Skip to content

2 โบรกฯ ฟันธงหุ้นไทย ลุ้นดัชนีเดือน ก.ย. ทะยาน 1,400 จุด

02 ก.ย. 2567 | 14:17น.
2 โบรกฯ ฟันธงหุ้นไทย ลุ้นดัชนีเดือน ก.ย. ทะยาน 1,400 จุด

“บล.ทิสโก้” ชี้หุ้นไทยทะลุ 1,400 จุด ไม่ยาก หากรัฐแจกเงินกลุ่มเปราะบาง-ตั้งกองทุนวายุภักษ์ก่อน 30 ก.ย. ฟาก “บล.เอเซีย พลัส” มองกรอบการเคลื่อนไหวของ SET Index เดือน ก.ย. ที่ 1,300-1,400 จุด หลังเริ่มเห็นหลายปัจจัยช่วยพยุงตลาดหุ้นไทย

วันที่ 2 กันยายน 2567 นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า บล.ทิสโก้แนะนำให้ติดตามการทำงานของรัฐบาลใหม่โดยเฉพาะการแจกเงินให้กับกลุ่มเปราะบางก่อนที่จะต้องดำเนินการก่อน 30 กันยายน เพื่อให้ทันใช้เงินงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปี

2567 วงเงิน 1.22 แสนล้านบาท รวมทั้งการจัดตั้งกองทุนวายุภักษ์ หากทำสำเร็จตามเงื่อนเวลาที่กำหนด คาดจะขับเคลื่อน SET Index ขึ้นไปแกว่งเหนือระดับ 1,400 จุดได้ไม่ยาก แต่ในทางกลับกัน หากการทำงานของรัฐบาลใหม่เผชิญอุปสรรค มีความล่าช้าเกิดขึ้น เช่น การยื่นร้องในประเด็นต่าง ๆ ที่สุ่มเสี่ยงให้เกิดอุบัติเหตุทางการเมืองเหมือนที่ผ่าน ๆ มา ก็อาจทำให้ SET Index เกิดผันผวนได้หลังจากที่ปรับตัวขึ้นมาเร็วก่อนหน้านี้มาจากความคาดหวังเป็นส่วนใหญ่

อย่างไรก็ตาม นอกจากประเด็นด้านการเมืองแล้ว ตลาดหุ้นไทยยังมีปัจจัยบวกจากกระแสเงินทุนต่างชาติเริ่มไหลเข้า โดยเห็นสัญญาณตั้งแต่ช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และคาดว่าเงินต่างชาติจะไหลเข้าต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปีนี้จาก 3 ประเด็นคือ 1. การเมืองมีความชัดเจนแล้วและเสถียรภาพรัฐบาลใหม่ดูแข็งแกร่งกว่าเดิม

2. ตลาดหุ้นไทยยังปรับขึ้นน้อยกว่าตลาดโลกและซื้อขายที่ระดับ PER ถูกกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต 3. โอกาสการซื้อคืนของต่างชาติหลังจากที่ปีนี้ (YTD) ยังมียอดขายสุทธิสะสมมากกว่า 1.2 แสนล้านบาท สอดคล้องกับสถานะชอร์ตคงค้างที่มีมูลค่าลดลงต่อเนื่อง

นอกจากนี้ หากผสานกับเม็ดเงินกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (TESG) ที่ปรับเงื่อนไขแล้วน่าดึงดูดขึ้น คาดจะเงินไหลเข้าราว 2-3 หมื่นล้านบาท และการจัดตั้งกองทุนวายุภักษ์อีก 1-1.5 แสนล้านบาทในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้านี้ จะเป็นผลดีต่อตลาดหุ้นไทยโดยรวม จากการประเมินของ บล.ทิสโก้พบว่าทุก ๆ เงินกองทุนที่ไหลเข้าสุทธิ 1 หมื่นล้านบาท จะช่วยหนุนดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ปรับขึ้นโดยเฉลี่ยประมาณ 12-13 จุด

ทั้งนี้ บล.ทิสโก้แนะนำหาจังหวะสะสมหุ้นขนาดใหญ่ที่คาดว่าจะเป็นเป้าเงินทุนไหลเข้าในกลุ่มอุตสาหกรรมหลักต่าง ๆ เด่น AOT, ADVANC, BJC, GULF, PTT, TTB และหุ้นที่แนวโน้มกำไรดีมีปัจจัยหนุนเฉพาะตัวในระยะสั้น แนะนำ CK, FM, ICHI ดังนั้น หุ้นเด่นเดือนกันยายน คือ AOT, ADVANC, BJC, CK, FM, GULF, ICHI, PTT และ TTB ด้านแนวรับดัชนีหุ้นไทยเดือนนี้อยู่ที่ 1,330-1,340 จุด และแนวต้านสำคัญอยู่ที่ 1,390 จุด 1,400 จุด 1,410 จุด และ 1,430 จุด ตามลำดับ

ขณะที่ บล.เอเซีย พลัส มองกรอบการเคลื่อนไหวของ SET Index เดือน ก.ย. 67 ไว้ที่ 1,300-1,400 จุด หลังเริ่มเห็นหลายปัจจัยช่วยพยุงตลาดหุ้นไทย ทั้งถนนการเมืองไทยที่ขรุขระเริ่มราบเรียบขึ้น พร้อมกับนโยบายรัฐบาลเดินหน้าต่อแบบไม่มีสุญญากาศ หนุนให้เศรษฐกิจไทยมีโอกาสเติบโตแรงจากฐานต่ำ พร้อมกับมี Digital Wallet ช่วยเสริมความแข็งแกร่ง

ขณะที่กำไรบริษัทจดทะเบียนประเมินมีโอกาสเติบโตตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ฝ่ายวิจัยฯ วางเป้าหมายดัชนีปี 2567 อยู่ที่ 1,450 จุด และหากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ลดดอกเบี้ยทุก ๆ 1 ครั้ง มีโอกาสยกเป้าหมายดัชนีให้สูงขึ้นไปได้ทีละ 60 จุด กลยุทธ์การลงทุนในเดือนนี้ แนะนำสะสมหุ้นพื้นฐานที่แนวโน้มกำไร 3Q67 เด่น CKP, PR9 และหุ้นใหญ่ เป้าหมาย FUND FLOW AOT, CPALL, INTUCH, MTC

สำหรับเดือน ก.ย. เริ่มนโยบายการเงินโลกผ่อนคลายแบบเต็มสูบ โดยธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจลดดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 4 ปีครึ่ง และน่าจะลด 0.75-1% ในช่วงเวลาที่เหลือของปี เหลือ 4.5-4.75% หนุนให้ค่าเงินเอเชียและบาทแข็งค่าขึ้น และเม็ดเงินมีโอกาสไหลเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ส่วนประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามช่วงต้นเดือน รอดูตัวเลขภาคตลาดแรงงาน ณ 6 ก.ย. ถ้าอัตราการว่างงานใน เดือน ส.ค. 67 ออกมาตามตลาดคาด 4.2% จะทำให้ตัวชี้นำ Recession อย่าง SAHM RULE ช่วง Mini Black Monday 0.53% เพิ่มขึ้นเป็น 0.57% ได้ รวมถึงรอติดตามการดีเบตของว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ใน 10 ก.ย.นี้

กลับมาที่ประเทศไทย ถนนการเมืองไทยที่ขรุขระเริ่มราบเรียบขึ้น พร้อมกับนโยบายรัฐบาลเดินหน้าต่อแบบไม่มีสุญญากาศ โดยงบประมาณปี’67 และ 68 ไม่สะดุด หนุนให้เศรษฐกิจไทยมีโอกาสเติบโตแรงจากฐานต่ำคาด GDP 2H67 เติบโต 3.5% (GDP 1H67 +1.9%) พร้อมกับมี Digital Wallet ช่วยเสริมความแข็งแกร่ง ส่วนความเสี่ยงในเดือนนี้ต้องติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด

โดยล่าสุดเห็นว่าน่าจะไม่ได้น่ากลัวเหมือนปี 2554 เพราะปริมาณน้ำในเขื่อนและปริมาณน้ำฝน ยังน้อยกว่าปี 2554 มาก ขณะที่กำไรบริษัทจดทะเบียน 1H67 อยู่ที่ 5.3 แสนล้านบาท เติบโต 3.9% YOY ขณะที่กำไรช่วง 2H67 ประเมินมีโอกาสเติบโตตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ 27% YOY และจากฐาน 2H66 ที่ต่ำ 4.6 แสนล้านบาท ส่วน FUND FLOW เป็นอีกหนึ่งความหวังที่จะเป็น Momentum ไหลเข้าต่อเนื่อง

ทั้งจากสถาบันในประเทศที่มีแรงเสริมจากกองทุน TESG ใหม่ และกองทุนวายุภักษ์ใหม่ และนักลงทุนต่างชาติที่ทยอยซื้อหุ้นไทยต่อจากโอกาสเกิด Recession ลดลง, การฟื้นตัว เศรษฐกิจชัดขึ้น รวมถึงค่าเงินบาทมีโอกาสแข็งค่าจากส่วนต่าง ดอกเบี้ยสหรัฐและไทยค่อย ๆ แคบลง หนุนให้นักลงทุนต่างชาติได้ กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มเติม

ในมุม Valuation ตลาดหุ้นไทยถือว่ามีความน่าสนใจ เพราะล่าสุด มี MEYG (Market Earning Yield Gap) 4.3% สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 3.9% และสูงกว่าตลาดหุ้นอินโดนีเซีย มี MEYG 0.7% และฟิลิปปินส์ 2.1% เท่านั้น และในมุม Upside ฝ่ายวิจัยฯ วางเป้าหมายดัชนีปี 2567 อยู่ที่ 1,450 จุด และหาก กนง.ลดดอกเบี้ยทุก ๆ 1 ครั้ง มีโอกาสยกเป้าหมายดัชนีให้สูงขึ้นไปได้ทีละ 60 จุด ภาพรวมเดือน ก.ย. ประเมิน SET Index เคลื่อนไหวในกรอบ 1,300-1,400 จุด กลยุทธ์การลงทุน แนะนำสะสมหุ้นพื้นฐานที่แนวโน้ม กำไร 3Q67 เด่น CKP, PR9 และหุ้นใหญ่เป้าหมาย FUND FLOW AOT, CPALL, INTUCH, MTC

แท็กที่เกี่ยวข้อง

SET Index บล.ทิสโก้ หุ้นไทย