ดอลลาร์แข็งค่า จับตา CPI คืนนี้ คาดในเดือนกันยายนจะปรับตัวขึ้น 2.3% ขณะที่นักลงทุนยังให้น้ำหนักถึง 81% ที่เฟดจะปรับลดดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมรอบเดือน พ.ย.
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 10 ตุลาคม 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ (10/10) ที่ระดับ 33.48/49 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (9/10) ที่ระดับ 33.4344 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
โดยดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่าเทียบเงินสกุลหลัก สอดคล้องกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีที่ดีดตัวขึ้นเหนือระดับ 4.07% หลังมีการเปิดเผยรายงานการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 17-18 ก.ย. ระบุว่า กรรมการเฟดส่วนใหญ่สนับสนุนการลดอัตราดอกเบี้ยลงมากถึง 0.50% โดยกรรมการเฟดมีความเห็นตรงกันว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้จะไม่ผูกมัดเฟดให้ต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอัตราใดเป็นพิเศษในอนาคต
ซึ่งข้อมูลล่าสุดจาก CME’s FedWatch บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 81% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือน พ.ย. และให้น้ำหนัก 19% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ ทั้งนี้ นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือน ก.ย.ของสหรัฐในวันนี้ (10/10) เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางดอกเบี้ยเฟด
โดยคาดการณ์ว่า ดัชนี CPI จะปรับตัวขึ้น 2.3% ในเดือน ก.ย. หลังจากเพิ่มขึ้น 2.5% ในเดือน ส.ค. และคาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงานจะปรับตัวขึ้น 3.2% ในเดือน ก.ย. หลังจากเพิ่มขึ้น 3.2% เช่นกันในเดือน ส.ค.
อย่างไรก็ตาม การแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐยังได้รับแรงหนุนจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากอิสราเอลได้โจมตีทางอากาศถล่มพื้นที่หลายจุดทั่วซีเรีย โดยการโจมตีที่เกิดขึ้นถือเป็นการยกระดับความรุนแรงของสถานการณ์ระลอกล่าสุด ซึ่งมีสิ่งปลูกสร้างหลายแห่งได้รับความเสียหายจากการโจมตีอย่างต่อเนื่อง
สำหรับปัจจัยในประเทศวันนี้ (10/10) นายกฯโชว์วิสัยทัศน์ บนเวทีอาเซียน ชู 3 ประเด็น หวังสร้างกินดีอยู่ดีของประชากรในภูมิภาค เน้นย้ำความสัมพันธ์อาเซียนเป็นรากฐานสำคัญของสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค ซึ่งยังมีศักยภาพอีกมากที่จะพัฒนาร่วมกันในการสร้างประโยชน์ร่วมกันระหว่างสมาชิกอาเซียนกับจีน ผ่านการส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์แบบรอบด้าน เพื่อความสันติภาพ ความมั่นคง ความเจริญรุ่งเรือง การพัฒนาที่ยั่งยืน และมิตรภาพ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด “บ้าน 5 หลัง” (Five Homes) ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง
และในช่วงบ่าย (10/10) นายวชิร คูณทวีเทพ ผู้อำนวยการสถาบันยุทธศาสตร์การค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผย ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย (TCC-CI) เดือน ก.ย. 67 ระหว่างวันที่ 23-27 ก.ย. 67 โดยดัชนีอยู่ที่ระดับ 49.4 ลดลงจากระดับ 50.5 ในเดือน ส.ค. 67 ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 และต่ำกว่าระดับ 50 นอกจากนี้ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า วิกฤตน้ำท่วมได้สร้างความเสียหายทางศรษฐกิจทั้งทางตรงและทางอ้อมไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท ทางด้าน ททท.จึงมีการเสนอให้รัฐบาลจัดทำโครงการ “เที่ยวคนละครึ่ง” โดยไม่ต้องรอปีหน้าเพื่อฟื้นฟูจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและเมืองน่าเที่ยว โดยระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 33.44-33.61 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 33.57/58 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (10/10) ที่ระดับ 1.0942/43 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (09/10) ที่ 1.0967/68 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ตามทิศทางการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ
แม้ว่าในช่วงบ่ายของวันนี้ (10/10) ทางสำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนีจะมีรายงานว่า ยอดค้าปลีกของเยอรมนีปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.6% ในเดือน ส.ค. เมื่อเทียบเป็นรายเดือน ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโต 1.5% ในเดือน ก.ค. อีกทั้งนักลงทุนคาดการณ์ว่า เฟดจะไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมากนัก เพราะข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาค่อนข้างแข็งแกร่ง โดยระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0927-1.0946 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0931/33 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้านี้ (10/10) ที่ระดับ 149.14/15 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (9/10) ที่ 148.57/58 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้เปิดเผย ดัชนีราคาสินค้าผู้ประกอบการ (CGPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดราคาสินค้าและบริการที่สั่งซื้อโดยบริษัทญี่ปุ่น พุ่งขึ้น 2.8% ในเดือน ก.ย. เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นอัตราที่เร่งตัวขึ้นจากเดือนก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจากการนำเข้าวัตถุดิบยังคงมีอยู่
ข้อมูลยังเผยว่า ดัชนีราคาสินค้านำเข้าที่คิดเป็นเงินเยนร่วงลง 2.6% ในเดือน ก.ย. ซึ่งเป็นการดิ่งลงครั้งแรกในรอบ 8 เดือน เป็นผลมาจากการที่รัฐบาลญี่ปุ่นเริ่มดำเนินนโยบายจำกัดค่าสาธารณูปโภคอีกครั้ง โดยระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 148.89-149.54 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 148.99/00 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (10/10), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (10/10), ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) (11/10), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภครัฐมิชิแกน (11/10), ดัชนีอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์จากรัฐมิชิแกน (11/10)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.1/-6.8 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -4.0/-3.2 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ