คอลัมน์ แตกประเด็น
โดย อรมน ทรัพย์ทวีธรรม กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
หลายคนอาจรู้จัก “เอเปก” หรือกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งเป็นเวทีหารือและดำเนินการความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ มีเป้าหมายหลักเพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุน และมุ่งเน้นความเจริญเติบโตและการพัฒนาที่ยั่งยืนของภูมิภาค รวมถึงสนับสนุนระบบการค้าพหุภาคี โดยการดำเนินการจะเป็นไปโดยสมัครใจ
ปัจจุบันเอเปกมีสมาชิกทั้งสิ้น 21 เขตเศรษฐกิจ ซึ่งส่วนใหญ่มีบทบาทและศักยภาพทางเศรษฐกิจ อาทิ สหรัฐอเมริกา รัสเซีย สาธารณรัฐประชาชนจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย รวมทั้งสมาชิกอาเซียน ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และเวียดนาม เอเปกจึงมีความสำคัญและเป็นตลาดขนาดใหญ่
โดยในปี 2560 ผลิตภัณฑ์มวลรวมของเอเปก (GDP) มีมูลค่า 47.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 59 ของ GDP โลก และมีประชากร 2.9 พันล้านคน คิดเป็นร้อยละ 39 ของประชากรโลก
ในด้านการค้า ไทยค้ากับกลุ่มเอเปก 320 พันล้านเหรียญสหรัฐ เป็นการส่งออก 165 พันล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 70 ของการส่งออกรวมของไทย และการนำเข้า 155 พันล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 69 ของการนำเข้ารวมของไทย
แม้เอเปกเป็นเพียงกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจ แต่ก็มีความสำคัญทางเศรษฐกิจการค้ากับไทยมาโดยตลอด 29 ปีที่ไทยมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางในเวทีเอเปก เพื่อเพิ่มโอกาสการขยายการค้าและการลงทุนของไทยในภูมิภาค และเสริมสร้างโอกาสในการขับเคลื่อนวาระของประเทศ ซึ่งเอเปกจะมีการนำประเด็นการค้าใหม่ ๆ ที่มีการหารือไปผลักดันต่อในเวทีองค์การการค้าโลก หรือ WTO ซึ่งอาจนำไปสู่การจัดทำกฎเกณฑ์การค้าระหว่างประเทศในอนาคต
ระหว่างวันที่ 25-26 พฤษภาคมนี้ ปาปัวนิวกินีในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปกประจำปี 2561 จัดการประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปก ครั้งที่ 24 ณ กรุงพอร์ตมอร์สบี โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางสาวชุติมา บุณยประภัศร) จะเป็นหัวหน้าผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว ภายใต้แนวคิดหลัก (theme) “การสร้างโอกาสอย่างครอบคลุมเพื่อเปิดรับอนาคตทางดิจิทัล”
การประชุมครั้งนี้ สมาชิกจะหารือประเด็นสำคัญ อาทิ การสนับสนุนระบบการค้าพหุภาคี ท่ามกลางภาวะปัจจุบันที่มีการใช้มาตรการฝ่ายเดียวเพื่อกีดกันทางการค้า การเร่งรัดการดำเนินงานตามเป้าหมายโบกอร์ภายในปี 2563 ในการเปิดเสรีการค้าและการลงทุนตามความสมัครใจ การดำเนินการตามปฏิญญาลิมาว่าด้วยเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก (FTAAP) และหารือแผนงานการส่งเสริมการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนและทั่วถึง โดยเฉพาะการส่งเสริมการใช้อินเทอร์เน็ตและเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อเชื่อมโยงวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) สู่ห่วงโซ่คุณค่าโลก การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาโลจิสติกส์ ความร่วมมือด้านกฎระเบียบที่เน้นความโปร่งใส และการใช้ประโยชน์จากพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Commerce) เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกแบบไร้รอยต่อ มีการบูรณาการทางเศรษฐกิจการค้าในภูมิภาค โดยมุ่งหวังให้เติบโตอย่างทั่วถึงและยั่งยืนในระยะยาว
ประเด็นเหล่านี้สอดรับกับนโยบาย “Thailand 4.0” และการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจฐานรากของไทย ที่มุ่งส่งเสริมการเชื่อมโยงทางการค้าตั้งแต่ระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค จนถึงระดับโลก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริม SMEs ให้ก้าวสู่การเป็น “smart enterprise” และสนับสนุนให้มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถสร้างหรือใช้เทคโนโลยีหรือนวัตกรรมเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าและบริการ ถือเป็นโอกาสดีที่ไทยจะได้มีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางและสนับสนุนแนวทางความร่วมมือดังกล่าว ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลที่ไร้พรมแดน โดยจะมีการรับรองแถลงการณ์รัฐมนตรีการค้าเอเปก และผลลัพธ์ของการประชุมในครั้งนี้จะเสนอต่อที่ประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก ในเดือนพฤศจิกายนศกนี้ต่อไป