“ทอมมี่ เตชะอุบล” ซีอีโอคันทรี่ กรุ๊ปฯ แจ้งบริษัทได้ขายหุ้น บลจ.MFC เกลี้ยงพอร์ต 24.96% ให้กับ “โอปุส-ชาร์เตอร์ด อิชชูแอนเซสช์ แอส.อา.” บริษัทสัญชาติลักเซมเบิร์ก ด้าน ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบ โอปุส-ชาร์เตอร์ดฯ เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ตั้งแต่ 17 ก.ย. 67
วันที่ 25 กันยายน 2567 นายทอมมี่ เตชะอุบล กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คันทรี่ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ CGH รายงานตลาดหลักทรัพย์ฯว่า เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2567 บริษัทได้ดำเนินการขายหุ้นสามัญทั้งหมดในบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) (MFC) จำนวน 31,357,850 หุ้น หรือคือเป็น 24.96% ของหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของ MFC ให้แก่ OPUS-CHARTERED ISSUANCES S.A. (เป็นบริษัทสัญชาติลักเซมเบิร์ก) ซึ่งไม่มีความสัมพันธ์และไม่เป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกันกับบริษัท
ซึ่งการเข้าทำรายการในครั้งนี้ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 5/2567 เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2567 และจะส่งผลให้บริษัทไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นใน MFC อีกต่อไป
ด้าน บลจ.เอ็มเอฟซี ได้มีการประชุมคณะกรรมการ เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2567 เวลา 13.30 น. โดยที่ประชุมได้พิจารณารับทราบการเข้าทำสัญญาซื้อขายหุ้นของบริษัท ซึ่งได้ทำขึ้นเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2567 ระหว่างบริษัท คันทรี่ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (CGH) ในฐานะผู้ขาย และบริษัท โอปุส-ชาร์เตอร์ด อิชชูแอนเซสช์ แอส.อา. จำกัด (มหาชน) (ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า “OPUS CHARTERED ISSUANCES S.A.”) (“OPUS”) ในฐานะผู้ซื้อ เพื่อซื้อขายหุ้นสามัญของบริษัท จำนวน 31,357,850 หุ้น หรือคิดเป็น 24.96% ของหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัท
ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องการกำหนดเงื่อนไขให้บริษัทหลักทรัพย์ต้องขอความเห็นชอบบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ บริษัทจึงได้ยื่นขอรับความเห็นชอบบุคคลที่เป็นหรือจะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2567 และสำนักงาน ก.ล.ต. ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบ บริษัท โอปุส-ชาร์เตอร์ด อิชชูแอนเซสช์ แอส.อา. จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท ตั้งแต่วันที่ 17 กันยายน 2567 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท ไม่มีผลกระทบต่อการบริหารงานและโครงสร้างการจัดการของบริษัทแต่อย่างใด นอกจากนั้นภายหลังการได้มาซึ่งหุ้นสามัญในบริษัทของ OPUS ยังไม่ทำให้ OPUS มีหน้าที่ต้องทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดในบริษัท (Mandatory Tender Offer) เนื่องจากการได้มาซึ่งหุ้นดังกล่าวข้างต้น ยังไม่ข้ามจุดที่ต้องทำคำเสนอซื้อทั้งหมดของกิจการตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน