เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
TikTok ชี้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน ‘เสิร์ชก่อนซื้อ-แชทก่อนจ่าย’
Business TikTok ชี้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน ‘เสิร์ชก่อนซื้อ-แชทก่อนจ่าย’
ราคาทองวันนี้ (14 ก.ค. 69) ร่วงลง 450 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,650 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ก.ค. 69) ร่วงลง 450 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,650 บาท
CIMB Thai ขยายบริการถอนเงินสดไม่ใช่บัตร ตู้ ATM กสิกรไทยทั่วประเทศ
Finance CIMB Thai ขยายบริการถอนเงินสดไม่ใช่บัตร ตู้ ATM กสิกรไทยทั่วประเทศ
ส่องธุรกิจผับ-บาร์ไทย รายได้โต ท่ามกลางโจทย์ท่องเที่ยวและกำลังซื้อ
Business ส่องธุรกิจผับ-บาร์ไทย รายได้โต ท่ามกลางโจทย์ท่องเที่ยวและกำลังซื้อ
ยลโฉมแชมป์ ประเทศไทย 10 เซียนประจัญบาน
Automotive ยลโฉมแชมป์ ประเทศไทย 10 เซียนประจัญบาน
ION Energy รับเทรนด์โซลาร์ไฮบริดโตแรง ผนึก Sigenergy ลุย 5,000 ครัวเรือน
Economic ION Energy รับเทรนด์โซลาร์ไฮบริดโตแรง ผนึก Sigenergy ลุย 5,000 ครัวเรือน
“Yaomic”หนุนครีเอเตอร์ไทยสู่เวทีโลก ร่วมเป็นสปอนเซอร์“Y Book Fair 11”
Biz Movement “Yaomic”หนุนครีเอเตอร์ไทยสู่เวทีโลก ร่วมเป็นสปอนเซอร์“Y Book Fair 11”
ทุเรียนใต้ราคาร่วงเหลือ 8 บ. ชาวสวนขาดทุนยับ วอนรัฐช่วยลดต้นทุนการผลิต
เศรษฐกิจภูมิภาค ทุเรียนใต้ราคาร่วงเหลือ 8 บ. ชาวสวนขาดทุนยับ วอนรัฐช่วยลดต้นทุนการผลิต
SACIT ดัน ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ สู่เวทีโลก ปั้นทุนวัฒนธรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจหัตถกรรม
Economic SACIT ดัน ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ สู่เวทีโลก ปั้นทุนวัฒนธรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจหัตถกรรม
ศุภจี พร้อมออกมาตรการดึงกองถ่ายระดับโลก การลงทุนคอนเทนต์
Politics ศุภจี พร้อมออกมาตรการดึงกองถ่ายระดับโลก การลงทุนคอนเทนต์
ดูทั้งหมด

เร่งตั้ง NaCGA ปี’68 จับตาอนาคต บสย. ?

02 ก.ย. 2567 | 07:23น.

หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2567 ได้เห็นชอบหลักการของร่างแนวคิดการจัดตั้งสถาบันค้ำประกันเครดิตแห่งชาติ (National Credit Guarantee Agency : NaCGA) ตามข้อเสนอของนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง จากที่ปัจจุบันกลไกการค้ำประกันสินเชื่อของไทยจะดำเนินการโดยบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ซึ่งข้อดี-ข้อด้อย ก็อาจจะมีแตกต่างกันไป

อย่างไรก็ดี หากไม่มีอะไรสะดุด ขั้นตอนต่อไป กระทรวงการคลังจะร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยกร่างกฎหมายจัดตั้ง ซึ่งจะใช้เวลาไม่เกิน 6 เดือน และคาดว่าจะได้เห็นความชัดเจนของ NaCGA ได้ในช่วงกลางปี 2568

ยกเครื่องระบบค้ำประกัน

“เผ่าภูมิ” ระบุว่า เป็นการยกเครื่องระบบค้ำประกันของไทย โดย NaCGA จะมีสถานะเป็นนิติบุคคลที่เป็นหน่วยงานของรัฐ ไม่เป็นทั้งส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ และจะทำหน้าที่หลักในการค้ำประกันสินเชื่อและธุรกรรมต่าง ๆ ของทั้งสถาบันการเงินและผู้ให้บริการสินเชื่อที่ไม่ใช่ธนาคาร (Nonbank)

รวมถึงค้ำประกันหลักทรัพย์และการออกหลักทรัพย์ ให้ความรู้และคำปรึกษาทางการเงินแก่ผู้ประกอบธุรกิจ และจัดทำฐานข้อมูลความเสี่ยงด้านเครดิต เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น วิธีและรูปแบบการค้ำประกันจะเน้นการค้ำประกันโดยตรง (Direct Guarantee)

“NaCGA จะค้ำประกันโดยตรง โดยเป็นผู้ประเมินความเสี่ยงด้านเครดิตของลูกหนี้ ตั้งแต่การตรวจสอบข้อมูล การประเมินความเสี่ยงรายบุคคล การคิดค่าธรรมเนียม การค้ำประกันอิงตามระดับความเสี่ยง (Risk-based Pricing) การอนุมัติและออกหนังสือค้ำประกัน ทั้งนี้ รายได้จะมาจาก 3 แหล่ง ได้แก่ เงินสมทบจากรัฐบาล เงินสมทบจากผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อ และค่าธรรมเนียมจากผู้ขอสินเชื่อ”

“การค้ำประกัน จะอยู่ที่ความเสี่ยงและข้อตกลงของลูกค้าแต่ละราย ซึ่งจะสะท้อนออกมาที่ค่าธรรมเนียมที่จะแตกต่างกันออกไป แต่สิ่งที่จะได้คือ NaCGA จะช่วยจ่ายทั้งในส่วนของผู้ขอกู้ และภาครัฐเข้ามาอุดหนุนด้วย ดังนั้น ยืนยันว่าค่าธรรมเนียมจะต่ำ ทั้งนี้ โมเดล NaCGA นี้ สำเร็จในต่างประเทศมาแล้ว อย่างเช่น ในเกาหลีใต้ เป็นต้น”

อนาคต บสย.ยังไม่ชัดเจน

ส่วนอนาคตของ บสย. ที่เป็นกลไกค้ำประกันในปัจจุบันนั้น “เผ่าภูมิ” ระบุว่า NaCGA อาจจะทำงานร่วมกับ บสย.ก็ได้ ซึ่งไม่ผิดที่จะมี 2 หน่วยงานอยู่ด้วยกัน ทำงานร่วมกัน

ขณะที่มีความเห็นจากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่า เนื่องจากบทบาท อำนาจ หน้าที่ และวัตถุประสงค์ของหน่วยงานที่จะจัดตั้งขึ้น จะกว้างกว่า บสย. ซึ่งเป็นองค์กรการค้ำประกันของไทยในปัจจุบัน

ดังนั้น ในการตรากฎหมายจัดตั้ง ควรให้ความสำคัญกับการคัดเลือกและสรรหาบุคลากรที่มีศักยภาพ เหมาะสมและเพียงพอที่จะปฏิบัติภารกิจที่มีจำนวนและความซับซ้อนเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้มั่นใจได้ว่า สถาบันค้ำประกันที่จัดตั้งขึ้น จะสามารถดำเนินงานให้บรรลุตามเป้าหมายขององค์กรที่กำหนดไว้ได้

ด้านสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มีความเห็นว่า กรณีกระทรวงการคลังจะจัดทำและนำร่างกฎหมายเสนอ ครม.พิจารณาต่อไปนั้น ควรต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และขั้นตอนที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562

รวมทั้งกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยควรคำนึงถึงความซ้ำซ้อนกับภารกิจของหน่วยงานอื่นของรัฐและหลักความจำเป็นในการตรากฎหมายตามบทบัญญัติ มาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยด้วย
แบงก์ต้องจ่ายสมทบตามสัดส่วน

ทั้งนี้ “แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง” ให้ข้อมูลว่า กระทรวงการคลังและ ธปท. กำลังเร่งดำเนินการ เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น โดยการจัดตั้ง NaCGA ซึ่ง ครม.ได้มีมติเห็นชอบหลักการไปแล้ว เพื่อลดความเสี่ยงด้านเครดิตในภาวะวิกฤตให้ผู้ประกอบการ โดยขั้นตอนต่อไปอยู่ระหว่างยกร่างกฎหมายและเปิดรับฟังความคิดเห็น (เฮียริ่ง)

“หลักการ คือ จะเป็นการขยายบทบาทและยกระดับ บสย. ให้เป็นสถาบันค้ำประกันเครดิตแห่งชาติ เมื่อกฎหมายบังคับใช้ ก็จะโอนย้ายพนักงานมาอยู่ภายใต้องค์กรใหม่ เป็นองค์กรภายใต้กระทรวงการคลัง ที่มี ธปท.เป็นผู้กำกับดูแล ทั้งนี้ NaCGA ไม่ได้เป็นรัฐวิสาหกิจ เพราะต้องการทำให้ไม่มีความคล่องตัว และไม่ได้เป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (SFI) แต่กระทรวงการคลังจะดูด้านนโยบาย และแบงก์ชาติดูด้านความมั่นคงทางการเงิน”

โดยหลักการทำงานจะเปลี่ยนไปจากเดิม แหล่งเงินของ NaCGA ที่จะมาสนับสนุนการค้ำประกันให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี หลัก ๆ จะมาจากเงินอุดหนุนจากรัฐ และเงินสมทบจากแบงก์ ตามสัดส่วน (%) การปล่อยสินเชื่อธุรกิจรวม

“ค่าธรรมเนียมจะเป็นลักษณะของการบังคับเก็บ เพื่อให้ NaCGA มีเงินกองทุนที่เพียงพอในการค้ำประกันสินเชื่อเอสเอ็มอีมากขึ้น แนวคิด คือ ให้แบงก์สมทบตามสัดส่วนการปล่อยสินเชื่อธุรกิจ (เอสเอ็มอี+รายใหญ่) เหมือนที่แบงก์ต้องจ่ายเงินสมทบให้สถาบันคุ้มครองเงินฝาก”

แหล่งข่าวกล่าวว่า การให้แบงก์จ่ายสมทบตามสัดส่วนการปล่อยสินเชื่อธุรกิจรวม ส่วนหนึ่งก็จะเป็นกลไกผลักดันให้แบงก์กระตือรือร้นในการปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอีมากขึ้น เพราะถ้าแบงก์ที่ไม่สนับสนุนปล่อยกู้เอสเอ็มอี ก็จะไม่ได้ใช้ประโยชน์การค้ำประกันสินเชื่อจาก NaCGA ก็เท่ากับว่าแบงก์ไม่ได้ใช้ประโยชน์จากเงินจ่ายสมทบ และที่สำคัญเท่ากับเป็นการจ่ายให้แบงก์คู่แข่งเอาไปใช้ประโยชน์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บสย.