“พิชัย” ไปแบงก์ชาติ จับตาถกปม “เงินบาทแข็งค่า-เงินเฟ้อต่ำเกินไป”
นายพิชัย ชุณหวชิร
“พิชัย” เดินทางไปกล่าวเปิดงาน “Your Data ข้อมูลคุณ คุณเลือกได้” 3 ต.ค.นี้ คาดถกประเด็นร้อน “เงินบาทแข็งค่า-กรอบเงินเฟ้อ”
วันที่ 28 กันยายน 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม 2567 เวลา 13.00 – 16.00 น. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จัดงาน “Your Data ข้อมูลคุณ คุณเลือกได้” โดยมีนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวเปิดงาน ณ ห้องภัทรรวมใจ อาคาร 2 ชั้น 2 ธปท. สำนักงานใหญ่
ทั้งนี้ การพบกันระหว่างรองนายกฯ และ รมว.คลัง กับ ผู้ว่าการ ธปท. ในครั้งนี้ คาดว่าจะมีการประชุมหารือทั้งเรื่องกรอบอัตราเงินเฟ้อ และ สถานการณ์ค่าเงินบาทที่แข็งค่ามากในช่วงนี้ด้วย
โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา นายพิชัย ให้สัมภาษณ์ว่า ค่าเงินบาทที่แข็งในขณะนี้มาจากปัจจัยภายนอกที่ธนาคารกลางสหรัฐที่มีดอกเบี้ยสูงในระยะเวลานาน มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงไปอย่างมีสาระสำคัญ และมีการส่งสัญญาณว่าจะลงต่อไปอีก 0.75% ซึ่งตลาดเชื่อว่าจะลงไปอีก
“การลงแบบนี้เม็ดเงินก็จะไหลออกจากพันธบัตรสหรัฐมาสู่ตลาดที่เป็นประเทศกำลังพัฒนาซึ่งการที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมา ถือว่าแข็งค่าเร็วกว่าประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค ทำให้ความสามารถแข่งขันเรื่องส่งออกของประเทศเรา เมื่อเทียบกับคู่ค้าแล้ว ถือว่าค่าเงินเราแข็งค่ากว่าคู่ค้า ไม่ว่าจะเทียบกับเงินหยวนของจีน เงินด่องของเวียดนาม เงินเยนของญี่ปุ่น รูเปียะห์ของอินโดนีเซีย และริงกิตของมาเลเซีย ค่าเงินเราแข็งมากกว่า ค่าเงินเราจึงเสียเปรียบ คนที่ดูแลเรื่องนี้ต้องจับไปเป็นปัจจัยว่าที่ค่าเงินเราแข็งค่ากว่าประเทศอื่น ๆ เพราะอะไร”
ขณะที่เงินเฟ้อนั้นจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัว ซึ่งหากกำหนดกรอบไว้ 1-3% แต่ยังต่ำกว่ากรอบ สะท้อนว่าเศรษฐกิจยังต่ำ เพราะเงินเฟ้อที่ต่ำเกินไปไม่จูงใจผู้ผลิตให้ขยายการผลิตมากขึ้น ซึ่งตนอยากเห็นการหารือร่วมกัน เพื่อให้การทำงานระหว่างนโยบายการคลัง และนโยบายการเงินเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยสถานการณ์เงินเฟ้อปัจจุบันยอมรับว่าต่ำกว่ากรอบล่างที่เคยตกลงระหว่างกระทรวงการคลังและ ธปท.ที่ 1-3% ซึ่งอัตราเงินเฟ้อที่เหมาะสมกับประเทศไทยควรจะอยู่ที่ประมาณ 2%.
“เรื่องกรอบเงินเฟ้อ ก็ถึงเวลาที่แบงก์ชาติกับกระทรวงการคลังต้องมานั่งคุยและตกลงกันว่าอัตราที่เหมาะสมคือเท่าไหร่ เนื่องจากในเรื่องการกำหนดกรอบเงินเฟ้อ ก็จะเกี่ยวข้องกับเรื่องการกำหนดดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งหากกำหนดเงินเฟ้อไว้เป็นกรอบระดับหนึ่ง แต่เงินเฟ้อยังต่ำกว่าเป้า ก็แสดงว่าเศรษฐกิจไม่ขึ้น ก็ต้องมาดูว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่เหมาะสมควรอยู่ที่เท่าไหร่ เพื่อให้เกิดความมั่นใจในทางเศรษฐกิจมากขึ้น”