เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
คพ.จ่อคุม “ควัน-กลิ่น” สถานประกอบการเล็ก 5.9 หมื่นแห่ง ลดมลพิษใกล้ชุมชนว
Economic คพ.จ่อคุม “ควัน-กลิ่น” สถานประกอบการเล็ก 5.9 หมื่นแห่ง ลดมลพิษใกล้ชุมชนว
ราคาทองวันนี้ (3 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,500 บาท ทองรูปพรรณ 66,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (3 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,500 บาท ทองรูปพรรณ 66,400 บาท
กยท.หนุนราวกันชนยางพารา ลดนำเข้า-เพิ่มใช้ยางในประเทศ 21 ตันต่อกิโลเมตร
Economic กยท.หนุนราวกันชนยางพารา ลดนำเข้า-เพิ่มใช้ยางในประเทศ 21 ตันต่อกิโลเมตร
เช็กบิล 2 บริษัทจีนกลางห้างไอทีหลักสี่ พบพิรุธนอมินี-เส้นทางเงินผิดปกติ
Economic เช็กบิล 2 บริษัทจีนกลางห้างไอทีหลักสี่ พบพิรุธนอมินี-เส้นทางเงินผิดปกติ
ชุด “พระพิรุณ” สกัดหนังหมูเถื่อน 720 กก. ลอบข้ามแดนมุกดาหาร
Economic ชุด “พระพิรุณ” สกัดหนังหมูเถื่อน 720 กก. ลอบข้ามแดนมุกดาหาร
‘รมว.คลัง’ ดีลเอง ‘วีระ’ เปิดใจเปลี่ยนจากโควต้าพรรคประชาชน เป็น กมธ.งบฯ รัฐบาล
Politics ‘รมว.คลัง’ ดีลเอง ‘วีระ’ เปิดใจเปลี่ยนจากโควต้าพรรคประชาชน เป็น กมธ.งบฯ รัฐบาล
ปู่ SET ดีดทะลุ 1,600 จุด หุ้นใหญ่เขียวสดใส สวนทางหุ้นแบงก์ที่ขยับลง
Finance ปู่ SET ดีดทะลุ 1,600 จุด หุ้นใหญ่เขียวสดใส สวนทางหุ้นแบงก์ที่ขยับลง
เอเอเอส กรุ๊ปจัดกิจกรรม AAS CARE THE AIR
Automotive เอเอเอส กรุ๊ปจัดกิจกรรม AAS CARE THE AIR
บีโอไอ เผยลงทุน EV พุ่ง 1.37 แสนล้าน ดันไทยฐานผลิตยานยนต์ไฟฟ้าครบทุกเทคโนโลยี
Economic บีโอไอ เผยลงทุน EV พุ่ง 1.37 แสนล้าน ดันไทยฐานผลิตยานยนต์ไฟฟ้าครบทุกเทคโนโลยี
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (3 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (3 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ดูทั้งหมด

สรรพากร มั่นใจปีงบฯ 67 รีดภาษีเข้าเป้า 2.28 ล้านล้านบาท

07 ก.ย. 2567 | 12:11น.
กุลยา ตันติเตมิท

กุลยา ตันติเตมิท

สรรพากรมั่นใจปีงบฯ 67 จัดเก็บรายได้ตามเป้า 2.28 ล้านล้านบาท พร้อมตั้งเป้าจัดเก็บรายได้ปีงบฯ 68 ที่ 2.37 ล้านล้านบาท เติบโต 4.2% จากปีก่อน ชี้อยู่ระหว่างแก้ไขกฎหมายเก็บภาษีจากนิติบุคคลข้ามชาติขนาดใหญ่-พร้อมลุยแก้กฎหมายเก็บภาษีผู้มีเงินได้จากต่างประเทศ สำหรับผู้พำนักในไทยเกิน 180 วัน แม้ไม่ได้นำเงินเข้ามาไทย

วันที่ 7 สิงหาคม 2567 นางสาวกุลยา ตันติเตมิท อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรมมั่นใจว่าปีงบประมาณ 67 (สิ้นสุด ต.ค. 67) จะสามารถจัดเก็บรายได้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ที่ 2.28 ล้านล้านบาท เนื่องจาก 11 เดือนแรกของปีงบประมาณ (ต.ค. 66-ส.ค. 67) สามารถจัดเก็บภาษีได้กว่า 1.96 ล้านล้านบาท สูงกว่าประมาณการเอกสารงบประมาณ 8,482 ล้านบาท หรือ 0.4% และสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 47,911 ล้านบาท หรือกว่า 2.5% ประกอบกับมาตรการด้านภาษีของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา

โดยเฉพาะมาตรการ Easy E-Receipt เป็นตัวที่กระตุ้นการบริโภคภาคเอกชน ที่ช่วยเหลือประชาชนและร้านค้าที่เข้าร่วมออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice & e-Receipt) ซึ่งเป็นมาตรการภาษีสำหรับประชาชนที่ใช้บริการหรือซื้อสินค้าจากร้านค้าดังกล่าว สามารถนำมาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปีภาษี 2567

นอกจากนี้ ยังเป็นผลจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศ ที่เป็นแรงส่งให้การจัดเก็บภาษีของกรมสรรพากรในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บจากการบริโภคภายในประเทศยังขยายตัวได้ดีกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนกว่า 7.7%

“ในปีงบประมาณ 2567 ใน 11 เดือนเราได้เกินเป้าคาดกว่า 8 พันล้านบาท ในอีก 1 เดือนที่เหลือ ยังมั่นใจว่าจะสามารถที่จะจัดเก็บได้ตามเป้าหมายไว้ที่ประมาณ 2.28 ล้านล้านบาท ขณะที่ปีงบประมาณ 2568 ตั้งเป้าจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพากรไว้ที่ 2.37 ล้านล้านบาท เติบโต 4.2% จากปีงบประมาณ 67” นางสาวกุลยากล่าว

ทั้งนี้การที่กรมสรรพากรสามารถจัดเก็บรายได้ได้ตามเป้าหมายที่กระทรวงการคลังได้มอบหมายไว้
เป็นส่วนสำคัญในการรักษาเสถียรภาพทางการคลังของประเทศเอาไว้ได้ ท่ามกลางสถานการณ์ที่เศรษฐกิจขยายตัวต่ำกว่าคาดการณ์ ณ ขณะจัดทำประมาณการปี 2567 ซึ่งคาดว่า GDP จะขยายตัวกว่า 3.2% แต่ล่าสุดสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ปรับลดแนวโน้ม GDP ปี 2567 ว่าจะขยายตัวเพียง 2.5% จากตัวเลข GDP ครึ่งปีที่ขยายตัวต่ำที่เพียง 1.9% ถือเป็นความสำเร็จที่เกิดขึ้น จากความร่วมมือร่วมใจของเจ้าหน้าที่ของกรมสรรพากร

นางสาวกุลยากล่าวว่า กรมสรรพากรยังเดินหน้าสานต่อนโยบาย oneRD : ONE TEAM ONE SEAMLESS TAX ECOSYSTEM ที่ทำภาษีให้ง่ายและไร้รอยต่อมากยิ่งขึ้น โดยเตรียมความพร้อมสู่ระบบภาษีอาการที่เป็นดิจิทัลเต็มรูปแบบ ในช่วงปี’68 กรมจะยกระดับบริการทางภาษีและแสดงข้อมูลทางภาษีให้ครบถ้วน โดยเปิดให้บริการ One Portal : My Tax โดยจะเริ่มให้บริการกลุ่มผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และต่อยอดการกำหนดให้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ภ.ง.ด.3 ทางอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น ซึ่งได้เริ่มใช้ในปีที่ผ่านมากับแบบ ภ.ง.ด.1 ภ.ง.ด.1 ก และ ภ.ง.ด.1 ก พิเศษ

“My Tax คือจะเข้าไปทีเดียว และรู้ข้อมูลทุกอย่าง ว่าเคยถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายที่ไหนบ้าง โดยจะขึ้นโชว์ทั้งหมด และในอนาคตอาจจะไม่ต้องเก็บเอกสารไว้แสดงให้กับกรม เนื่องจากข้อมูลจะเข้ามาทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ถือเป็นการเสียภาษีได้อย่างง่ายดาย” นางสาวกุลยากล่าว

นอกจากนี้ ได้วางแผนการพัฒนาน้องอารีย์ Chatbot ด้วยการนำ ChatGPT เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการตอบคำถาม ในมิติของการทำงานของเจ้าหน้าที่ กรมสรรพากรยังมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วยการใช้ประโยชน์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และการใช้เทคโนโลยี AI กับการประมวลผลข้อมูลภายในของกรมสรรพากร ร่วมกับข้อมูลที่ได้รับจากการเชื่อมโยง หรือแลกเปลี่ยนจากภายนอก เช่น ข้อมูลบัญชีทางการเงินที่มีธุรกรรมลักษณะเฉพาะ ข้อมูลบัญชีพิเศษ จากอิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์ม ข้อมูลที่ได้รับจากการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศแบบอัตโนมัติ เป็นต้น

โดยจะช่วยในการประเมินและวิเคราะห์หาพฤติกรรมของผู้เสียภาษี ซึ่งจะช่วยเจ้าหน้าที่ของกรมสรรพากรในการจัดกลุ่มผู้เสียภาษีตามความเสี่ยงและสามารถเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสมในมิติต่าง ๆ เช่น การตรวจสอบก่อนการคืนเงินภาษี หากเป็นผู้เสียภาษีกลุ่มเสี่ยง ก็จะต้องถูกตรวจสอบอย่างละเอียด ก่อนคืนเงินภาษี สำหรับการสร้างความเป็นธรรมและความทั่วถึงในการจัดเก็บภาษีอากร

สำหรับการสร้างความเป็นธรรมและความทั่วถึงในการจัดเก็บภาษีอากร กรมสรรพากรยังคงให้ความสำคัญในการเสนอแนะและจัดทำนโยบายทางภาษีที่เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในยุคปัจจุบัน เช่น การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากการขาย Low-Value Goods รวมทั้งปรับปรุงหลักเกณฑ์หรือกฎหมายการจัดเก็บภาษีให้มีความทันสมัย

โดยกรมอยู่ระหว่างเร่งเสนอกฎหมายและเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการจัดเก็บภาษีส่วนเพิ่ม ตามหลักการ Pillar2 การจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลขั้นต่ำ (Global Minimum Tax) ที่กำหนดให้กลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติขนาดใหญ่เสียภาษีเงินได้ในอัตราภาษีที่แท้จริงไม่น้อยกว่า 15% ซึ่งภาษีดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงระหว่างประเทศ ที่อยู่ในกรอบความตกลง องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development : OECD) ที่บริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่จะต้องเสียภาษีในอัตราไม่น้อยกว่า 15% ซึ่งหากประเทศเราดำเนินการจะสามารถเก็บภาษีดังกล่าวได้เช่นเดียวกัน ซึ่งเรื่องนี้อยู่ระหว่างเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในการออกกฎหมาย

ขณะเดียวกันกรมอยู่ระหว่างเสนอ ครม. ยกร่างหลักการ เตรียมแก้กฎหมายมาตรา 41 ที่เกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีเงินได้จากต่างประเทศของบุคคลธรรมดาที่อยู่ในประเทศไทยเกิน 180 วัน ที่มีหน้าที่ต้องเสียภาษี ซึ่งปัจจุบันหากมีเงินได้จากต่างประเทศ และนำเงินเข้ามาในประเทศไทยมีหน้าที่จะต้อง Declare และเสียภาษีเงินได้นั้น ๆ

อย่างไรก็ตาม ณ ปัจจุบันหากยังไม่ได้นำเงินเข้ามาจะไม่ได้มีการเสียภาษี แต่หากในมุมของความเป็นธรรม World Wide Income เงินได้ไม่ว่าจะได้จากที่ใด หากพำนักอยู่ในประเทศนั้น ๆ เช่น สำหรับประเทศไทย ตามกฎหมาย หากอยู่เกิน 180 วันมีหน้าที่ต้องเสียภาษี โดยไม่จำเป็นต้องดูว่านำเงินเข้ามาหรือไม่ ซึ่งส่วนนี้จะต้องแก้ไขกฎหมาย เพื่อจะทำให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้เสียภาษี และต้องการที่จะบังคับใช้ให้ได้เร็วที่สุดในช่วงปี’68

“จากเมื่อก่อนบุคคลที่มีรายได้จากต่างประเทศและนำเงินเข้าประเทศถึงจะเสียภาษี แต่ในอนาคต หากอยู่ในไทยเกิน 180 วัน แต่มีรายได้จากต่างประเทศ จะเสียภาษีทั้งหมด อย่างไรก็ตาม การเก็บภาษีดังกล่าว จะไม่เกิดการเสียภาษีซ้ำซ้อนระหว่างกัน ซึ่งหากบุคคลนั้นเสียภาษีแล้วในต่างประเทศ ไม่จำเป็นต้องเสียภาษีอีก แต่ทั้งนี้จะต้องมาสำแดงให้ทราบ” อธิบดีกรมสรรพากรกล่าว

ส่วนการจัดเก็บภาษีนำเข้าที่มีมูลค่าไม่เกิน 1,500 บาทนั้น ขณะนี้กรมศุลกากรเป็นผู้ดำเนินการจัดเก็บให้ ซึ่งขณะนี้กรมได้ร่วมกับผู้ประกอบการ แพลตฟอร์มต่าง ๆ กำลังพัฒนาระบบ เพื่อจัดเก็บจากแพลตฟอร์ม โดยแพลตฟอร์มจะเป็นผู้นำส่งภาษีสำหรับภาษี VAT 7% ของมูลค่านำเข้าสินค้านั้น ๆ ซึ่งขณะนี้เป็นช่วงการหารือและพัฒนาระบบ ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการใช้ได้ในช่วงต้นปี 2568

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สรรพากร