เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

รมว.พาณิชย์ เผย 3 โจทย์ด่วน หวังเปลี่ยนโครงสร้างส่งออก-ดึงลงทุนเพิ่ม

07 ก.ย. 2567 | 08:30น.
พิชัย นริพทะพันธุ์

พิชัย นริพทะพันธุ์

พิชัย นริพทะพันธุ์ เผยโจทย์นั่งเก้าอี้ รมว.พาณิชย์ เตรียมแก้สินค้าแพง เข้มงวดสินค้าจีนทะลักไทย พร้อมออกมาตรการสกัดเพิ่ม เร่งเจรจา FTA ต่างชาติหวังเปลี่ยนโครงสร้างดึงลงทุน

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2567 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังจากเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ กล่าวถึงการทำงานของกระทรวงพาณิชย์ว่า จะเร่งรัดการทำงานในหลายเรื่องที่เป็นปัญหากระทบกับประชาชน เรื่องแรกคือการแก้ปัญหาสินค้าราคาแพง โดยต้องไปดูในเรื่องของต้นทุนสินค้า ว่าสินค้านั้นมีต้นทุนสินค้าที่เหมาะสมหรือไม่ ถ้าไม่เหมาะสมต้องเรียกผู้ประกอบการมาคุยกัน ว่าจะลดราคาสินค้าลงอย่างไร เพื่อให้ประชาชนไม่เดือดร้อน

เรื่องต่อมาคือเรื่องของสินค้าจีน ซึ่งทะลักเข้ามาในประเทศไทยมาก ก็ต้องดูว่าเรื่องนี้จะแก้ปัญหาอย่างไร โดยตอนนี้มีหลายมาตรการที่ออกมาแล้ว ก็ต้องมาดูว่ามาตรการที่ออกมาแล้วสามารถแก้ไขได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ก็ต้องออกมาตรการเพิ่ม และจะออกมาตรการอย่างไร

นอกจากนั้น ในเรื่องต่างประเทศต้องเร่งเรื่องของการเจรจาความตกลงเขตเสรีการค้ากับต่างประเทศ (FTA) ซึ่งถ้าประเทศไทยมีข้อตกลง FTA มากขึ้นเท่าไหร่ ก็จะทำให้เรามีการลงทุนเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น

นอกจากนี้ ในการลงทุนของต่างประเทศที่เป็นโอกาสของไทย ก็ต้องมีการเร่งรัดให้มีการค้าและการลงทุนมากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ หรือ “PCB” (Print Circuit Board) ซึ่งเป็นส่วนประกอบพื้นฐานที่สำคัญของวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งถือว่าเป็นธุรกิจที่มีการลงทุนอย่างมาก และจะเป็นการเติบโตที่เป็นนิวเอสเคิร์ฟใหม่ของประเทศไทย โดยปีที่ผ่านมามีการลงทุนกว่า 1.5 แสนล้านบาท และหากมีการส่งเสริมที่ดีจะมีการลงทุนเพิ่มขึ้นเป็นล้านล้านบาทได้เลย เนื่องจากมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องเป็นคลัสเตอร์ที่จะมีการลงทุนเข้ามาต่อเนื่อง ซึ่งการลงทุนใหม่ ๆ นี้จะช่วยเปลี่ยนโครงสร้างการส่งออกของประเทศไทยได้ในอนาคต

“สินค้าเหล่านี้จะช่วยเพิ่มการส่งออกที่เป็นสินค้าใหม่ ๆ ที่มีมูลค่าสูง การจ้างงานก็จะดีขึ้น และค่าแรงของคนไทยก็จะดีขึ้น เพราะอุตสาหกรรมเหล่านี้จ้างงานได้กว่า 40,000 บาทต่อเดือน หรือถ้าเป็นวิศวกรในสาขานี้ก็สามารถที่จะมีเงินเดือนเป็นแสน ๆ บาทได้เลย” นายพิชัยกล่าว