กรณีจังหวัดภูเก็ตเกิดฝนตกหนัก ดินอุ้มน้ำไม่อยู่ และเกิดปัญหาดินสไลด์หลายจุด โดยเฉพาะเหตุการณ์ใหญ่เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 67 ได้เกิดเหตุดินโคลนถล่มทับบริเวณ ต.กะรน อ.เมืองภูเก็ต จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 13 ราย บาดเจ็บ 19 รายมีครัวเรือนได้รับผลกระทบ 260 ครัวเรือน และเมื่อช่วงสายวันที่ 29 ส.ค. 67 ได้เกิดเหตุดินสไลด์หมู่บ้านเทพบุรี บ้านกู้กู ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต ทำให้บ้านเรือนได้รับผลกระทบ 8 หลัง
หลังจากนั้น อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีลงพื้นที่ภูเก็ต และตรวจสอบโครงสร้างดินของจังหวัดภูเก็ต พบว่าอายุดินในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตมีอายุ 91-100 ล้านปี และภาพถ่ายจากการบินสำรวจพื้นที่พบพื้นที่มีจุดรอยเลื่อนหลายจุดกระจายทั้ง 3 อำเภอ และพื้นที่ภูมิศาสตร์ของจังหวัดภูเก็ตลักษณะมีความลาดชัน จึงทำให้เมื่อเกิดฝนตกหนักดินอุ้มน้ำไม่ไหว ทำให้เกิดเหตุดินสไลด์ที่มีความรุนแรงได้
ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2567 ทางกองธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม กรมทรัพยากรธรณี ได้เผยแพร่ข้อมูล “แผนที่เสี่ยงภัยแผ่นดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก” จากการวิเคราะห์ด้วยแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ด้วยระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ระบุ รายชื่อหมู่บ้านเสี่ยงภัยแผ่นดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก (Risk Village) 49 แห่งนั้น
ได้แก่ 1.บ้านหัวควน 2.บ้านบางหวาน 3.บ้านเหนือ 4.บ้านโคกยาง 5.บ้านนาคา 6.ชุมชนนาใน 7.ชุมชนชายวัด 8.ชุมชนโคกมะขาม 9.ชุมชนบ้านมอญ 10.ชุมชนแสนสุข 11.ชุมชนถนนหลวงพ่อ 12.ชุมชนโกมารภัจจ์ 13.ชุมชนขุมน้ำนรหัช 14.ชุมชนหลังศาลากลาง 15.ชุมชนสามัคคีสามกอง 16.ชุมชนสะพานร่วมพูนผล 2 17.ชุมชนร่วมน้ำใจ 18.ชุมชนหลังหอประชุม 19.ชุมชนสะพานร่วมพูนผล 1 20.ชุมชนถนนสุทัศน์ ซอย 2
21.ชุมชนย่านเมืองเก่าภูเก็ต 22.ชุมชนเมืองเก่าชาร์เตอร์แบงค์ 23.บ้านกู้กู 24.บ้านชิดเชี่ยว 25.ชุมชนบ้านกะทู้ 2 26.ชุมชนบ้านกะทู้ 3 27.ชุมชนศาลเจ้ากะทู้ 28.ชุมชนปั๊กกั้วหลาว 29.ชุมชนน้ำตกกะทู้ 30.ชุมชนบ้านเหนือ 31.ชุมชนบ้านภักดี 32.ชุมชนบ้านสี่กอ 33.ชุมชนบางเจี้ยม 34.ชุมชนเขาน้อย 35.ชุมชนบ้านทรายทอง 36.ชุมชนบ้านทุ่งทอง 37.บ้านเชิงทะเล 38.บ้านตะเคียน 39.บ้านแขนน 40.บ้านดอน 41.บ้านบางโจ 42.บ้านยา 43.บ้านป่าสัก 44.บ้านโคกโตนด 45.บ้านนาใน 46.บ้านควน 47.บ้านเหรียง 48.บ้านป่าครองชีพ 49.บ้านเมืองใหม่

ปภ.ชี้บ้านที่สูงจุดเสี่ยง
นายโสภณ ทองไสย หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต (ปภ.ภูเก็ต) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ นายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้ตั้งคณะทำงานชุดใหญ่ขึ้นมา เพื่อศึกษาเรื่องดินโคลนถล่มในจังหวัดภูเก็ตทั้งหมดอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งหาแนวทางแก้ไขปัญหา แผนงาน โครงการที่จะมารองรับทั้งหมด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานเอง
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จังหวัดภูเก็ตมีปัญหาดินสไลด์หลายจุด ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยง หลายพื้นที่ป่าถูกทำลายเป็นภูเขาหัวโล้นค่อนข้างมาก ทำให้ฝนที่ตกลงมาไม่มีที่ดูดซับน้ำให้ลดลง หรือชะลอน้ำไว้ ทำให้น้ำไหลลงมาอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ จากการประชุมร่วมกับกรมทรัพยากรธรณี ได้มีการศึกษา และอยู่ระหว่างจัดทำแผนที่พื้นที่เสี่ยง ที่สำรวจพบพื้นที่มีจุดรอยเลื่อนหลายจุดกระจายทั้ง 3 อำเภอ ปรากฏว่าข้อมูลของ ปภ.ภูเก็ตที่มีอยู่ก็เป็นบริเวณใกล้เคียงกัน
“ยกตัวอย่าง บ้าน 8 หลัง ที่บ้านกู้กู ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต เป็นหมู่บ้านที่สร้างบ้านอิงตามภูเขา ซึ่งการสร้างบ้านลักษณะนี้มีอยู่ทั่วเมืองภูเก็ตในพื้นที่สูง ซึ่งจุดเหล่านี้เป็นจุดเสี่ยง ที่เป็นฝีมือมนุษย์” นายโสภณกล่าว
โยธาฯรื้อร่างผังเมืองใหม่
นายปกรณ์ วราภาสกุล โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดภูเก็ต เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การเกิดเหตุดินสไลด์และดินถล่มในหลายพื้นที่ของจังหวัดภูเก็ต ทำให้ทางโยธาฯพิจารณาเห็นว่า เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการอยู่อาศัยกับสิ่งแวดล้อม และลดความเสี่ยง คงต้องมีการพิจารณาปรับปรุงร่างผังเมืองรวมภูเก็ตฉบับใหม่ที่กำลังดำเนินการอีกครั้ง โดยต้องหารือเรื่องนี้กับจังหวัดภูเก็ต และทางสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต พร้อมทั้งต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่อีกครั้ง
“หลายประเด็นที่มีการปลดล็อกข้อจำกัดในการก่อสร้างคงต้องมาหารือร่วมกัน เช่น เรื่องความสูง ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะมาอ้างอิงกฎหมายผังเมืองโดยระยะ 200 เมตรจากแนวชายฝั่งทะเล ยังใช้ความสูงตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม ใน 50 เมตรแรกให้สูงได้ไม่เกิน 6 เมตรถัดมาจาก 50 เมตรถึง 200 เมตร ยังคงให้สูงได้ไม่เกิน 12 เมตร
แต่ถ้าหลุดจาก 200 เมตรเข้ามาในแผ่นดินให้ใช้ความสูงตามผังเมืองนอกจากนี้มีเรื่องความลาดชัน ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องกำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในบริเวณพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ปี 2560 ซึ่งปัจจุบันกำหนดห้ามก่อสร้างอาคารบนพื้นที่ที่มีความลาดชันตั้งแต่ 35% ขึ้นไป
แต่ล่าสุดทางสิ่งแวดล้อมแก้กฎหมายไม่ใส่ตัวเลข บอกหากมีการก่อสร้างอาคารในพื้นที่ลาดชันให้ไปอ้างอิงตามมาตรฐานของกรมโยธาธิการและผังเมือง ยึดตามร่างผังเมืองฉบับใหม่ รวมถึงเรื่องระยะถอยร่น ฯลฯ อีกหลาย ๆ เรื่องเหล่านี้ต้องมาหารือกันใหม่ เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นหลัก” นายปกรณ์กล่าว

บ้านบนภูเขา เนินเขา เสี่ยง
แหล่งข่าวจากกรมทรัพยากรธรณีเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า โครงสร้างดินของจังหวัดภูเก็ตมีอายุ 91-100 ล้านปี ขณะที่ภูเขาที่เป็นหินแกรนิตมีสภาพผุกร่อน มีโอกาสจะพังทรุดลงมาได้ ดังนั้น ภูเขา และเนินเขาของภูเก็ตจึงไม่เหมาะจะสร้างอาคารสูง แม้เทคโนโลยีทางด้านวิศวกรรมในการก่อสร้างอาคารบนพื้นที่สูงมีความก้าวหน้าไปมาก แต่ชั้นหินที่มีสภาพผุกร่อนเสี่ยงอันตรายมากต่ออาคาร บ้านบนภูเขา และเนินเขานับพันนับหมื่นแห่งที่ตั้งอยู่ตอนนี้
“ข้อมูลแผนที่เสี่ยงภัยแผ่นดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก 49 แห่ง เป็นจุดเสี่ยงของชุมชนที่อยู่บนรอยเลื่อน และอยู่ใกล้รอยเลื่อนที่กระจายอยู่ใน 3 อำเภอ ซึ่งเป็นการสำรวจและศึกษาตามแนวคลองหลัก 10 คลองที่น้ำจากภูเขาไหลลงมาตามร่องรอยธรรมชาติเท่านั้น ยังไม่นับรวมความเสี่ยงที่เกิดจากบ้านเรือน อาคารที่ก่อสร้างบนภูเขา และเนินเขาอีกจำนวนมากที่ต้องเร่งหาทางแก้ไข ชุมชนที่อยู่ใกล้ภูเขามากก็มีความเสี่ยงสูงมาก ไกลภูเขาความเสี่ยงน้อยลง” แหล่งข่าวกล่าว
แหล่งข่าวจากจังหวัดภูเก็ตเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในระหว่างที่คนในจังหวัดภูเก็ตส่วนหนึ่งกำลังห่วงกังวลเรื่องจะเกิดปัญหาดินสไลด์ และดินถล่มที่เสี่ยงต่อชีวิตของประชาชน จากการปลูกบ้าน อาคารสูง บนภูเขาและเนินเขาในจังหวัดภูเก็ต ที่มีจำนวนหลายพันหลัง
ปรากฏว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2567 ได้ผ่านความเห็นชอบเรื่อง ร่างประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ในบริเวณพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พ.ศ. …. ปลดล็อกให้ภาคเอกชนสามารถสร้างอาคารในพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลเกิน 80 เมตรไปจนถึง 140 เมตร และความชันเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของภาคเอกชนบางส่วนที่ต้องการลงทุนพัฒนาอสังหาฯหลายคนกังวลอยากให้รื้อมติครม.
นายธเนศ ตันติพิริยะกิจ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ที่ผ่านมาภูเก็ตเกิดเหตุการณ์ดินสไลด์ ดินถล่ม ถนนทรุดมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว ไม่มีผู้เสียชีวิต แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 ส.ค. 67 มีผู้เสียชีวิตถึง 13 คน เปรียบเสมือน Wake-up Call ที่ปลุกเตือนคนภูเก็ตถึงเรื่องต่าง ๆ ที่ทำกันอยู่ ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์จะต้องกลับมาสนใจ และตอบคำถามถึงการสร้างระบบความปลอดภัย อะไรที่จะสามารถช่วยได้จริง

ขณะที่ทางราชการต้องออกมาประกาศ ตรงจุดไหนเป็นพื้นที่เสี่ยง ส่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องเข้าไปควบคุมด้วยกฎหมายอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการควบคุมตามกฎหมายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การก่อสร้างที่อยู่อาศัยต้องมีใบอนุญาตถูกต้อง
“ที่ผ่านมาภูเก็ตเกิดหลายเหตุการณ์แล้ว แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต แต่ครั้งนี้มีผู้เสียชีวิต ดังนั้นอยากให้มีการเข้าไปตรวจสอบอาคารต่าง ๆ ในภูเก็ต หลายอาคารที่ไม่มีใบอนุญาต อาจจะต้องไปเริ่มขอเช็กใบอนุญาตอาคารที่อยู่ตามไหล่เขาทั้งหมด เป็นอาคารที่อยู่ในความสูง 40 เมตร ถึง 80 เมตร กว่า 100 อาคาร ซึ่งเป็นอาคารที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง ที่สำคัญ ผมอยากเรียกร้องให้มีการทบทวนกฎหมายสิ่งแวดล้อมและกฎหมายผังเมือง 1.การอนุญาตให้ก่อสร้างอาคารบนพื้นที่ที่มีความลาดชันเกิน 35% ขึ้นไป 2.เรื่องการสร้างอาคารบนพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเลเกิน 80 เมตรไปจนถึง 140 เมตร 3.เรื่องระยะถอยร่นต่าง ๆ หากระยะร่นไม่พอ แล้วทางน้ำพอหรือไม่”