Skip to content

เรียนรู้ “โมเดลยิว” ผ่านทูตไทย ส่งต่อความสำเร็จ Thailand 4.0

24 พ.ค. 2561 | 18:41น.
เรียนรู้ “โมเดลยิว” ผ่านทูตไทย ส่งต่อความสำเร็จ Thailand 4.0

“เกือบ 29% ของผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบลในหลายสาขาเป็นชาวยิว” หนึ่งในคำกล่าวของ นางสาวเพ็ญประภา วงษ์โกวิท เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล

ถือเป็นโอกาสที่ดีหากประเทศไทยและอิสราเอล จะร่วมพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคีให้ต่อเนื่องและครอบคลุม ยิ่งภายใต้นโยบาย”ไทยแลนด์ 4.0″ การเลือกเดินตามโมเดลที่ดีจะทำให้ไทยเข้าใกล้ความสำเร็จเร็วขึ้น

เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงความน่าสนใจของอิสราเอล ซึ่งมีประชากรราว 8 ล้านคน เป็นชาวยิวราว 6 ล้านคน แต่กลับได้รับการยกย่องว่า “ยิวเป็นเผ่าพันธุ์คนฉลาดที่สุดในโลก” ดูได้จากจำนวนผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบลในหลากหลายสาขาเป็นชาวยิว ถือเป็นสัดส่วนที่สูงหากเทียบกับหลายประเทศ ที่มีจำนวนประชากรมากกว่า

“การศึกษา” กุญแจลับชาวยิว

เอกอัครราชทูต เพ็ญประภาเล่าว่า อิสราเอลเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ให้ความสำคัญกับ “การศึกษา” เป็นอันดับหนึ่ง ตามหลักศาสนายิว หรือยูดาย มีบทบัญญัติชัดเจนว่า “ชาวยิวทุกคนต้องได้รับการศึกษา” ดังนั้น พ่อแม่ชาวยิวจึงยึดหลักที่ว่า การศึกษาคือสมบัติล้ำค่าที่จะติดตัวไปตลอดชีวิต ทุกครอบครัวจะให้การสนับสนุนการศึกษากับลูกทั้งชายและหญิง และพ่อแม่ที่เคร่งครัดมาก ๆ

ส่วนใหญ่จะกำหนดชัดว่าลูกต้องเรียนปริญญาในสายอาชีพหลัก เช่น แพทย์ วิศวกร นักกฎหมาย รวมถึงนักเขียน

“สิ่งหนึ่งที่เห็นชัดคือชาวยิวจะเก่งในการใช้ความคิด ไม่ถนัดเรื่องการใช้แรงงาน ซึ่งเกิดจากแนวทางการเรียนการสอนของชาวยิวตามหลักในคัมภีร์ ที่เน้นการถามตอบจนกว่าจะเข้าใจและต้องวิเคราะห์อย่างถ่องแท้ หลักการดังกล่าวใกล้เคียงกับการเรียนการสอนในหลักสูตรสมัยใหม่และหลักของวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน”

ทั้งนี้ กลุ่มคนเชื้อสายยิวจำนวนมากที่กลายเป็นบุคคลชั้นนำระดับโลก อาทิ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมันเชื้อสายยิว ผู้คิดค้นสมการสร้างระเบิดปรมาณู, เซอร์เกย์ บริน ผู้ก่อตั้งกูเกิล เป็นคนยิวจากรัสเซีย และมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งและซีอีโอเฟซบุ๊ก เป็นต้น

ต่อยอดความสัมพันธ์การค้า

ขณะที่ความสัมพันธ์ทางการค้า นายนวพรรษ นพคุณ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการพาณิชย์) กล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและอิสราเอลตลอด 64 ปี นับว่าอยู่ในระดับที่ดี โดยเฉพาะที่ไทยได้เปรียบดุลการค้ามาตลอด และในปี 2017 การค้าระหว่างสองประเทศอยู่ที่ประมาณ 1,300 ล้านดอลลาร์ โดยสินค้า top 5 ที่ไทยส่งไปตลาดอิสราเอล ได้แก่ รถยนต์และส่วนประกอบ, อัญมณีและเครื่องประดับ, อาหารทะเลแปรรูป, เม็ดพลาสติก และข้าว

โดยในการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (JTC) ไทย-อิสราเอล ครั้งที่ 1 ทั้งสองประเทศมีเป้าหมายระยะยาวร่วมกันคือ ผลักดันกิจกรรมทางการค้าให้บรรลุเป้าหมาย 2,000 ล้านดอลลาร์ ภายในปี 2020 ซึ่งไทยสนใจที่จะส่งสับปะรด มังคุด และลำไยไปยังอิสราเอล ขณะที่อิสราเอลสนใจที่จะส่งอินทผลัม ทับทิม และลูกพลับ เพื่อขยายตลาดในไทย นอกจากนี้ อิสราเอลต้องการผลักดันให้ไทยทำข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-อิสราเอล โดยเห็นว่าจะเป็นเครื่องมือในการขยายการค้าร่วมกัน รวมถึงใช้ไทยเป็นฐานการกระจายสินค้าไปสู่ประเทศอาเซียนด้วย

ทูตเพ็ญประภากล่าวว่า แม้ว่าประชากรในอิสราเอลส่วนใหญ่เป็นชาวยิว แต่พลเมืองอีก 2 ล้านคนเป็นอิสลาม ถือเป็นตัวเลขที่น่าดึงดูดใจอยู่ไม่น้อย ในฐานะที่ไทยเป็น “ครัวของโลก” ความได้เปรียบทั้งรสชาติ ความหลากหลาย รวมถึงเทคโนโลยีการแปรรูปอาหาร หากทั้งสองประเทศสามารถเจรจากันได้ทั้งในระดับรัฐบาลและเอกชน โอกาสที่อาหารฮาลาลของไทยจะขยายสู่ตลาดอิสราเอลนั้นไม่ยาก

นอกจากนี้ อิสราเอลยังมีความเชี่ยวชาญมากในด้านเทคโนโลยีด้านอาหาร เพราะมีแรงผลักจากความแร้นแค้นของประเทศทะเลทราย ดังนั้นหากมีการแลกเปลี่ยนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านอาหารกับอิสราเอลก็จะช่วยผู้ประกอบการไทยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ได้

“โมเดลยิว” ไขความสำเร็จ

ทูตเพ็ญประภากล่าวว่า ความสำเร็จของชาวยิวอาจไม่ใช่แค่เพราะการให้ความสำคัญกับการศึกษา แต่ด้วยหลักคิดของชาวยิวที่ฝังรากลึกจากรุ่นสู่รุ่นจนกลายเป็น DNA ของชาวยิว ด้วยประโยคที่ว่า “80% ของความล้มเหลวของชาวยิว เป็นเพียงความผิดพลาด ไม่ใช่ความแพ้พ่าย”

“ประโยคนี้สามารถอธิบายความเป็นยิวได้ดีที่สุด แม้ว่าอิสราเอลเป็นประเทศพัฒนามานานแล้ว แต่ไม่เคยหยุดที่จะพัฒนาประเทศและบุคลากร โดยจะเห็นว่ารัฐบาลเยรูซาเลมให้ความสำคัญและส่งเสริมเหล่าสตาร์ตอัพอย่างมาก”

ทูตไทยในกรุงเทลอาวีฟทิ้งท้ายว่า อิสราเอลมีความเชี่ยวชาญในหลากหลายด้าน เนื่องจากเป็นประเทศที่มีการลงทุนด้านการวิจัยสูง ไม่ได้มีชื่อเสียงแค่ด้านเทคโนโลยีการเกษตร “ชลประทานน้ำหยด” แต่มีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงอื่น ๆ ด้วย อาทิ การแพทย์ พลังงานทดแทน เทคโนโลยีการสื่อสาร ความมั่นคงทางไซเบอร์ และเทคโนโลยีทางการทหาร โดยเฉพาะในด้าน internet of things (IOT), cyber security และ smart city ที่สามารถตอบโจทย์นโยบาย Thailand 4.0 ของรัฐบาลไทยได้ ขณะที่อิสราเอลพร้อมที่จะถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อแบ่งปันความรู้และประสบการณ์สู่ประเทศคู่ค้า เพื่อขยายผลของความสำเร็จร่วมกัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การศึกษา อิสราเอล