Skip to content

ผู้เลี้ยงกุ้งขอรัฐดูดซับ 1 หมื่นตัน หลังราคาตก-มาเลย์ระงับนำเข้า

05 มิ.ย. 2569 | 09:39น.
ผู้เลี้ยงกุ้งขอรัฐดูดซับ 1 หมื่นตัน หลังราคาตก-มาเลย์ระงับนำเข้า

กรมประมงเปิดโต๊ะหารือสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งทะเลทั่วประเทศ รับมือราคากุ้งตกต่ำและกรณีมาเลเซียระงับนำเข้ากุ้งไทย 5 ชนิด ด้านเกษตรกรขอรัฐเร่งดูดซับผลผลิตไม่น้อยกว่า 10,000 ตัน ภายใน 3 เดือน พร้อมสนับสนุนส่วนต่างราคาไม่ต่ำกว่า 20 บาท/กก.

นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับผู้แทนสมาคมเครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งไทย องค์กรเกษตรกร และแกนนำเกษตรกรจากจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ณ กรมประมง ว่า การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อติดตามสถานการณ์ราคากุ้งตกต่ำ และเตรียมมาตรการรับมือกรณีมาเลเซียระงับการนำเข้ากุ้งทะเลจากไทย 5 ชนิด ได้แก่ กุ้งขาวแวนนาไม กุ้งกุลาดำ กุ้งแชบ๊วย กุ้งน้ำตาล และกุ้งน้ำเงิน ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569

อธิบดีกรมประมงกล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลเกษตรกรและผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุตสาหกรรมกุ้งทะเลไทย โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ขณะที่นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้กรมประมงหารือกับเกษตรกร เพื่อเร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหาและบรรเทาผลกระทบ พร้อมรักษาเสถียรภาพทั้งด้านการผลิตและการตลาดของกุ้งทะเลไทย

สำหรับข้อเสนอของสมาคมผู้เลี้ยงกุ้ง ขอให้ภาครัฐเร่งบริหารจัดการผลผลิตไม่น้อยกว่า 10,000 ตัน ภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 เดือน โดยใช้แนวทางชดเชยหรือสนับสนุนส่วนต่างราคาไม่น้อยกว่า 20 บาทต่อกิโลกรัม พร้อมประสานความร่วมมือกับสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบเฉพาะหน้าและรักษาสภาพคล่องของเกษตรกร

นางฐิติพรกล่าวว่า กรมประมงจะผลักดันข้อเสนอดังกล่าวผ่านกลไกของคณะกรรมการและคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณามาตรการช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว

ส่วนการเจรจากับมาเลเซีย จากเดิมที่กำหนดไว้วันที่ 8 มิถุนายน 2569 ล่าสุดมาเลเซียได้ประสานขอกำหนดระยะเวลาในการเจรจาทางการค้าและข้อตกลงต่าง ๆ อย่างเป็นทางการอีกครั้ง ขณะนี้กรมประมงอยู่ระหว่างจัดทำข้อมูลเพื่อชี้แจงตามข้อคำถาม หรือ Questionnaire ของมาเลเซีย เพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน

พร้อมกันนี้ กรมประมงจะประสานหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องส่งเสริมการบริโภคกุ้งภายในประเทศ เพื่อบริหารจัดการผลผลิตส่วนเกิน ลดผลกระทบจากข้อจำกัดด้านการส่งออก รวมถึงเร่งขยายการส่งออกและเพิ่มช่องทางจำหน่ายในตลาดใหม่ เพื่อทดแทนตลาดที่ได้รับผลกระทบ

นางฐิติพรกล่าวเพิ่มเติมว่า กรมประมงยังมีโครงการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งทะเลอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการยกระดับสินค้าเกษตรมูลค่าสูง กิจกรรมนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงสัตว์น้ำแบบแม่นยำ ประจำปีงบประมาณ 2569 หรือ Innovation Sandbox เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรนำเทคโนโลยีมาลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

นอกจากนี้ ยังมีโครงการลดต้นทุนการผลิตกุ้งทะเลเพื่อขับเคลื่อนการบริโภคภายในประเทศด้วยการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปี 2569 หรือ คชก.69 ซึ่งคาดว่าจะเปิดรับสมัครเกษตรกรเข้าร่วมโครงการได้ภายในเดือนมิถุนายนนี้

กรมประมงจะเร่งบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ เพื่อดำเนินมาตรการรองรับที่เหมาะสม รักษาเสถียรภาพอุตสาหกรรมกุ้งไทย สร้างความเชื่อมั่นให้ตลาด และดูแลผลประโยชน์ของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งไทยอย่างเต็มที่