เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
Automotive GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
Columns เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
Real Estate ‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
Finance หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ข่าวในพระราชสำนัก สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
Politics ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
Business ‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
Politics นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
Finance คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
ดูทั้งหมด

สว.ลงมติกฎหมายประชามติ 30 ก.ย.ฟื้นเสียงข้างมาก 2 ชั้น ส่อลาก 6 เดือน

27 ก.ย. 2567 | 12:04น.
แก้รัฐธรรมนูญ

วุฒิสภานัดลงมติ ร่างกฎหมายประชามติ ฟื้นเสียงข้างมาก 2 ชั้น หากไฟเขียว ต้องตั้งกรรมาธิการร่วม-ถูกแขวนอย่างน้อย 6 เดือน

วันที่ 27 กันยายน 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานจากวุฒิสภาว่า นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ได้นัดประชุมวุฒิสภาวันที่ 30 กันยายน โดยมีวาระพิจารณาเรื่องด่วน คือ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่…) พ.ศ. … ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ ที่มี พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว. เป็นประธาน กมธ. พิจารณาเสร็จแล้ว

ทั้งนี้ สำหรับสาระสำคัญของรายงานที่ กมธ.เสนอต่อที่ประชุม พบว่ามีการแก้ไขเพียง 1 มาตรา คือ ในมาตรา 7 โดยแก้ไขมาตรา 13 ว่าด้วยเกณฑ์การผ่านประชามติ โดย กมธ.ได้แก้เพิ่มเติมไปจากบทบัญญัติที่สภาเห็นชอบ โดยได้เติมข้อความในวรรคสอง

กำหนดให้การทำประชามติเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ต้องมีผู้มาใช้สิทธิออกเสียงเป็นจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิออกเสียง และมีจำนวนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของผู้ออกมาใช้สิทธิออกเสียงในเรื่องที่ทำประชามตินั้น ซึ่งแปลความได้ว่า ต้องใช้เสียงข้างมาก 2 ชั้น หากเป็นกรณีที่ทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ขณะที่เรื่องทั่วไปนั้น กมธ.ยังคงหลักเกณฑ์ใช้เสียงข้างมากชั้นเดียว คือ เสียงข้างมากของผู้ออกมาออกเสียง และเสียงข้างมากนั้นต้องสูงกว่าคะแนนไม่แสดงความคิดเห็นเรื่องที่ทำประชามติ

ทั้งนี้ ในรายงานดังกล่าวต่อการแก้ไขมาตรา 7 ยังพบว่ามี กมธ.เสียงข้างน้อยที่ขอสงวนความเห็น ได้แก่ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. นายกฤช เอื้อวงศ์ นายนิกร จำนง นายวุฒิสาร ตันไชย และ น.ส.อุดมลักษณ์ บุญสว่าง ซึ่งเป็น กมธ.ในโควตาของรัฐบาล นอกจากนั้น

ในรายงานยังระบุถึงข้อสังเกตของ กมธ.ด้วยว่า 1.ในการกำหนดระยะเวลาออกเสียงนอกราชอาณาจักร ควรเผื่อระยะเวลา เพราะแต่ละประเทศมีองค์ประกอบและปัจจัยแวดล้อมที่แตกต่างกัน ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการจัดส่งบัตรเลือกตั้งและบัตรออกเสียงประชามติ ที่พบว่าในอดีตมีความล่าช้าจากหลายปัจจัย

2.การประชาสัมพันธ์เพื่อให้รอบคอบ ครบถ้วน โปร่งใส ตรวจสอบได้และเป็นธรรม รวมถึงให้ประชาชนเข้าใจและตระหนักความสำคัญของการออกเสียงประชามติ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ควรจัดเวทีแสดงความคิดเห็นโดยอิสระเท่าเทียมทั้งผู้เห็นชอบและไม่เห็นชอบ ต้องอำนวยความสะดวกด้านอื่นให้ประชาชนทุกคนเข้าร่วมใช้สิทธิเต็มที่ นอกจากเผยแพร่วัน เวลาและสถานที่ใช้สิทธิเท่านั้น และให้ความสำคัญกับการให้ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องที่มีการออกเสียงประชามติ,

3.การออกเสียงลงคะแนนด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ต้องสร้างระบบให้มีความน่าเชื่อถือ และดำเนินการได้ภายในวันเดียวกัน หรือควบคู่กันเพื่อประหยัดงบประมาณ โดย กกต.ต้องบูรณาการร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และระบบดังกล่าวต้องป้องกันการทุจริตได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ 4.การตั้งประเด็นคำถาม ควรมีถ้อยคำชัดเจนเพียงพอให้ผู้มาออกเสียงเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ป้องกันปัญหาการตีความ ทั้งนี้หากคำถามประชามติเป็นคำถามเชิงซ้อน ควรใช้การออกเสียงแบบแยกย่อยคำถามจนครบทุกประโยคเชิงซ้อนด้วย จึงจะถือว่ามีข้อยุติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากในวันที่ 30 กันยายน ที่ประชุมวุฒิสภา มีมติเห็นชอบตามเสียงข้างมากของ กมธ.ให้ปรับแก้ไขมาตรา 7 ของร่างกฎหมายดังกล่าว โดยให้กลับไปใช้คะแนนประชามติเสียงข้างมาก 2 ชั้น จะเท่ากับว่าเป็นการที่ สว.มีการแก้ไขเพิ่มเติมร่างกฎหมายของ สส.

จากนั้นต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 137 (3) เพื่อให้ที่ประชุม สส.เห็นชอบกับการแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าว แต่ถ้าที่ประชุมสภา สส.ไม่เห็นชอบ จะต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วม 2 สภา โดยจะต้องส่งคนนอกที่ไม่ใช่สมาชิกของสภานั้น ๆ มาเป็นองค์ประกอบในจำนวนที่เท่ากัน เพื่อมาร่วมพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง แล้วจึงเสนอให้ที่ประชุมทั้ง 2 สภา ถ้าสภาใดสภาหนึ่งไม่เห็นชอบให้ยับยั้งไว้ก่อน

และจะต้องยับยั้งกฎหมายดังกล่าวไว้เป็นเวลา 180 วัน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 138 จึงจะนำกฎหมายดังกล่าวมาพิจารณาใหม่ได้ โดยหากที่ประชุมสภา สส. ยืนยันตามร่างกฎหมายฉบับเดิมที่ผ่านการเห็นชอบของที่ประชุมสภา สส.ก็ให้ถือว่าได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมร่วม 2 สภา