เจพีมอร์แกนปรับเพิ่มน้ำหนักความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจสหรัฐจะถดถอยในปีนี้เป็น 35% จากคาดการณ์เมื่อหนึ่งเดือนก่อนหน้านี้ น้ำหนักความเป็นไปได้อยู่ที่ 25%
วันที่ 8 สิงหาคม 2024 บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า เจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค. (JPMorgan Chase & Co.) เครือธุรกิจธนาคารยักษ์ใหญ่ของสหรัฐได้เพิ่มน้ำหนักคาดการณ์ว่ามีความเป็นไปได้ 35% ที่เศรษฐกิจสหรัฐจะถดถอยภายในสิ้นปีนี้ โดยปรับเพิ่มขึ้นจาก 25% ในคาดการณ์เมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
นักเศรษฐศาสตร์ของเจพีมอร์แกนซึ่งนำโดย บรูซ คัสแมน (Bruce Kasman) เขียนในบทวิเคราะห์สำหรับลูกค้าเจพีว่า ข่าวของสหรัฐบ่งชี้ว่าอุปสงค์แรงงานจะอ่อนตัวลงอย่างรวดเร็วกว่าที่คาดไว้ และมีสัญญาณเริ่มต้นของการเลิกจ้างแรงงาน
นอกจากนั้น ทีมวิจัยของเจพีมอร์แกนคาดการณ์ว่ามีความเป็นไปได้ 45% ที่เศรษฐกิจสหรัฐจะถดถอยภายในครึ่งหลังของปี 2025
“การประเมินความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยนี้ แตกต่างกับการประเมินอัตราดอกเบี้ยใหม่ที่เรากำลังทำอยู่ ซึ่งมีนัยสำคัญมากกว่า” เจพีมอร์แกนเขียนในบทวิเคราะห์
นอกจากนั้น เจพีมอร์แกนลดน้ำหนักคาดการณ์ว่ามีความเป็นไปได้เพียง 30% ที่ธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด (Federal Reserve System) และธนาคารกลางประเทศอื่น ๆ จะคงอัตราดอกเบี้ยเอาไว้สูงในระยะยาว ลดลงจากน้ำหนัก 50% เมื่อสองเดือนก่อนหน้านี้
เนื่องด้วยแรงกดดันเงินเฟ้อของสหรัฐลดลง เจพีมอร์แกนจึงมองว่าเฟดจะปรับลดดอกเบี้ยลงครึ่ง 50 เบซิสพอยต์ หรือ 0.50% ในเดือนกันยายนและพฤศจิกายนนี้
ทั้งนี้ การปรับคาดการณ์ใหม่ของเจพีมอร์แกน เป็นความเคลื่อนไหวที่คล้ายกันกับโกลด์แมน แซกส์ (Goldman Sachs Group) ที่ปรับเพิ่มคาดการณ์ก่อนหน้าไม่กี่วัน ว่ามีความเป็นไปได้ 25% ที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปีหน้า โดยปรับเพิ่มขึ้นจาก 15% แต่คาดการณ์ของโกลด์แมนฯ เป็นการปรับเพิ่มความเป็นไปได้ที่จะเกิดในปีหน้า ซึ่งโดยสรุปแล้วโกลด์แมนฯ มองว่าความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยนั้นมีจำกัด
นักเศรษฐศาสตร์ของเจพีมอร์แกนกล่าวด้วยว่า การที่ธนาคารกลางตระหนักถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอยของสหรัฐและเศรษฐกิจโลกนั้น เกือบจะแน่นอนว่าจะส่งผลให้ธนาคารกลางหลายแห่งผ่อนปรนนโยบายการเงินลงอย่างแรงและรวดเร็วทันที