“เดอะ ทวิน ทาวเวอร์” รีโนเวตรอบ 30 ปี พร้อมทยอยเปิดให้บริการ เผยตอนนี้เปิดให้บริการแค่ 60% แต่รายได้ฟื้นเทียบเท่าก่อนโควิด คาดเผยโฉมภาพลักษณ์ใหม่เต็มรูปแบบปลายปี’68 ชูจุดขายทำเลใจกลางเมือง ใกล้ย่านบรรทัดทอง ราคาเอื้อมถึง ชี้นักท่องเที่ยวจีนตลาดหลักยังไม่ฟื้น รุกขยายตลาดสู่เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ฝรั่งเศส อิตาลี ปิดจุดเสี่ยงธุรกิจ
นายชรินทร์ ตันเจริญ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมเดอะ ทวิน ทาวเวอร์ กรุงเทพ (The Twin Towers Hotel Bangkok) เปิดเผยว่า โรงแรมเดอะ ทวิน ทาวเวอร์ กรุงเทพ มีจำนวนห้องพักทั้งหมด 660 ห้อง ปัจจุบันเปิดให้บริการแค่ 540 ห้อง หรือประมาณ 60% แบ่งออกเป็น 6 Room Type ได้แก่ Superior Room, Superior Plus Room, Premier Room, Premier Plus Room, Junior Suite และ Deluxe Suite คาดการณ์ว่าจะกลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบอีกครั้งได้ในช่วงปลายปี 2568 และมั่นใจว่าจะสร้างรายได้เทียบเท่าก่อนโควิดแน่นอน

“ในช่วงวิกฤตโควิด-19 เดอะ ทวิน ทาวเวอร์ กรุงเทพ ได้รับผลกระทบเช่นกัน ซึ่งหลังวิกฤตคลี่คลายเราก็กลับมาให้บริการเหมือนโรงแรมอื่น ๆ พร้อมทำการปรับปรุงโรงแรม ทั้งในส่วนของล็อบบี้ ห้องพัก ห้องอาหาร โซนอาหารบุฟเฟต์นานาชาติ และ Dim Sum Buffet โซนฟุหมานเหลา รวมถึงยังมีการเปลี่ยนโฉมภาพลักษณ์ของโรงแรมใหม่ในรอบ 30 ปี เพื่อให้ดูทันสมัยและเข้ากับยุคปัจจุบันมากขึ้น” นายชรินทร์กล่าวและว่า
แม้ว่าปัจจุบันโรงแรมยังเปิดให้บริการเพียงแค่ 60% แต่รายได้กลับมาเกือบเทียบเท่าก่อนโควิด-19 แล้ว เนื่องจากช่วงโควิด-19 นั้น ได้มีการลดจำนวนพนักงานจาก 400-500 คน เหลือเพียง 270 คนในปัจจุบัน ทางโรงแรมจึงได้มีการ Upskill-Reskill ให้แก่พนักงานทุกคนให้ได้มาตรฐาน สามารถทำงานเป็นในทุกด้าน
นายชรินทร์กล่าวว่า สำหรับรายได้นั้นปัจจุบันส่วนใหญ่มาจากลูกค้าเข้าพักในโรงแรมประมาณ 70% และส่วนของห้องจัดเลี้ยง เช่น ห้องประชุม ห้องจัดงานสัมมนาอีก 30% โดยลูกค้ากลุ่มนี้จะเป็นหน่วยงานราชการเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากอยู่ในทำเลใจกลางกรุงเทพฯ (ย่านบรรทัดทอง) ระดับราคาไม่สูงนัก และยังอำนวยความสะดวกให้การจัดประชุมทางราชการอีกด้วย
ส่วนตลาดนักท่องเที่ยวนั้นแบ่งออกเป็น กลุ่มนักท่องเที่ยวจีน 50% โซนยุโรป, Middle East, ไทย 35% และเอเชียอีก 15% โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เลือกที่จะเดินทางด้วยตัวเอง เลือกที่พักเอง หาแหล่งท่องเที่ยวตาม Content ในโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นการกระตุ้นให้ธุรกิจในย่านบรรทัดทองเริ่มกลับมาคึกคักมากขึ้น

นายชรินทร์ยังกล่าวด้วยว่า สำหรับตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักของโรงแรมแห่งนี้นั้น ปัจจุบันยังกลับมาไม่เต็มที่นัก เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศ โรงแรมจึงมองหาตลาดใหม่ ๆ เข้ามาเสริมเพื่อบริหารความเสี่ยงทางด้านธุรกิจ เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ฝรั่งเศส เซอร์เบีย อิตาลี เป็นต้น
ขณะเดียวกันก็ทำการบ้านมากขึ้น ศึกษารายละเอียดของนักท่องเที่ยวกลุ่มต่าง ๆ ให้มากขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน เช่น นักท่องเที่ยวกลุ่มยุโรปจะใส่ใจในเรื่องอาหารมาก เพราะไม่สามารถทานอาหารรสจัดหรือรสเผ็ดร้อนได้
ดังนั้น เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่มทางโรงแรมจึงจัดเต็มบุฟเฟต์อาหารนานาชาติให้แก่ลูกค้าอย่างคุ้มค่าที่สุด จากห้องอาหารโกลด์ ทีค ซึ่งสามารถรองรับได้ 300 ที่นั่ง พร้อมโปรโมชั่น โดยการเพิ่มรอบบุฟเฟต์รอบมื้อเย็น ตั้งแต่ช่วงเวลา 17.30-21.30 น. ในราคาเดิม 550 บาท นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชั่น มา 6 จ่าย 5 กับบุฟเฟต์ติ่มซำจากภัตตาคารฟุ หมาน เหลา เริ่มต้นเพียง 559 บาทต่อท่าน
“เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าของโรงแรม ได้ไปเที่ยวในย่านบรรทัดทองและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในย่านกลางเมือง ทางโรงแรมได้มีบริการรถ Shuttle Bus ไปร้านอาหารเจ๊โอว, ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์, สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ ราคาเพียงแค่ 30 บาท ทุกครึ่งชั่วโมง หรือหากนักท่องเที่ยวที่ต้องการจะกลับโรงแรมก็สามารถยืนรอรถ Shuttle Bus ของเรา ณ จุดลงรถได้เช่นกัน” นายชรินทร์กล่าว