บาทแข็งค่า ราคาทองคำสูงเป็นประวัติการณ์
เงินบาท-ราคาทองคำ
บาทแข็งค่า ราคาทองคำสูงเป็นประวัติการณ์ ปรับขึ้นแตะ 2,639.95 ดอลลาร์/ออนซ์ ก่อนที่เงินบาทจะปิดตลาดที่ระดับ 32.86/87 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 24 กันยายน 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ระดับ 32.95/97 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (23/9) ที่ระดับ 32.98/33.00 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
คืนวานนี้ (21/9) เอสแอนด์พี โกลบอล เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐเดือน ก.ย. ปรับตัวลงสู่ระดับ 54.4 จากระดับ 54.6 ในเดือน ส.ค. PMI ภาคการผลิตเดือน ก.ย. ปรับตัวลงสู่ระดับ 47.0 จากระดับ 47.9 ในเดือน ส.ค.
ขณะที่ PMI ภาคการบริการเดือน ก.ย. ปรับตัวลงสู่ระดับ 55.4 จากระดับ 55.7 ในเดือน ส.ค. ดัชนี PMI รวมของสหรัฐยังคงอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้การขยายตัวของภาคธุรกิจสหรัฐ โดยได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของภาคบริการ แม้ภาคการผลิตอยู่ในภาวะหดตัว
นอกจากนี้ นายราฟาเอล บอสติก ประธานเฟดสาขาแอตแลนตา แถลงการณ์ถึงการเปลี่ยนแปลงจุดยืนของเขาต่อนโยบายการเงินของสหรัฐ โดยยอมรับว่าเศรษฐกิจของสหรัฐกำลังฟื้นตัวสู่ระดับปกติเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทั้งอัตราเงินเฟ้อและตัวเลขตลาดแรงงาน ในการประชุมนโยบายการเงินของเฟดครั้งล่าสุด (17-18/9) เขาสนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยและสนับสนุนให้ปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมในช่วงที่เหลือของปี
นอกจากนี้ นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) รวมถึงถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวลล์ ในการประชุมว่าด้วยตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ โดยฟดสาขานิวยอร์กเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมในวันพฤหัสบดีนี้ (26/9)
ระหว่างวันค่าเงินบาทแข็งค่าตามการเคลื่อนไหวของราคาทองคำที่ปรับขึ้นแตะ 2,639.95 ดอลลาร์/ออนซ์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ระหว่าง 32.84-33.00 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 32.86/87 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวเปิดตลาดเช้านี้ (24/9) ที่ระดับ 1.1105/06 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (23/9) ที่ระดับ 1.1106/08 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร เอสแอนด์พี โกลบอล เปิดเผยว่า ดัชนี PMI รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของยูโรโซนเดือน ก.ย. ปรับตัวลงสู่ระดับ 48.9 จากระดับ 51.0 ในเดือน ส.ค. ขณะที่ PMI ภาคการผลิตเดือน ก.ย. ปรับตัวลงสู่ระดับ 44.8 จากระดับ 45.8 ในเดือน ส.ค. และ PMI ภาคการบริการเดือน ก.ย. ปรับตัวลงสู่ระดับ 50.5 จากระดับ 52.9 ในเดือน ส.ค.
โดยดัชนี PMI รวมของยูโรโซนอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 บ่งชี้ว่าภาคธุรกิจของยูโรโซนอยู่ในภาวะถดถอยจากกิจกรรมภาคธุรกิจของยูโรโซนที่ถดถอยอย่างรุนแรง ขณะที่อุตสาหกรรมภาคบริการทรงตัว ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโร เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.1104-1.1144 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1142/44 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวเปิดตลาดเช้านี้ (24/9) ที่ระดับ 143.68/69 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (23/9) ที่ระดับ 143.80/81 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ วันนี้ (24/9)
นายคาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) กลาวว่า BOJ ไม่เร่งรีบที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากยังมีเวลาเหลือเฟือในการจับตาดูสถานการณ์ตลาดและเศรษฐกิจโลกก่อนที่จะตัดสินใจเรื่องนโยบายการเงิน โดย BOJ พร้อมจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทันที หากแนวโน้มเงินเฟ้อปรับขึ้นแตะระดับเป้าหมายที่ 2.0% ตามที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า BOJ ยังคงยึดนโยบายเดิมคือ การปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปจากระดับที่ใกล้ 0.0 ในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม นายอุเอดะเตือนถึงความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ เช่น ความผันผวนในตลาดการเงินโลก และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจสหรัฐที่จะสามารถชะลอตัวลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปได้หรือไม่ อีกทั้งเงินเยนที่เคยอ่อนค่าลงกลับมาแข็งค่าขึ้นนับตั้งแต่เดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเงินเฟ้อเกินเป้าหมาย เนื่องจากทำให้ต้นทุนการนำเข้าสินค้าลดลง ขณะที่ดัชนี PMI รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของญี่ปุ่นอยู่ที่ 52.5 ในเดือน ก.ย.
ในส่วนของดัชนี PMI ภารการผลิตขั้นต้นของญี่ปุ่นเดือน ก.ย. ปรับตัวลงมาอยู่ที่ 49.6 จาก 49.8 ในเดือน ส.ค. และดัชนี PMI ภาคบริการขั้นต้นของญี่ปุ่นเดือน ก.ย. ปรับตัวขึ้นอยู่ที่ 53.9 จาก 53.7 ในเดือน ส.ค. การขยายตัวของกิจกรรมทางธุรกิจในเดือน ก.ย.ยังคงได้รับแรงขับเคลื่อนหลักจากภาคบริการ โดยราคาปัจจัยการผลิตโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอตัว แต่ราคาที่บริษัทเรียกเก็บสำหรับบริการต่าง ๆ ในญี่ปุ่นกลับเพิ่มในอัตราที่เร่งตัวขึ้น เนื่องจากบริษัททยอยผลักภาระต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังผู้บริโภค
อีกทั้ง ผลสำรวจยังพบว่า อัตราเงินเฟ้อ ทั้งในส่วนของราคาปัจจัยการผลิตและผลผลิต มีการชะลอตัวลงและความเชื่อมั่นของผู้ผลิตต่อแนวโน้มธุรกิจในเดือน ก.ย. ยังคงอยู่ในระดับต่ำ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 143.38-144.68 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 144.25/26 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญในวันนี้ ได้แก่ ราคาบ้านเดือน ก.ค. จากเอสแอนด์พี/เคส-ชิลเลอร์ และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดืนอ ก.ย.จาก Conference Board
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.4/-7.2 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -6.0/-5.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ