Skip to content
ดูทั้งหมด

เงินบาทปรับอ่อนค่า หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติยุบพรรคก้าวไกล

07 ส.ค. 2567 | 17:32น.
ค่าเงินบาท

ค่าเงินบาท

เงินบาทปรับอ่อนค่า หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติยุบพรรคก้าวไกล

วันที่ 7 สิงหาคม 2567 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 7 สิงหาคม 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (7/8) ที่ระดับ 35.51/52 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (6/8) ที่ระดับ 35.49/50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

โดยข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานเมื่อคืนนี้ (6/8) กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐปรับตัวลง 2.5% สู่ระดับ 7.31 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นการปรับตัวลงครั้งแรกในรอบ 3 เดือน แต่สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 7.25 หมื่นล้านดอลลาร์ จากระดับ 7.50 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนพฤษภาคม

ทั้งนี้ การนำเข้าเพิ่มขึ้น 0.6% สู่ระดับ 3.390 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนมิถุนายน ขณะที่การส่งออกเพิ่มขึ้น 1.5% สู่ระดับ 2.659 แสนล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ทางธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาแอตแลนตา ได้มีการเปิดเผย แบบจำลองคาดการณ์ GDPNow

ล่าสุดแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 2.9% ในไตรมาส 3/2567 เฟดสาขาแอตแลนตาจะรายงานตัวเลขคาดการณ์ GDPNow ครั้งต่อไปในวันที่ 8 สิงหาคม ทั้งนี้ เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 1.4% ในไตรมาส 1/2567 และ 2.8% ในไตรมาส 2/2567 สำหรับในปี 2566 เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 2.2%, 2.1%, 4.9% และ 3.4% ในไตรมาส 1, 2, 3 และ 4 ตามลำดับ

สำหรับปัจจัยภายในประเทศวันนี้ (7/8) ช่วงบ่ายศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเอกฉันท์ให้ยุบพรรคก้าวไกลเพื่อหยุดยั้งการกระทำล้มล้างการปกครอง ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากคำวินิจฉัยก่อนหน้านี้คดีพรรคก้าวไกลหาเสียงเลือกตั้งด้วยการเสนอแก้ไขมาตรา 112 ถือเป็นเด็ดขาดและมีผลผูกพัน พร้อมกันนั้นยังมีคำสั่งให้เพิกถอนสิทธิกรรมการบริหารพรรคที่ดำรงตำแหน่งระหว่าง 25 มี.ค. 64-31 ม.ค. 67 เป็นเวลา 10 ปี นับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรค และห้ามไปยุ่งเกี่ยวกับการจดทะเบียนตั้งพรรคการเมืองใหม่

ส่งผลให้ค่าเงินบาทปรับตัวอ่อนค่าขึ้นหลังจากมีคำตัดสินออกมา ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 35.48-35.71 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 35.66/68 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันพุธนี้ (7/8) ที่ระดับ 1.0927/28 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (6/8) ที่ระดับ 1.0911/12 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยในช่วงบ่ายวันนี้ (7/8) สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนีเปิดเผยข้อมูล ยอดส่งออกของเยอรมนีในเดือนมิถุนายน 2567 ลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ โดยสาเหตุมาจากความต้องการสินค้าที่ลดลงจาก 2 แหล่งสำคัญคือสหรัฐซึ่งเป็นคู่ค้าหลักขอเยอรมนี และประเทศอื่น ๆ ในสหภาพยุโรป

นอกจากนี้ทางสำนักงานสถิติฯรายงานว่า เมื่อเทียบเป็นรายเดือน ยอดส่งออกสินค้าของเยอรมนีในเดือนมิถุนายนลดลง 3.4% แย่กว่าคาดการณ์ที่คาดไว้ว่าจะลดลงเพียง 1.5% เท่านั้น ยอดเกินดุลการค้าระหว่างประเทศของเยอรมนีลดลงเหลือ 2.04 หมื่นล้านยูโร (2.23 หมื่นล้านดอลลาร์) จากเดิม 2.49 หมื่นล้านยูโรในเดือน พ.ค. ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 2.35 หมื่นล้านยูโร นอกจากตัวเลขการค้าแล้วสำนักงานสถิติยังรายงานว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้น 1.4% ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

ยอดสั่งซื้อสินค้าอุตสาหกรรมในเดือนเดียวกันนี้ก็ฟื้นตัวดีขึ้นมาก แต่นักเศรษฐศาสตร์ยังเตือนว่าภาพรวมเศรษฐกิจเยอรมนียังคงน่าเป็นห่วง ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0905-1.0932 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0913/14 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เปิดตลาดเช้าวันนี้ (7/8) ที่ระดับ 144.78/80 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (6/8) ที่ระดับ 144.75/75 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ หลังนายชินอิจิ อุจิดะ รองผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) กล่าวว่า BOJ จะตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับปัจจุบัน เพื่อดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางการเงินต่อไป

และจะไม่ปรับขึ้นอีกในช่วงที่ตลาดการเงินยังคงไร้เสถียรภาพ ประกอบกับทางรัฐบาลญี่ปุ่นได้มีการเปิดเผยข้อมูลในวันนี้ (7/8) ว่า รัฐบาลได้ทุ่มเงิน 5.92 ล้านล้านเยน (4.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) เมื่อวันที่ 29 เมษายน เพื่อหนุนค่าเงินเยน ซึ่งถือเป็นการแทรกแซงครั้งใหญ่ที่สุดภายในวันเดียว ตามมาด้วยอีก 3.87 ล้านล้านเยนในสองวันต่อมา

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ข้อมูลดังกล่าวนับเป็นครั้งแรกที่ทางการญี่ปุ่นได้ออกมายืนยันวันและปริมาณการเข้าซื้อเงินเยนและเทขายเงินดอลลาร์ระหว่างเดือนเมษายนถึงมิถุนายน โดยวงเงินทั้งหมดที่ใช้ในช่วงเวลาดังกล่าวแตะ 9.79 ล้านล้านเยน ซึ่งถือเป็นสถิติเข้าซื้อเงินเยนสูงสุดเมื่อรวมทั้งไตรมาส การที่เงินเยนอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็วส่งผลให้ทางการญี่ปุ่นเกิดความกังวล

ซึ่งในขณะนั้นขู่ว่าจะใช้มาตรการที่เหมาะสมเพื่อรับมือกับตลาดปริวรรตเงินตราที่มีความผันผวนมากเกินไป รายงานข่าวระบุว่า ก่อนหน้านั้นดอลลาร์สหรัฐได้แข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 34 ปีเทียบเงินเยน โดยอยู่เหนือระดับ 160 เยน แต่ต่อมา ดอลลาร์ก็อ่อนค่าลงราว 5 เยนในช่วงเวลาสั้น ๆ ลงสู่ระดับ 154 เยนในตลาดนิวยอร์กเมื่อวันที่ 29 เมษายน และเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ดอลลาร์ก็อ่อนค่าลงจาก 157 เยน เหลือ 153 เยน ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 147.29-147.89 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 147.32/33 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ยอดนำเข้า-ส่งออกและดุลการค้าเยอรมนีเดือนมิถุนายน, ดัชนีราคาบ้านเดือนกรกฎาคมจากฮาลิแฟกซ์ของอังกฤษ (7/8), ดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนมิถุนายนญี่ปุ่น (8/8), ดัชนีความเชื่อมั่นทางธรกิจเดือนกรกฎาคมออสเตรเลีย, จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (8/8), อัตราว่างงานไตรมาส 2/2567 ของฝรั่งเศส และอัตราเงินเฟ้อเดือนกรกฎาคม (9/8)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -8.9/-88 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -10.25/-8.9 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ