เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ธปท.เผยแบงก์เฉือนรายได้ 1 พันล้าน ลดดอกเบี้ยให้ลูกหนี้จ่ายบัตรเครดิต 8%

05 ส.ค. 2567 | 18:00น.
card

card

ธปท.เผยคงจ่ายขั้นต่ำบัตรเครดิต 8% ไปอีก 1 ปี พร้อมยกเลิกเกณฑ์ปิดวงเงินบัตรหวังเสริมสภาพคล่องลูกหนี้ ชี้แบงก์ลดดอกเบี้ยให้ลูกค้าจ่ายเกินขั้นต่ำหรือเทียบเท่ากระทบรายได้ดอกเบี้ยแบงก์ 1,000 ล้านบาทต่อปี ยอมรับหนี้เสีย-SM ขยับเพิ่มขึ้น ส่วนมาตรการหนี้เรื้อรังขยายเวลาปิดหนี้จาก 5 ปี เป็น 7 ปี คาดลูกหนี้เข้าโครงการเพิ่มเป็น 20% จากทั้งหมดที่มี 5 แสนบัญชี วงเงิน 1.44 หมื่นล้านบาท

วันที่ 5 สิงหาคม 2567 นายสมชาย เลิศลาภวศิน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า

จากการปรับมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ในส่วนของการผ่อนชำระขั้นต่ำ (Minimum Payment) ของบัตรเครดิต โดยให้คงอัตราอยู่ที่ 8% ออกไปอีก 1 ปีจนถึงปี 2568 จากเดิมจะปรับเพิ่มเป็น 10% ตั้งแต่ 1 มกราคม 2568 เพื่อช่วยลดภาระการจ่ายชำระหนี้และรักษาสภาพคล่องให้ครัวเรือนโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง

ทั้งนี้ จากมาตรการจูงใจในการลดดอกเบี้ยสำหรับลูกหนี้ที่ผ่อนชำระขั้นต่ำมากกว่าหรือเท่ากับ 8% จะได้รับเครดิตเงินคืนเทียบเท่าดอกเบี้ย 0.50% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 (ม.ค.-มิ.ย. 68) และลด 0.25% ในช่วงครึ่งหลังของปี (ก.ค.-ธ.ค. 68) โดยลูกหนี้จะได้รับคืนทุก 3 เดือน เพื่อจูงใจให้ลูกหนี้ปิดจบหนี้เร็วขึ้นและมีภาระดอกเบี้ยทั้งสัญญาลดลง

โดยประเมินว่าจะกระทบรายได้ดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ และผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตทั้งหมด 1,000 ล้านบาทต่อปี ส่วนกลุ่มที่ชำระเต็ม (Transactor) จะไม่ได้รับการลดดอกเบี้ย แต่จะได้รับในเรื่องของสิทธิประโยชน์คะแนนสะสมแทน

อย่างไรก็ดี ลูกหนี้ที่ผ่อนชำระขั้นต่ำมากกว่าหรือเท่ากับ 8% จะได้รับเครดิตเงินคืนเทียบเท่าดอกเบี้ย 0.50% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 (ม.ค.-มิ.ย. 68) และลด 0.25% ในช่วงครึ่งหลังของปี (ก.ค.-ธ.ค. 68) โดยลูกหนี้จะได้รับคืนทุก 3 เดือน เพื่อจูงใจให้ลูกหนี้ปิดจบหนี้เร็วขึ้น และมีภาระดอกเบี้ยทั้งสัญญาลดลง

ทั้งนี้ จากมาตรการจูงใจในการลดดอกเบี้ย ประเมินว่าจะกระทบรายได้ดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ และผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตทั้งหมด 1,000 ล้านบาทต่อปี ส่วนกลุ่มที่ชำระเต็ม (Transactor) จะไม่ได้รับการลดดอกเบี้ย แต่จะได้รับในเรื่องของสิทธิประโยชน์คะแนนสะสมแทน

ขณะที่ลูกหนี้ที่สามารถชำระขั้นต่ำได้ตั้งแต่ 5% แต่ไม่ถึง 8% สามารถใช้สิทธิปรับโครงสร้างหนี้ก่อนเป็นหนี้เสีย โดยเปลี่ยนประเภทหนี้ของบัตรเครดิตไปเป็นสินเชื่อระยะยาว (Term Loan) เพื่อจ่ายชำระเป็นงวด โดยลูกหนี้จะยังมีโอกาสได้สภาพคล่องจากวงเงินบัตรเครดิตส่วนที่เหลือ เช่น ลูกค้ามีวงเงิน 3 หมื่นบาท ใช้ไป 1.8 หมื่นบาท เหลือวงเงิน 1.2 หมื่นบาท ซึ่ง ธปท.ได้ผ่อนคลายจากเดิมที่จะต้องปิดวงเงินลูกหนี้ แต่ปัจจุบันธปท.ผ่อนคลายให้ธนาคารสามารถพิจารณาคงวงเงินให้กับลูกหนี้ได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับวินัยการเงินของลูกหนี้หรือพฤติกรรมชำระหนี้ของลูกหนี้เป็นหลัก

อย่างไรก็ดี หากดูตัวเลขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) และสินเชื่อกล่าวถึงเป็นพิเศษ (SM) ในช่วงที่ก่อนปรับมาตรการขั้นต่ำ 8% พบว่า ในไตรมาสที่ 1/67 หนี้เอ็นพีแอลอยู่ที่ 3.5% เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1/66 (YOY) อยู่ที่ 2.8% และตัวเลข SM ไตรมาส 1/67 อยู่ที่ 5.5% เพิ่มจาก 5.3% (YOY)

“ประเทศไทยเราใช้ Min Pay อยู่ที่ 10% มาตั้งแต่ปี 2547 และมาผ่อนในช่วงโควิด-19 เหลือ 5% เป็นเวลา 4 ปี ก่อนจะมาปรับเป็น 8% ตั้งแต่ ม.ค. 67 ซึ่งหากดูตัวเลขภายหลังปรับขึ้นจะเห็นว่าตัวเลขที่จ่ายน้อยกว่า 8% ในเดือน ม.ค. 67 อยู่ที่ 18% แต่มาในเดือน พ.ค.ลดลงเหลือ 7% แม้ว่าจะปรับลดลง แต่ยอมรับว่าใน 7% มีที่เป็นหนี้เสีย และยังชำระได้ เราจึงยกเลิกการปิดวงเงิน เพื่อให้ลูกหนี้มีสภาพคล่อง”

นายสมชายกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับมาตรการลูกหนี้ที่มีปัญหาหนี้เรื้อรัง (Persistent Debt) ภายใต้หลักเกณฑ์การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) ธปท.ขยายระยะเวลาการปิดจบหนี้จากภายใน 5 ปี เป็น 7 ปี อัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 15% ต่อปี เพื่อให้ค่างวดที่ลูกหนี้ต้องชำระปรับลดลง และลูกหนี้จะยังมีโอกาสได้สภาพคล่องจากวงเงินสินเชื่อส่วนที่เหลือ โดยมาตรการจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ธปท.พยายามปรับมาตรการเพื่อให้ช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มเปราะบางได้ตรงจุด ซึ่งจากเดิมลูกหนี้ยังกังวลในเรื่องของการปิดวงเงิน และระยะเวลาการปิดจบหนี้ ทำให้ความสามารถในการผ่อนชำระค่อนข้างตึง ส่งผลให้มีลูกหนี้เข้าโครงการค่อนข้างน้อยประมาณ 1-2% ของยอดจำนวนบัญชี 5 แสนบัญชี วงเงินรวม 1.44 หมื่นล้านบาท ภายหลังจากการปรับเกณฑ์ครั้งนี้คาดว่าจะมีลูกหนี้เข้าโครงการเพิ่มเป็น 20% ของ 5 แสนบัญชี

“หลังเราออกมาตรการ PD จากการติดตามพบว่ามีคนเข้าโครงการค่อนข้างน้อย ซึ่งภายหลังจากคุยเจ้าหนี้และลูกหนี้ว่ามีอะไรที่เป็นอุปสรรค พบว่า ลูกค้าจ่ายขั้นต่ำได้ตลอดแต่ก็ตึงมาก แต่สิ่งที่เขากังวล คือ การปิดวงเงินฉุกเฉิน และค่างวดที่จ่ายเท่าเดิม ลูกหนี้ก็ไม่ไหว จึงเป็นที่มาของการขยายระยะเวลาการปิดจบหนี้เป็น 7 ปี และให้เจ้าหนี้พิจารณาวงเงินที่ลูกหนี้ไม่ได้ใช้ เพื่อให้เป็นสภาพคล่อง พร้อมเร่งสื่อสารให้ลูกหนี้เข้าใจในมาตรการง่ายขึ้น”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดอกเบี้ย บัตรเครดิต