“AWS” เปิดตัว Region โครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์ใน “มาเลเซีย” ตามแผนลงทุน 6.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2581 คาดเพิ่ม GDP-สนับสนุนการจ้างงานปีละ 3,500 ตำแหน่ง ส่วน AWS Region ใน “ไทย” รอคิวเปิดให้บริการต้นปี 2568
วันที่ 27 สิงหาคม 2567 รายงานข่าวจากอะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (Amazon Web Services หรือ AWS) บริษัทในเครือ Amazon.com เปิดเผยว่า AWS ประกาศเปิดตัว AWS Asia Pacific (Malaysia) Region เป็นที่เรียบร้อย ทำให้นักพัฒนาแอปพลิเคชั่น สตาร์ตอัพ และองค์กรต่าง ๆ รวมถึงภาครัฐ การศึกษา และองค์กรไม่แสวงผลกําไร มีทางเลือกมากขึ้นในการเรียกใช้แอปพลิเคชั่นของตนเอง และให้บริการผู้ใช้ปลายทางจากศูนย์ข้อมูล AWS ที่ตั้งอยู่ในประเทศมาเลเซีย
นอกจากนี้ AWS วางแผนที่จะลงทุนมากกว่า 6.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 2.92 หมื่นล้านริงกิต) ในมาเลเซียจนถึงปี 2581 คาดว่าการก่อสร้างและการดำเนินงานของ AWS Region ใหม่ จะเพิ่มผลผลิตรวมในประเทศ (GDP) ของมาเลเซียได้ 1.21 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 5.73 หมื่นล้านริงกิต) และสนับสนุนการว่าจ้างงานโดยเฉลี่ยกว่า 3,500 ตำแหน่งต่อปี เช่น การก่อสร้าง การดูแลรักษาโครงสร้างพื้นฐาน วิศวกรรม โทรคมนาคม และสายงานอื่น ๆ จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจในวงกว้างของประเทศ และ AWS ในมาเลเซีย
นายเต็งกู ซาฟรุล (Tengku Zafrul) รัฐมนตรีกระทรวงการลงทุน การค้าและอุตสาหกรรม ประเทศมาเลเซีย กล่าวว่า การเปิดตัว AWS Region แห่งใหม่ในมาเลเซีย ช่วยเพิ่มการเข้าถึงเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยให้กับองค์กรและธุรกิจต่าง ๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการสร้างนวัตกรรมด้านดิจิทัลให้มาเลเซีย โดยการเปิดตัวโครงสร้าง Region ถือเป็นก้าวสำคัญในการสนับสนุนวิสัยทัศน์ New Industrial Master Plan 2030 ของรัฐบาล เพื่อสร้างเศรษฐกิจที่ก้าวหน้า มั่งคั่ง ครอบคลุมและยั่งยืน บวกกับแรงงานที่มีทักษะสูง
“เรามองเห็นศักยภาพที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงด้วยเครื่องมือดิจิทัล เทคโนโลยีคลาวด์และ AI เพื่อผลักดันให้ประเทศมาเลเซียก้าวสู่การเป็นฮับการผลิตและการให้บริการในเอเชีย ซึ่งการลงทุนที่สูงที่สุดในมาเลเซียโดยบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง AWS จะช่วยผลักดันให้มาเลเซียมีความพร้อมในการแข่งขันบนเวทีโลก”
ด้านนายปราสาท กัลยาณรามัน รองประธานฝ่ายบริการโครงสร้างพื้นฐานของ AWS กล่าวว่า AWS Region แห่งใหม่ในมาเลเซีย จะช่วยให้องค์กรทั่วเอเชีย-แปซิฟิก สามารถปลดล็อกศักยภาพด้วยระบบคลาวด์ที่ครอบคลุมและแข็งแกร่งที่สุดในโลก อีกทั้งยังช่วยให้ลูกค้าสามารถนำแอปพลิเคชั่นขั้นสูงไปปรับใช้ด้วยชุดเทคโนโลยี AWS ที่หลากหลาย เช่น AI และ ML
“เศรษฐกิจดิจิทัลที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วของมาเลเซีย ต้องการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ที่ปลอดภัย มีความยืดหยุ่น และยั่งยืน การเปิดตัว AWS Region จะช่วยสนับสนุนการขับเคลื่อนทางดิจิทัลของมาเลเซีย และพัฒนาให้มาเลเซียเป็นฮับระดับภูมิภาคสำหรับ AI”
รายงานระบุว่า AWS Asia Pacific (Malaysia) Region แห่งใหม่ เป็นอีกหนึ่งโครงสร้างพื้นฐานของ AWS ซึ่งประกอบด้วย Availability Zone จำนวน 108 แห่งใน 34 ภูมิภาคทั่วโลก และมีแผนที่จะเปิดตัว 18 Availability Zones และ 6 AWS Regions เพิ่มเติมในเม็กซิโก นิวซีแลนด์ ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ไต้หวัน ประเทศไทย และ AWS European Sovereign Cloud
โครงสร้าง AWS Region ประกอบด้วย Availability Zones 3 แห่งที่ตั้งอยู่ในภูมิศาสตร์ที่แยกจากกันและแตกต่างกัน โดยมีระยะห่างเพียงพอที่จะลดความเสี่ยงหากเกิดเหตุการณ์ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการใช้งานที่ต่อเนื่องของลูกค้า แต่ก็ใกล้พอที่จะให้ค่าความหน่วงต่ำสําหรับแอปพลิเคชั่นที่มีต้องการความเสถียรสูง
ทั้งนี้ Availability Zone แต่ละแห่งจะมีแหล่งพลังงาน การระบายความร้อน การรักษาความปลอดภัยที่แยกจากกัน โดยจะเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายที่มีการเสริม สำรอง และค่าความหน่วงต่ำเป็นพิเศษ ซึ่งลูกค้า AWS ที่เน้นความเสถียรและพร้อมใช้งานสูง สามารถออกแบบแอปพลิเคชั่นให้ทํางานในหลาย Availability Zone และ Region เพื่อให้เกิดความทนทานต่อความเสียหาย (Fault Tolerance) ที่ดียิ่งขึ้น
ส่วน AWS Region ที่ตั้งในประเทศไทย ที่อยู่ภายใต้กรอบการลงทุนกว่า 5 พันล้านเหรียญสหรัฐ (1.9 แสนล้านบาท) จนถึงปี 2580 จะเปิดให้บริการช่วงต้นปี 2568 ถือเป็น AWS Region แห่งที่ 4 ที่เปิดตัวในภูมิภาคอาเซียน
อย่างไรก็ตาม AWS เป็นผู้ให้บริการคลาวด์ที่รองรับการทำงานบนคลาวด์หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นบริการด้านการวิเคราะห์ การประมวลผล การจัดเก็บข้อมูล ระบบฐานข้อมูล อินเทอร์เน็ตในทุกสรรพสิ่ง (IOT), Generative AI, แมชีนเลิร์นนิ่ง บริการด้านโมบาย พื้นที่จัดเก็บข้อมูล และเทคโนโลยีคลาวด์อื่น ๆ