Skip to content

คลินิกฯ หัวเฉียว นำร่อง 2 นวัตกรรม AI ลุยการแพทย์แผนจีนผสมผสาน

20 ก.ย. 2567 | 15:41น.
คลินิกฯ หัวเฉียว นำร่อง 2 นวัตกรรม AI ลุยการแพทย์แผนจีนผสมผสาน

คลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว เปิดเกมรุกปี 2567 นำร่อง 2 นวัตกรรมใหม่ “กระจกตรวจโรคอัจฉริยะ AI-หุ่นยนต์เสี่ยวคัง AI” ลุยการรักษาแพทย์แผนจีนแบบผสมผสาน พร้อมมุ่งเดินหน้าขยายสาขาในห้าง เพื่อหวังเพิ่มการเข้าถึงของผู้บริโภค โดยตั้งเป้าภายใน 4-5 ปี จะก้าวขึ้นสู่ “รพ.แพทย์แผนจีนหัวเฉียว” แห่งแรกในไทย

วันที่ 20 กันยายน 2567 นายอรัญ เอี่ยมสุรีย์ ผู้อำนวยการคลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว เปิดเผยว่า ปัจจุบันเทรนด์การแพทย์แผนจีนในประเทศไทยมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2567 คลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียวมีจำนวนคนไข้ที่เข้ามารักษาสูงถึงเกือบ ๆ 300,000 คนต่อปี จากปีก่อนหน้าอยู่ที่ 270,000 คนต่อปี ซึ่งเติบโตขึ้นทุกปี ปีละประมาณ 10% 

ทั้งนี้ จากตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าเทรนด์การรักษาแบบการแพทย์แผนจีนเริ่มกลายเป็นที่ยอมรับมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่มองว่าการแพทย์แผนจีนไม่ได้ล้าสมัย และสามารถรักษาควบคู่กับการแพทย์แผนปัจจุบันได้ ซึ่งที่ผ่านมากลุ่มคนไข้โดยส่วนใหญ่ของคลินิกจะเป็นคนไทย สัดส่วนประมาณ 90% และคนต่างชาติสัดส่วนประมาณ 10% โดยมีคนจีนเข้ามารักษาเกือบ ๆ ครึ่งของคนไข้ต่างชาติ

ก้าวสู่ “รพ.แพทย์แผนจีน”

สำหรับแนวทางการดำเนินงานจากนี้ไป คลินิกฯหัวเฉียวยังคงมีความมุ่งมั่นที่จะก้าวขึ้นสู่ “รพ.แพทย์แผนจีนหัวเฉียว” แห่งแรกในประเทศไทยภายใน 4-5 ปี โดยล่าสุดได้มีการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่าง “กระจกตรวจโรคอัจฉริยะ AI” ที่ประเมินผลสุขภาพภายใน 6 วินาที และ “หุ่นยนต์เสี่ยวคัง AI” หุ่นยนต์ตรวจสุขภาพด้วยศาสตร์การแพทย์แผนจีนเทคโนโลยี AI เข้ามาผสมผสานกับศาสตร์การแพทย์แผนจีนแบบดั้งเดิม

คลินิกฯ หัวเฉียว

“ซึ่งเบื้องต้นทั้ง 2 เทคโนโลยีนี้จะเข้ามามีส่วนช่วยในการตรวจสุขภาพเบื้องต้นได้ง่ายและรวดเร็ว ทั้งยังมีส่วนช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยตัวของ “กระจกตรวจโรคอัจฉริยะ AI” จะมีความแม่นยำในการประมวลผลประมาณ 70% และตัว “หุ่นยนต์เสี่ยวคัง AI” จะมีความแม่นยำในการประมวลผลประมาณ 80% ซึ่งใช้งบฯลงทุนประมาณ 3-4 แสนบาท และ 1-2 แสนบาท (ตามลำดับ)”

คลินิกฯ หัวเฉียว

โดยนวัตกรรมทั้ง 2 จะเปิดตัวให้ประชาชนได้รู้จักและทดลองใช้ครั้งแรกในงาน “ก้าวล้ำ คลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว พัฒนาการที่ไม่หยุดนิ่ง” ครั้งที่ 2 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 18-19 ตุลาคม 2567 เวลา 10.00-20.00 น. ณ สามย่านมิตรทาวน์

ผสมผสานแผนจีน-แผนปัจจุบัน

นายอรัญกล่าวต่อว่า นอกเหนือจากการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาผสมผสานกับศาสตร์การแพทย์แผนจีนแบบดั้งเดิมแล้ว ในช่วงที่ผ่านมา คลินิกฯหัวเฉียวก็ได้มีการร่วมมือกับทาง รพ.หัวเฉียว และ รพ.ศิริราช ในการนำเอาศาสตร์การแพทย์แผนจีนและการแพทย์แผนปัจจุบันมาผสมผสานกัน เพื่อช่วยหาทางออกในการรักษาคนไข้ให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

เนื่องจากทั้ง 2 ศาสตร์มีวิธีการรักษาที่แตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น แพทย์แผนจีนจะเน้นรักษาแบบองค์รวม หรือการปรับสมดุลร่างกายหลังการผ่าตัด ขณะที่การแพทย์แผนปัจจุบันจะเน้นรักษาที่ตัวโรคเป็นหลัก จึงทำให้เมื่อนำมาผสมผสานเข้าด้วยกัน ก็จะทำให้รักษาได้อย่างตรงจุดและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

คลินิกฯ หัวเฉียว
นายอรัญ เอี่ยมสุรีย์ ผู้อำนวยการคลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว

รุกขยายคลินิกฯในห้าง

ทั้งนี้ ปัจจุบันคลินิกฯหัวเฉียวมีสาขาอยู่ทั้งหมด 3 แห่ง ได้แก่ ศรีราชา โคราช และกรุงเทพฯ โดยภายใน 1-2 ปีมีแผนที่จะเริ่มขยายเข้าไปในห้างสรรพสินค้า เพื่อขยายการเข้าถึงสำหรับผู้คนที่ต้องการการรักษาแบบแพทย์แผนจีน

“ซึ่งเบื้องต้นเรายังมีข้อจำกัดในเรื่องของตัวยา เนื่องจากยาที่จำหน่ายในคลินิกฯหัวเฉียวจะเป็นยาห่อ (อิ่นเพี่ยน) ที่ทางคลินิกฯจะจัดเป็นชุด ๆ เพื่อให้คนไข้นำกลับไปต้มเอง แต่ถ้าเป็นสาขาในห้างอาจจะต้องเป็นยาที่ต้มสำเร็จแล้ว จึงทำให้ยังมีข้อจำกัดในการใช้งานอยู่ แต่ถ้าแก้ไขจุดนี้ได้ก็คาดว่าจะสร้างการเติบโตได้อย่างแน่นอน”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การแพทย์ คลินิก