วีเอสที อีซีเอส โชว์ผลงานครึ่งปีแรก’67 กวาดรายได้ 2.1 หมื่นล้านบาท
VST ECS
วีเอสที อีซีเอส โชว์ผลงานครึ่งปีแรก 2567 กวาดรายได้ 21,000 ล้านบาท คาดดันรายได้ทั้งปีทะลุ 40,000 ล้านบาท เดินหน้าแผนครึ่งปีหลัง ลุยโปรเจ็กต์ใหญ่-เปิด Solution Professional Services โกยกำไรฝั่งเอ็นเตอร์ไพรส์
วันที่ 6 กันยายน 2567 นายสมศักดิ์ เพ็ชรทวีพรเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นไอที ในเครือวีเอสที อีซีเอส กรุ๊ป กล่าวว่า สำหรับภาพรวมครึ่งปีแรก 2567 สามารถทำยอดขายเติบโตตามเป้า ส่งผลให้บริษัทมีรายได้ 21,000 ล้านบาท เติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อนที่ 19,000 ล้านบาท
รายได้ส่วนใหญ่ยังคงมาจากกลุ่มสินค้าไอทีด้านฮาร์ดแวร์ คอมเมอร์เชียล เอ็นเตอร์ไพรส์ และดีไวซ์แอนด์ไลฟ์สไตล์ ซึ่งปัจจุบันในพอร์ตโฟลิโอของบริษัทถือแบรนด์ชั้นนำอยู่กว่า 70 แบรนด์ ตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์
สำหรับในครึ่งปีหลัง บริษัทมีโปรเจ็กต์ใหญ่ และเปิดแผนก Solution Professional Services ให้บริการงานออกแบบ, วางระบบ, ติดตั้งและดูแลรักษาระบบไอทีในแบบบูรณาการ เพราะเล็งเห็นการเติบโตของบริการไอทีเซอร์วิสแบบเบ็ดเสร็จ และจะช่วยทำกำไรให้บริษัทเพิ่มขึ้น คาดว่าช่วงแรกจะสามารถทำกำไรได้ประมาณ 15% ของรายได้
ในขณะที่สัดส่วนของฮาร์ดแวร์จะอยู่ที่ 85% รวมถึงเทคโนโลยี AI ของแต่ละแบรนด์ที่กำลังจะเข้ามาในช่วงไตรมาส 4/2567 โดยมีแผนสร้างความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับพาร์ตเนอร์ธุรกิจด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์โซลูชั่นในระดับโลคอล หรือ Independent Software Vendor (ISV) เพื่อพัฒนาต่อยอดแอปพลิเคชั่นการใช้งาน AI ให้เป็นโซลูชั่นแพลตฟอร์มที่สมบูรณ์
นอกจากนี้ บริษัทยังเล็งเห็นความสำคัญในการนำ AI มาใช้ในองค์กร เพื่อให้พนักงานทำงานได้สะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมองว่า AI สามารถช่วยเพิ่ม Productivity ให้กับการทำงานได้
“ปัจจุบันเริ่มมีการพัฒนาระบบ และเริ่มใช้ในหลายแผนก เช่น แผนกบัญชีและการเงิน ทรัพยากรบุคคล เลขานุการบริษัท และงานด้านโลจิสติกส์ โดยเบื้องต้นยังคงเน้นให้ความรู้กับพนักงานในการนำ AI ไปใช้งานในด้านต่าง ๆ ซึ่งต้องอยู่บนพื้นฐานของจริยธรรม ให้เป็นไปด้วยความถูกต้อง โปร่งใส ปลอดภัย และมีความรับผิดชอบ”
นายธเนศ พันธ์สุขุมธนา รองประธานบริหาร บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า ปีนี้ตลาดคอมเมอร์เชียลในครึ่งปีแรกยังคงเติบโตได้ดี จากการลงทุนที่ต่อเนื่องจากภาคเอกชน ซึ่งมองว่าช่วงครึ่งปีหลังจะสามารถเติบโตได้มากกว่า 20% โดยหวังว่างบประมาณจากทางภาครัฐ จะเริ่มมีการใช้จ่ายออกมาภายในไตรมาส 3 และ 4
นอกจากนี้ การเปิดสำนักงานขายจำนวน 11 สาขาในต่างจังหวัด ถือเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการเพิ่มอัตราการเติบโตทั้งในส่วนของสินค้า คอมเมอร์เชียล และ Solution โดยเรายังสามารถเปิดสาขาได้เพิ่มมากขึ้นในเมืองรองต่าง ๆ เพื่อให้ครอบคลุมพาร์ตเนอร์รายสำคัญได้ทั่วถึงมากขึ้น
ด้านนายบุญชัย อัศวชัยสุวิกรม ประธานฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สำหรับธุรกิจในกลุ่มเอ็นเตอร์ไพรส์ ครึ่งปีแรกเติบโตตามเป้าที่ตั้งไว้จากโปรเจ็กต์ต่าง ๆ ของทางหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและเอกชน ส่วนช่วงครึ่งปีหลังคาดการณ์ว่าจะเติบโตกว่า 30%
โดยวีเอสทีฯเตรียมเข้ามามีบทบาทในการจัดหาสินค้าไอทีให้กับบริษัทดาต้าเซ็นเตอร์ AI ของคนไทย ซึ่งจะเปิดในปลายปีนี้ เพื่อรองรับการขยายตัวของตลาด AI นับเป็นเจ้าแรกที่ลงทุนและถือว่าใหญ่ที่สุดในไทย โดยทางวีเอสทีฯ จะทำหน้าที่ซัพพอร์ตสินค้าบางส่วนในฐานะไอทีดิสทริบิวเตอร์ ซึ่งการทำงานของ AI เซิร์ฟเวอร์ต้องมีการวางระบบระบายความร้อนกันใหม่ รวมถึงระบบเน็ตเวิร์กต้องมีการเปลี่ยนแปลงใหม่ทั้งหมดด้วย เพื่อรองรับการประมวลผลที่เร็วมากขึ้น”
นางสาวคุณากร อินทร์แก้ว ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด ผลิตภัณฑ์กลุ่มคอนซูเมอร์ บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ฝั่งคอนซูเมอร์ครึ่งปีแรกในแง่ยูนิตโต 9% แต่ในแง่รายได้ถือว่ายังทรงตัว ซึ่งเป็นผลจากการอิ่มตัวของตลาดเกมมิ่ง คาดว่าไตรมาส 4/2567 หลังจากที่สินค้าด้าน AI เข้ามา บริษัทและเวนเดอร์มีแผนร่วมกันที่จะผลักดันองค์ความรู้ และเทคโนโลยี AI เข้าสู่ตลาด เพื่อเสริมรายได้ของพอร์ตให้เติบโตมากขึ้นในครึ่งปีหลัง
ส่วนภาพรวมธุรกิจพรินเตอร์ ยังคงทรงตัวในครึ่งปีแรก เนื่องจากปัญหาสินค้าขาดตลาด แต่ช่วงครึ่งปีหลังสินค้าจะพร้อมขายมากขึ้น และทางทีมมีแผนขยายตลาดในส่วนของ Print ICT Model ด้วยโปรแกรมต่าง ๆ เพื่อดันยอดขายเพิ่มเติม
นายธนเสฏฐ์ โมระศิลปิน ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาดผลิตภัณฑ์ดีไวซ์และไลฟ์สไตล์ บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปีนี้ตลาดมือถือประสบความสำเร็จอย่างมาก เติบโตมากกว่า 100% โดยสามารถเข้าไปกินแชร์ในทุกเซ็กเมนต์ของตลาดแล้ว
จากยอดขายปีนี้ โทรศัพท์แบบ Flip ถือว่ามาแรงและขายดีมาก เหตุผลทั้งจากราคา โปรโมชั่น และช่วงเวลา สำหรับครึ่งปีแรกแบรนด์โทรศัพท์ในกลุ่มของ Mid to High ที่ขายดีที่สุด คือ “ซัมซุง” (Samsung)
ในขณะที่กลุ่ม Mid to Low แบรนด์ที่มีเปอร์เซ็นต์การเติบโตสูงที่สุด คือ ZTE ซึ่งเป็นผลพวงจากการเปิดเซ็กเมนต์ใหม่ เป็นสินค้าด้านมิวสิกโฟนในราคาที่จับต้องได้ ส่วนรุ่น Low-end ของ ZTE ก็ตอบโจทย์ Pain Point ของผู้บริโภคเช่นกัน ทั้งด้านแบตเตอรี่ จอขนาดใหญ่ และการรับประกันที่ยาวนาน