ธปท.ชี้ “ท่องเที่ยว-ส่งออก” ปัจจัยหนุนเศรษฐกิจเดือน ก.ค. ฟื้นตัว
นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์
ธปท. เผยเศรษฐกิจเดือนกรกฎาคมปรับดีขึ้น หลังเดือนก่อนชะลอตัว เผย “ท่องเที่ยว-ส่งออก” ตัวหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พร้อมติดตามสัญญาณฟื้นตัว “ส่งออก-การผลิตภาคอุตสาหกรรม-ตลาดแรงงาน” ยังมีแรงกดดันบางจุด
วันที่ 30 สิงหาคม 2567 นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจเดือนกรกฎาคม 2567 ซึ่งถือว่าเป็นเดือนแรกของไตรมาสที่ 3/67 ตัวเลขดัชนีชี้วัดหลายตัวปรับตัวดีขึ้นหลังจากเดือนก่อนชะลอตัว
“เดือนกรกฎาคมถือเป็นเดือนแรกของเศรษฐกิจไตรมาสที่ 3/67 จะเห็นว่าตัวเลขดัชนีชี้วัดหลายตัวปรับดีขึ้นจากเดือน มิ.ย. เศรษฐกิจอาจจะแผ่วไป เพราะหากดูภาพรวมเศรษฐกิจไตรมาสที่ 2/67 จะเห็นว่าขยายตัวต่อเนื่องจากไตรมาสที่ 1/67 แต่ในช่วงไตรมาสที่ 2 เดือนสุดท้ายอาจจะแผ่วไป”
ทั้งนี้ หากดูเครื่องชี้วัดที่เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจในเดือนกรกฎาคม คือ ภาคการส่งออกขยายตัว 2.8% จากเดือนก่อนอยู่ที่ -0.9% ส่วนหนึ่งมาจากการเร่งส่งออกหลังเกิดปัญหาการขนส่งที่ชะลอตัว ซึ่งหมวดที่ขยายตัวได้ดี ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์ส่งออกไปมาเลเซีย สินค้าเกษตรแปรรูป เช่น น้ำมันพืชไปอินเดีย หรืออาหารกระป๋องไปสหรัฐและญี่ปุ่น เป็นต้น หมวดปิโตรเคมีหลังผู้ประกอบการขยายธุรกิจ ส่วนหมวดที่ปรับลดลง ได้แก่ รถกระบะที่ปรับลดลงจากตลาดอินเดียและฟิลิปปินส์ เป็นต้น
สอดคล้องกับการผลิตอุตสาหกรรมขยายตัวต่อเนื่องอยู่ที่ 2.5% ปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน -0.4% โดยเฉพาะหมวดยานยนต์ผลิตเพื่อการส่งออก และยาง พลาสติก เพื่อผลิตถุงมือยางตามออร์เดอร์ที่ปรับเพิ่มขึ้น ส่วนหมวดที่ปรับลดลง ได้แก่ ปิโตรเลียม เป็นต้น
สำหรับภาคการท่องเที่ยวจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 3.1 ล้านคน เพิ่มจากเดือนก่อนที่อยู่ 2.7 ล้านคน โดยเป็นนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน ยุโรป มาเลเซีย และหากนับตั้งแต่ต้นปี-วันที่ 25 สิงหาคม 2567 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 22.1 ล้านคน
ซึ่งกลุ่มที่เข้ามาท่องเที่ยว มาเลเซีย จีน รัสเซีย และเยอรมนี ส่งผลให้รายรับปรับดีขึ้นตามรายได้ต่อหัวนักท่องเที่ยวที่ปรับเพิ่มขึ้น รวมถึงภาคบริการปรับเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 0.8% จากเดือนก่อนอยู่ที่ 0.1% ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะการค้าและการขนส่ง
ขณะที่การบริโภคเอกชนขยายตัวเล็กน้อยอยู่ที่ 0.3% จากเดือนก่อน -0.7% โดยปรับเพิ่มขึ้นในหมวดสินค้าคงทนและกึ่งคงทน ส่วนสินค้าไม่คงทนลดลง อย่างไรก็ดี หากดูความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลงต่อเนื่อง ทั้งความเชื่อมั่นในปัจจุบัน และความเชื่อมั่นใน 6 เดือนข้างหน้า ส่วนหนึ่งมาจากผู้บริโภคมีความกังวลค่าครองชีพ สถานการณ์ทางการเมือง และปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics)
ด้านตลาดแรงงานในเดือนกรกฎาคมปรับดีขึ้นต่อเนื่อง จากการจ้างงานทั้งในภาคการผลิตและบริการ อย่างไรก็ดี สัดส่วนผู้ขอรับสิทธิว่างงานในระบบประกันสังคม ม.38 และ ม.33 ปรับเพิ่มขึ้นในภาคการผลิต การเงิน และสื่อสาร ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากผล Digitization โดย ธปท.ยังคงต้องติดตามใกล้ชิด ในรายบุคคล และติดตามระยะเวลาการหางานของแต่ละคน แต่ปัจจุบันยังไม่ได้เป็นประเด็นที่กังวลมากนัก
สำหรับการลงทุนภาคเอกชนปรับเพิ่มขึ้น โดยขยายตัวอยู่ที่ 6.0% จากเดือนก่อนอยู่ที่ -1.5% โดยขยายตัวในทุกองค์ประกอบ ทั้งเครื่องจักรและอุปกรณ์ ยอดจดทะเบียนรถยนต์และรถบรรทุก ภาคการลงทุนก่อสร้างเพิ่มขึ้นตามพื้นที่ได้รับอนุญาตมากขึ้น สอดคล้องกับหมวดสินค้าวัสดุก่อสร้าง อย่างไรก็ดี ความเชื่อมั่นภาคการลงทุนยังลดลงต่ำกว่าระดับ 50 จากเดือนก่อน
ส่วนเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 0.83% จากเดือนก่อนอยู่ที่ 0.62% ส่วนหนึ่งมาจากอาหารสดและผลไม้ที่ปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เงินเฟ้อพื้นฐานขยับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 0.52% จาก 0.36% ในเดือนก่อน ส่วนดุลบัญชีเดินสะพัด พบว่าเกินดุลลดลงมาอยู่ที่ 0.3 พันล้านดอลลาร์ จากเดือนก่อนอยู่ที่ 2.0 พันล้านดอลลาร์ตามดุลการค้าที่ปรับลดลง
“มองไปข้างหน้ากิจกรรมเศรษฐกิจยังมีแรงส่งจากภาคการท่องเที่ยว และภาคบริการ อย่างไรก็ดี ธปท.ยังคงต้องติดตามการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ การฟื้นตัวของภาคการส่งออกและภาคผลิต เนื่องจากยังมีบางจุดที่ได้รับแรงกดดัน แม้ว่าจะมีสัญญาณฟื้นตัว แต่ยังไม่ได้อานิสงส์จากการฟื้นตัวในวงกว้าง รวมถึงความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์”