสถสภา (OSP), บมจ.เอสซีบี เอกซ์ (SCB) และ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC)

ธุรกิจครอบครัวเตรียมตัวเข้าตลาดหุ้นกว่า 100 บริษัท ตลท.เล็งศึกษาตั้งดัชนีเฉพาะ

นอกจากนี้ พบว่าบริษัทจดทะเบียนที่เป็นธุรกิจครอบครัวมีความแข็งแกร่งอีกหลายด้าน โดยมีรายได้วจากต่างประเทศจำนวน 295 บริษัท มีรายได้จากต่างประเทศคิดเป็นปริมาณ 68-69% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดที่มีรายได้จากต่างประเทศ โดยในปี 2566 บริษัทกลุ่มนี้มีรายได้จากต่างประเทศ คิดเป็น 42% ของรายได้จากต่างประเทศรวมทุกบริษัทจดทะเบียน โดยมีมูลค่า 2,492 พันล้านบาท

และธุรกิจครอบครัวมีจำนวนกว่า 119 บริษัท หรือคิดเป็น 62% ที่มีรายชื่อติดอยู่ในดัชนี SET ESG Rating มีคะแนนของ CG Score (บรรษัทภิบาล) สัดส่วน 83% ในอันดับดีขึ้นไป และอยู่ในอัตรา 4-5 สูงกว่าบริษัทนอกกลุ่มธุรกิจครอบครัว รวมทั้งมีสัดส่วน 99% ของบริษัทธุรกิจครอบครัวที่มีกรรมการอิสระเป็นไปตามเกณฑ์

ศาสตราจารย์พิเศษกิติพงศ์กล่าวอีกว่า จากข้อมูลทั้งหมดนี้ทำให้เห็นได้ว่าบริษัทธุรกิจครอบครัวได้รับประโยชน์จากการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อตลาดทุนไทยเป็นอย่างมาก โดยเบื้องต้นมีไอเดียส่วนตัวว่าอยากจัดตั้งดัชนี “Family Business” เป็นการเฉพาะ

โดยได้มอบหมายงานให้ทีมบริหารไปช่วยศึกษาเรื่องพวกนี้บ้างแล้ว และอาจจะต้องหารือร่วมกับนายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหุ้นไทยคนใหม่ต่อไปเมื่อเข้ามารับตำแหน่งในเดือน ก.ย. 2567 เพราะขณะนี้ในตลาดหุ้นต่างประเทศยังไม่มีดัชนีลักษณะนี้

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาตลาดหลักทรัพย์ฯได้ให้ความสำคัญกับธุรกิจครอบครัว โดยมีการเร่งเผยแพร่ความรู้ให้การศึกษากับธุรกิจครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นการจัดสัมมนาประจำปีระดับในประเทศและระหว่างประเทศ ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯมีแพลตฟอร์มที่จะให้ธุรกิจครอบครัวเข้าเรียนรู้ รวมทั้งมีการฝึกอบรม ไม่ว่าจะเป็นโครงการ LiVE, CBCE, IDE เป็นต้น

เพื่อจะให้มีธุรกิจครอบครัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯให้มากขึ้นต่อเนื่อง ทั้งนี้ จะเป็นประโยชน์กับตลาดทุนและด้านธุรกิจไทย โดยระยะยาวจะเห็นได้ว่าจำนวนธุรกิจครอบครัวที่ IPO เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา มีถึง 200 บริษัท และส่วนใหญ่ 94% มีมาร์เก็ตแคปสูงกว่าตอน IPO

ธุรกิจครอบครัวเตรียมตัวเข้าตลาดหุ้นกว่า 100 บริษัท ตลท.เล็งศึกษาตั้งดัชนีเฉพาะ

โดยประโยชน์ในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ สามารถแบ่งออกได้ 7 ส่วนหลักคือ

1.เป็นแหล่งระดมเงินทุนระยะยาว โดยบริษัทธุรกิจครอบครัวจะสามารถระดมทุน เพื่อนำเงินทุนที่ได้มาจากการขายหุ้นให้กับประชาชน เพื่อนำมาขยายการลงทุน ชำระหนี้เงินกู้ ขยายกิจการ ควบรวมกิจการได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่มีภาระหนี้ ในการใช้เงินส่วนตัว หรือต้องการค้ำประกันเป็นการส่วนตัว

2.สามารถทำให้ผู้ถือหุ้นของครอบครัวมีสภาพคล่องของหุ้นและทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการขายหุ้นให้ระหว่างกันเอง หรือให้กับบุคคลภายนอก รวมทั้งขายหุ้นให้ได้กำไร เนื่องจากต้นทุนที่ได้มาถูกกว่าบุคคลอื่น และอาจจะไม่ต้องเสียภาษีในกรณีที่เป็นบุคคลธรรมดา

3.มีภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือ เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ ทำให้บริษัทมีสถานะที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนสถาบัน สถาบันการเงิน และผู้ลงทุน คู่ค้า พันธมิตร ที่จะเข้ามาทำธุรกิจ ด้วยความมั่นใจในชื่อเสียงและความมั่นคง ความโปร่งใส ซึ่งจะทำให้บริษัทอาจจะมีหุ้นส่วนพันธมิตร ง่ายต่อการโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้า รวมทั้งขยายธุรกิจ หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของกระทำธุรกิจใหม่ ๆ

4.สามารถเสนอสิทธิประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นหุ้นโครงการ Employee Stock Option Plan หรือผลประโยชน์อื่นใดให้กับผู้บริหารกรรมการมืออาชีพที่เข้ามาช่วยงาน หรือทำงานเพื่อให้ธุรกิจเติบโตขึ้นอย่างมั่นคงและยั่งยืน

5.การเพิ่มมูลค่าของหุ้น ซึ่งเป็นสินทรัพย์ของครอบครัวให้สะท้อนความจริง เนื่องจากการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ การตีมูลค่าของหุ้นย่อมสูงกว่าการตีมูลค่าโดยปกติ ที่การตีมูลค่าหุ้นทางบัญชีทำให้ความมั่งคั่งของธุรกิจครอบครัวที่ได้สร้างมานั้นเพิ่มขึ้น และจะทำให้นำมูลค่าเพิ่มดังกล่าวไปขยายการลงทุนหรือขายเพื่อทำกำไรได้ เพราะมีราคาตลาดเปรียบเทียบกัน

6.เพิ่มความสามารถในการดึงดูดมืออาชีพเข้าร่วมงาน ในบางกรณีที่สมาชิกในครอบครัวไม่มีความประสงค์ที่จะบริหารจัดการธุรกิจต่อไป หรือลูกหลานของตระกูลยังไม่พร้อม แต่อยากให้ธุรกิจสืบทอดต่อไปอย่างยาวนาน ก็ยังให้มืออาชีพหรือกองทุนรวมบริหารจัดการ โดยครอบครัวสามารถกำกับดูแลผ่านคณะกรรมการบริษัท หรือผู้ถือหุ้นได้โดยไม่ต้องลงไปบริหารเอง

รวมทั้งสามารถนำสมาชิกในครอบครัวที่ไม่มีประสบการณ์การทำงานเข้าไปเรียนรู้ทำงานจากกรรมการและผู้บริหารมืออาชีพที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของครอบครัว เพื่อพัฒนาความรู้ ความสามารถ ให้สามารถรองรับบทบาทบริหารงานเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมได้

และ 7.สามารถขจัดความขัดแย้งกันในสมาชิกของครอบครัว โดยมีกรรมการอิสระช่วยไกล่เกลี่ย หรือมีการซื้อขายหุ้นกันได้ง่าย เพราะมีราคาตลาดกำหนดไว้ ไม่ต้องมีปัญหาเรื่องราคา

“บริษัทธุรกิจครอบครัวสิ่งสำคัญต้องปรับโครงสร้างให้พร้อมก่อน เพราะอาจจะมีพวก Venture Capital สนใจลงทุน อาจจะไม่ต้องเข้าตลาดหุ้นก็ได้ หรือขยายกิจการจนดีก่อนแล้วค่อยตัดสินใจเข้าจดทะเบียนก็ได้ ซึ่งในญี่ปุ่นและสหรัฐมี VC เข้าไปซื้อบริษัทที่ลูกหลานของเจ้าของกิจการไม่อยากทำหลายแห่งมาก ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

ตอนนี้บริษัทครอบครัวอยู่ในไปป์ไลน์อย่างน้อย 100 บริษัท ที่อยู่ระหว่างเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย อาจจะทยอยเข้าภายใน 10-20 ปี แต่ช่วงนี้อาจจะดีเลย์เข้าจดทะเบียนไปก่อน เพราะภาวะตลาดทุนไม่เอื้ออำนวย ซึ่งโดยส่วนตัวอยากคัดเลือกบริษัทดี ๆ มีขนาดใหญ่และมีธรรมาภิบาล ไม่อยากได้บริษัทเล็ก ๆ เพราะสร้างราคาง่าย เช่น พวกมันนี่เกม

ธุรกิจครอบครัวเตรียมตัวเข้าตลาดหุ้นกว่า 100 บริษัท ตลท.เล็งศึกษาตั้งดัชนีเฉพาะ