เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เปิดไทม์ไลน์ “เชียงใหม่ มรดกโลก” ICOMOS ลงพื้นที่ประเมินสิงหาฯ รู้ผลเมื่อไหร่?
เศรษฐกิจภูมิภาค เปิดไทม์ไลน์ “เชียงใหม่ มรดกโลก” ICOMOS ลงพื้นที่ประเมินสิงหาฯ รู้ผลเมื่อไหร่?
สถานทูตอิตาลี แถลงขอโทษคนไทย ปมนักท่องเที่ยววัยรุ่น ประพฤติไม่ดีบนรถไฟฟ้า
Biz Movement สถานทูตอิตาลี แถลงขอโทษคนไทย ปมนักท่องเที่ยววัยรุ่น ประพฤติไม่ดีบนรถไฟฟ้า
เซเว่นฯ มอบรางวัล “7 Innovation Awards 2026” ชู 31 ผลงานเด่น-ดัน SMEs ไทยเต็มกำลัง
Biz Movement เซเว่นฯ มอบรางวัล “7 Innovation Awards 2026” ชู 31 ผลงานเด่น-ดัน SMEs ไทยเต็มกำลัง
ภาษีสหรัฐกับอุตฯ ยานยนต์ไทย
Columns ภาษีสหรัฐกับอุตฯ ยานยนต์ไทย
หัวใจของสเปน
Columns หัวใจของสเปน
อภิสิทธิ์ แนะไทยเร่งจับมือประเทศมีกำลัง หลังสหรัฐเก็บภาษี 12.5% ชี้ ‘ทรัมป์’ เดายาก
Politics อภิสิทธิ์ แนะไทยเร่งจับมือประเทศมีกำลัง หลังสหรัฐเก็บภาษี 12.5% ชี้ ‘ทรัมป์’ เดายาก
‘ทรัมป์’ รีดภาษีแคนาดา 50% ‘หยั่งเชิง’  ใช้ กม.ศุลกากรปี1930
World ‘ทรัมป์’ รีดภาษีแคนาดา 50% ‘หยั่งเชิง’ ใช้ กม.ศุลกากรปี1930
อภิสิทธิ์​ หนุนรัฐบาล​​พับแผน ‘แลนด์​บริจด์​’ แนะลุยเชื่อมระบบราง​ ท่าเรือ ถนน​
Politics อภิสิทธิ์​ หนุนรัฐบาล​​พับแผน ‘แลนด์​บริจด์​’ แนะลุยเชื่อมระบบราง​ ท่าเรือ ถนน​
SLD ถอดรหัส ‘ความหรู’ ยุคใหม่ เมื่อดีไซน์ต้องให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน
Business SLD ถอดรหัส ‘ความหรู’ ยุคใหม่ เมื่อดีไซน์ต้องให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน
รัฐบาลแจงสหรัฐปรับภาษีสินค้าไทยเป็น 12.5% ได้เท่าคู่แข่ง ไม่กระทบการแข่งขัน
Economic รัฐบาลแจงสหรัฐปรับภาษีสินค้าไทยเป็น 12.5% ได้เท่าคู่แข่ง ไม่กระทบการแข่งขัน
ดูทั้งหมด

กลบจุดอ่อน-เสริมจุดแข็ง เหตุผลที่ ทิม วอลซ์ เหมาะเป็นคู่หูชิงรอง ปธน.ของกมลา แฮร์ริส

07 ส.ค. 2567 | 14:27น.
กมลา แฮร์ริสและทิม วอลซ์ ในการรณรงค์หาเสียงที่เมืองฟิลาเดลเฟีย วันที่ 6 สิงหาคม 2024

กมลา แฮร์ริส (Kamala Harris) เปิดตัว ทิม วอลซ์ (Tim Walz) ผู้ว่าการรัฐมินเนโซตาเป็นคู่หูหาเสียงชิงตำแหน่งประธานาธิบดี (running mate) โดยปรากฎตัวต่อหน้าสาธารณชนด้วยกันเป็นครั้งแรกในวันที่ 6 สิงหาคม ระหว่างการปราศรัยที่เมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย 

ซึ่งเพนซิลเวเนียถือเป็นรัฐที่มีความสำคัญต่อพรรคเดโมแครตเป็นอย่างมาก เพราะมีจำนวนเสียงของคณะผู้เลือกตั้ง (Electoral College votes) มากที่สุดเมื่อเทียบกับรัฐที่มีคะแนนสูสี (swing state) อื่น ๆ และเป็นที่รู้กันดีว่า ไม่มีผู้สมัครพรรคเดโมแครตคนใดสามารถเป็นประธานาธิบดีได้ โดยปราศจากชัยชนะในรัฐเพนซิลเวเนีย 

แม้ จอช ซาพิโร่ (Josh Shapiro) ผู้ว่าการรัฐเพนซิลเวเนีย จะเป็นดาวเด่นโดยได้รับความนิยมสูงถึง 60% ในรัฐบ้านเกิด อย่างไรก็ตาม ซาพิโร่มีท่าทีสนับสนุนอิสราเอลอย่างแรงกล้า ซึ่งขัดกับภาพลักษณ์ความก้าวหน้าของพรรคเดโมแครต

ท้ายที่สุดแล้ว รองประธานาธิบดีกมลา แฮร์ริส ตัดสินใจเลือกทิม วอลซ์ ผู้ว่าการรัฐมินนิโซตาวัย 60 ปี  เป็นคู่ชิงตำแหน่งประธานาธิบดี และนี่คือเหตุผลว่าทำไม ทิม วอลซ์จึงเป็นคู่ชิงที่เหมาะสมต่อกมลา แฮร์ริส โดยอ้างอิงจากการวิเคราะห์ของ เอพี (AP)

วอลซ์ เป็นตัวแทนของคนชนบท

วอลซ์ เหมาะอย่างยิ่งในการเป็นตัวแทนของคนจากพื้นที่ใจกลางอเมริกา หรือก็คือแถบมิดเวสต์ (Midwest) ตามการรายงานของเอพี  วอลซ์เกิดที่เวสต์พอยต์ รัฐเนแบรสกา เข้าร่วมกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ (Army National Guard) และภายหลังเป็นครูในเนแบรสกา 

เขาและภรรยาย้ายไปที่เมืองแมนคาโตทางตอนใต้ของมินนิโซตาในช่วงทศวรรษ 1990 ที่นั่นเขาสอนสังคมศึกษาและเป็นโค้ชฟุตบอลที่โรงเรียนมัธยมศึกษาแมนคาโตเวสต์ ซึ่งพาทีมชนะการแข่งขันชิงแชมป์ระดับรัฐเป็นครั้งแรกในปี 1999 และเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานอย่างเหนียวแน่น

วอลซ์รับใช้ในกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิเป็นเวลา 24 ปี จนได้เลื่อนตำแหน่งเป็นจ่าสิบเอก ซึ่งเป็นยศสูงสุดยศหนึ่งในกองทัพ แม้ว่าเขาจะไม่ได้ผ่านการฝึกอบรมทั้งหมดก่อนเกษียณอายุราชการ ดังนั้นยศสำหรับวัตถุประสงค์ด้านสวัสดิการของเขาจึงถูกกำหนดเป็นจ่าสิบเอก

วอลซ์ มีฐานเสียงฝั่งอนุรักษนิยมด้วย

ในศึกแรกของการชิงตำแหน่งสมาชิกรัฐสภาเมื่อปี 2006 วอลซ์เอาชนะผู้ดำรงตำแหน่งจากพรรครีพับลิกันได้ เขาชนะการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งทางตอนใต้ของรัฐมินนิโซตา ซึ่งเป็นพื้นที่ชนบทเป็นส่วนใหญ่ 

วอลซ์เอาชนะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กิล กัตเนชต์ (Gil Gutknecht) ที่ดำรงตำแหน่งมา 6 สมัย วอลซ์ใช้ประโยชน์จากความโกรธเคืองของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มีต่อสงครามอิรักและประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุชในขณะนั้น

ระหว่างดำรงตำแหน่ง 6 สมัยในสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐ วอลซ์สนับสนุนประเด็นของทหารผ่านศึก

นอกจากนี้ เขายังมีด้านที่ติดดิน โดยส่วนหนึ่งมาจากโพสต์วิดีโอบนโซเชียลมีเดีย กับโฮป ลูกสาวของเขา เมื่อฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว พวกเขาได้ลองเล่นเครื่องยิงหนังสติ๊กในงานนิทรรศการรัฐมินนิโซตา หลังจากที่พวกเขาพูดคุยกันถึงเรื่องอาหารภายในงานและเรื่องที่เธอเป็นมังสวิรัติ

วอลซ์ ช่วยดึงคะแนนเสียงจากรัฐในแถบมิดเวสต์ได้

แม้ว่าวอลซ์จะไม่ได้มาจากรัฐที่มี “กำแพงสีน้ำเงิน” (blue wall) สำคัญอย่างวิสคอนซิน มิชิแกน และเพนซิลเวเนีย ซึ่งทั้งรีพับลิกันและเดโมแครตต่างเชื่อว่าจำเป็นต้องชนะ แต่เขาก็อยู่ไม่ไกลจากที่นี่เลย นอกจากนี้ เขายังสามารถทำให้มั่นใจได้ว่า มินนิโซตาอยู่ในมือของพรรคเดโมแครต

แม้มินนิโซตาจะไม่ได้เลือกพรรครีพับลิกันให้ดำรงตำแหน่งในระดับรัฐมาตั้งแต่ปี 2006 และปี 1972 ที่ประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสันได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลาย ก็เป็นครั้งหลังสุดที่ผู้สมัครชิงจากรีพับลิกันได้รับชัยชนะ แต่โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีได้แสดงให้เห็นแล้วว่า มินนิโซตาเป็นตัวเล่นที่สำคัญในครั้งนี้

เมื่อผู้ว่าการรัฐจากพรรคเดโมแครต มาร์ก เดย์ตัน ตัดสินใจไม่ลงสมัครชิงตำแหน่งสมัยที่สามในปี 2018 วอลซ์รณรงค์หาเสียงและชนะการเลือกตั้งด้วยแนวคิด “มินนิโซตาหนึ่งเดียว”

วอลซ์พูดประเด็นต่าง ๆ ที่มีความสำคัญต่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตสนิมเกาะ (Rust Belt) ได้อย่างสบาย เขาสนับสนุนจุดยืนของพรรคเดโมแครต เช่น การจัดตั้งสหภาพแรงงาน สิทธิของคนงาน รวมถึงค่าจ้างขั้นต่ำ 15 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง

วอลซ์ มีชั่วโมงบินสูง

ในการดำรงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐสมัยแรก วอลซ์ต้องเผชิญกับความแตกแยกในสภานิติบัญญัติ ระหว่างสภาผู้แทนราษฎรที่นำโดยพรรคเดโมแครตและวุฒิสภาที่คุมโดยพรรครีพับลิกัน ซึ่งต่อต้านข้อเสนอของเขาในการใช้เงินภาษีสำหรับโรงเรียน บริการดูแลสุขภาพ และถนนเพิ่มขึ้น แต่เขาและสมาชิกรัฐสภาได้ไกล่เกลี่ยจนทำให้รัฐบาลที่แบ่งขั้วกันยังดูมีประสิทธิผล

ความร่วมมือระหว่างสองพรรคทำได้ยากขึ้นในปีที่สองของเขา เนื่องจากเขาใช้อำนาจฉุกเฉินของผู้ว่าการรัฐในช่วงการระบาดของโควิด-19 เพื่อปิดธุรกิจและปิดโรงเรียน พรรครีพับลิกันคัดค้านและบังคับให้หัวหน้าหน่วยงานบางส่วนลาออก 

ทั้งยังวิพากษ์วิจารณ์วอลซ์ ว่ามีการตอบสนองที่ล่าช้าต่อความไม่สงบ ที่เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์ที่จอร์จ ฟลอยด์ถูกฆาตกรรมโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจมินนิอาโปลิสในปี 2020

ในการดำรงตำแหน่งสมัยที่สอง หลังจากที่เขาเอาชนะสก็อตต์ เจนเซ่น (Scott Jensen) แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวผู้ไม่เชื่อเรื่องวัคซีนจากพรรครีพับลิกัน ทำให้วอลซ์ทำงานได้ง่ายขึ้น เนื่องจากพรรคเดโมแครตสามารถควบคุมสภานิติบัญญัติได้ทั้งสองแห่ง ทำให้รัฐบาลมีแนวทางที่เสรีนิยมมากขึ้น โดยมีงบประมาณเกินดุลมหาศาลช่วยเหลือ

วอลซ์และสมาชิกรัฐสภาหลายคนได้ยกเลิกข้อจำกัดในการทำแท้งเกือบทั้งหมดที่พรรครีพับลิกันประกาศใช้ในอดีต ทั้งยังคุ้มครองการดูแลเพื่อยืนยันเพศสภาพ (Gender-affirming care) สำหรับเยาวชนข้ามเพศ และทำให้การใช้กัญชาเพื่อสันทนาการถูกกฎหมาย

พรรคเดโมแครตปฏิเสธคำร้องขอของพรรครีพับลิกันที่ให้ใช้งบประมาณเกินดุลของรัฐในการลดภาษี โดยเดโมแครตเลือกมอบสวัสดิการแทน ทั้งให้ทุนค่าอาหารโรงเรียนฟรีสำหรับเด็ก ค่าเล่าเรียนฟรีในวิทยาลัยของรัฐสำหรับนักเรียนในครอบครัวที่มีรายได้ต่ำกว่า 80,000 ดอลลาร์ต่อปี โปรแกรมลาเพื่อครอบครัวและลาเพื่อการรักษาพยาบาลที่ได้รับค่าจ้าง และประกันสุขภาพโดยไม่คำนึงถึงสถานะการอพยพของบุคคลนั้น

วอลซ์ มีฝีปากกล้า อาจต่อกรกับทรัมป์ได้

วอลซ์ เรียกคู่ชิงจากพรรครีพับลิกันอย่าง โดนัลด์ ทรัมป์และคู่หูอย่าง เจดี แวนซ์ ว่าเป็น “พวกเพี้ยน” ในการสัมภาษณ์กับเอ็มเอสเอ็นบีซี (MSNBC) เมื่อเดือนที่แล้ว และสมาคมผู้ว่าการรัฐของพรรคเดโมแครต (Democratic Governors Association) ซึ่งวอลซ์ เป็นประธานได้ขยายประเด็นดังกล่าวในโพสต์บน X 

ต่อมา วอลซ์ ได้ย้ำถึงลักษณะเฉพาะตัวของทรัมป์อีกครั้งกับทางซีเอ็นเอ็น (CNN) โดยกล่าวว่า การพูดสุนทรพจน์ของทรัมป์ชวนให้นึกถึงฮันนิบาล เลคเตอร์ (Hannibal Lecter) ตัวละครฆาตกรต่อเนื่องจากภาพยนตร์เรื่อง “Silence of the Lambs” 

ซึ่งคำว่าเพี้ยนดังกล่าว ได้กลายเป็นคำที่แฮร์ริสและสมาชิกพรรคเดโมแครตใช้เรียกทรัมป์และแวนซ์หลังจากนั้นไม่นาน

ที่สำคัญ การเรียกคู่แข่งอย่างทรัมป์ และแวนซ์ว่าเป็นพวกเพี้ยน ทำให้วอลซ์ได้รับคะแนนนิยมและความชื่นชอบจากคนรุ่นใหม่เป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวจากประชาชาติธุรกิจเสริมว่า ในการเปิดตัวครั้งแรกเมื่อคืนวันที่ 6 สิงหาคมนั้น วอลซ์ยังกล่าวอีกด้วยว่า “รอที่จะดีเบตไม่ไหวแล้ว”

วอลซ์ กลบจุดอ่อนของแฮร์ริส

ผู้สื่อข่าวจากประชาชาติธุรกิจสรุปว่า ด้วยคุณลักษณะของกมลา แฮร์ริส ที่เป็นคนผิวสี และการแข่งขันในระดับประเทศที่ผ่านมา ยังไม่เข้มข้นมากนัก เนื่องจากการดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาก่อนหน้านี้ยังคงอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นรัฐบลูสเตต (Blue state) อันมีแนวคิดเสรีนิยมเช่นเดียวกับพรรคเดโมแครตอยู่แล้ว

ดังนั้น หนทางในการดึงฐานเสียงคนผิวขาวในแถบมิดเวสต์หรือแถบรัฐสนิมเกาะ อันเป็นจุดอ่อนของพรรคเดโมแครต ทว่ากลับเป็นจุดแข็งของรีพับลิกัน คือการหาตัวแทนจากแถบนี้มาให้ได้ ที่สำคัญ เจดี แวนซ์ คู่ชิงของทรัมป์เองก็มาจากแถบมิดเวสต์ โดยมาจากรัฐโอไฮโอ

การเลือก ทิม วอลซ์ จึงเหมาะสมอย่างยิ่งต่อการเข้ามาเป็นคู่ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของกมลา แฮร์ริส