กมธ.อว.หารือร่วมกรมบัญชีกลาง และคณะกรรมการกฤษฎีกา ชี้เหตุปลาหมอคางดำเข้าข่าย “ภัยพิบัติ” สามารถใช้เงินทดลองราชการช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้
วันที่ 2 สิงหาคม 2567 นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยสร้างไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กมธ.อว.) ให้สัมภาษณ์ในรายการ “เจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์” วันที่ 2 สิงหาคม 2567 กรณีปัญหาปลาหมอคางดำ ว่าคณะอนุกรรมาธิการ ซึ่งมีนายแพทย์วาโย อัศวรุ่งเรือง เป็นประธาน ได้ขอให้ กมธ.อว.ชุดใหญ่ ทำหนังสือเรียกตัวแทนจากบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องปลาหมอคางดำ
เนื่องจากที่ผ่านมาคณะอนุกรรมาธิการได้ทำหนังสือเชิญถึง 3 ครั้ง แต่ซีพีเอฟไม่มาชี้แจง ได้แต่ส่งเอกสารมา ดังนั้น ในวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา ตนในฐานะประธาน กมธ.อว. จึงได้ใช้อำนาจของ กมธ.อว.ชุดใหญ่ ทำหนังสือเรียกตัวแทนจากซีพีเอฟเข้าชี้แจงตามระเบียบข้อบังคับของ กมธ.อว. ซึ่งปรากฏว่านายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหารซีพีเอฟ เดินทางมาชี้แจงด้วยตัวเอง
นายฐากรกล่าวว่า การเชิญซีพีเอฟมาชี้แจงไม่ได้เชิญมาในฐานะเป็นผู้กระทำความผิด แต่เป็นการหารือร่วมกันว่าซีพีเอฟจะช่วยเหลือหรือสนับสนุนรัฐบาลได้อย่างไรในการช่วยเหลือประชาชนต่อปัญหาที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ขณะเดียวกันในที่ประชุมยังมีตัวแทนจากคณะกรรมการกฤษฎีกา และตัวแทนจากกรมบัญชีกลาง เข้าร่วมด้วย เนื่องจากกรมประมงได้มีหนังสือแจ้งไปที่กรมบัญชีกลาง ว่าจะช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการระบาดของปลาหมอคางดำอย่างไร เข้าหลักเกณฑ์ที่จะใช้เงินทดรองราชการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในกรณีฉุกเฉินได้หรือไม่
ซึ่งกรมประมงได้มีหนังสือสอบถามไปที่กรมบัญชีกลาง ตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม 2567 แต่ยังไม่ได้รับคำตอบ แต่เมื่อได้หารือร่วมกันเมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา ทั้งกรมประมง กรมบัญชีกลาง และคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้เห็นชอบร่วมกันเซ็นหนังสือรับรองว่ากรณีปลาหมอคางดำเข้าข่ายหลักเกณฑ์ที่สามารถใช้เงินทดรองราชการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในเหตุฉุกเฉินดังกล่าวได้ตามกฎหมาย พ.ศ. 2562
“เมื่อวานมีการตีความกันแล้วว่ากรณีปลาหมอคางดำระบาดอย่างหนักเป็นภัยพิบัติ สามารถใช้เงินทดลองราชการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในเหตุฉุกเฉินดังกล่าวได้” นายฐากรกล่าว
สำหรับคำชี้แจงของนายประสิทธิ์ เป็นการตอบข้อซักถามของคณะกรรมาธิการ ยืนยันว่าได้นำเข้าลูกปลาหมอคางดำเมื่อปลายปี 2553 จำนวน 2,000 ตัวจากประเทศกานา ซึ่งเมื่อมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ได้ตายไป 1,400 ตัว ยังเหลือ 600 ตัว สัปดาห์ที่หนึ่งผ่านไปเมื่อตรวจอีกครั้งพบว่าในบ่อเลี้ยงเหลือแค่ 400 ตัว พอสัปดาห์ที่สองเหลือปลาเพียง 200 ตัว สัปดาห์ที่สามเหลือ 150 ตัว พอถึงสัปดาห์ที่สี่เหลือแค่ 50 ตัว ทางซีพีเอฟยืนยันว่าได้นำตัวอย่างปลาที่ตายแล้วมาดองเก็บในขวดโหลแล้วส่งให้ทางกรมประมงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ส่วนระเบียบของคณะกรรมการด้านความหลากหลายและความปลอดภัยทางชีวภาพของกรมประมง หรือ IBC กมธ.อว.มีมติร่วมกันว่า ขอให้ซีพีเอฟแสดงใบอนุญาตจาก อบต.ยี่สารว่าได้รับอนุญาตในการก่อสร้างบ่อปูนสำหรับเลี้ยงปลาเพื่อวิจัย ไม่ใช่บ่อดิน และขอให้นำส่งเอกสารเกี่ยวกับการขออนุญาตนำเข้าปลาหมอคางดำเมื่อปี 2553 ซึ่งทางซีพีเอฟได้รับปากจะดำเนินการส่งให้