Decide interest
ในวันที่ 16 ต.ค. 2567 นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) อีกครั้ง เป็นรอบก่อนครั้งสุดท้ายที่จะเกิดขึ้นในเดือน ธ.ค. ซึ่งนับจากประชุมครั้งก่อนที่ กนง. มีมติ 6 ต่อ 1 เห็นควรให้คงดอกเบี้ยไว้ที่ 2.50% ก็ต้องมาดูว่า รอบนี้มีปัจจัยอะไรที่เปลี่ยนไปบ้าง
ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) กล่าวว่า รอบนี้ ต้องบอกว่าค่อนข้าง “เดายาก” ว่า กนง.จะคงดอกเบี้ยต่อ หรือลดดอกเบี้ย โดยหากมองจากปัจจัยต่าง ๆ ทางด้านเศรษฐศาสตร์ ส่วนตัวคิดว่า มีเหตุผลที่จะ“ลด” มากกว่า “ไม่ลด”

อย่างไรก็ดี เหตุผลที่ กนง.อาจจะยังไม่ลดดอกเบี้ยในรอบนี้ ก็คือ การสื่อสารของ กนง. รอบก่อน รวมถึงการออกมาพูดของ นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ออกมาแบบ “เสียงแข็งมาก” จึงเป็นไปได้มากว่า กนง. ไม่น่าจะ “หักปากกาเซียน” ในรอบนี้ เพราะจะเกิดการเซอร์ไพรส์ตลาด ขณะเดียวกัน รอบนี้ กนง.จะต้องปรับประมาณการเศรษฐกิจใหม่ด้วย ซึ่งคาดว่าจะปรับขึ้น เพราะต้องรวมผลจากการแจกเงิน 10,000 บาทเข้ามาด้วย จากรอบก่อนที่ยังไม่ได้รวม
“ดังนั้น ถ้า กนง.ปรับจีดีพีขึ้น ก็จะดูแปลก ถ้าจะลดดอกเบี้ย เพราะก่อนหน้านี้ ก็มองว่าการเติบโตของเศรษฐกิจกำลังเข้าสู่ภาวะปกติ เงินเฟ้อน่าจะกลับเข้าเป้า แล้วหนี้ครัวเรือนก็ยังเป็นประเด็น ซึ่งหากเขาอยากเก็บกระสุน ก็ไม่น่าจะลดดอกเบี้ยในรอบนี้ ยกเว้นแต่ตัวเลขเศรษฐกิจออกมาไม่ดี แต่ที่ดูก็ไม่มีตัวเลขไหนออกมาแย่ขนาดนั้น เพราะแย่มานานแล้ว ถ้าจะลด ก็ควรลดมานานแล้ว”
อย่างไรก็ดี ในส่วนเหตุผลที่มองว่า กนง.อาจจะลดดอกเบี้ยในรอบนี้ได้ ก็คือ แรงกดดันจากรัฐบาล และสถานการณ์เงินบาทที่แข็งค่า ซึ่งค่าเงินบาทเป็นแรงกดดันที่ค่อนข้างหนัก ที่เพิ่มเข้ามานอกเหนือจากแรงกดดันก่อนหน้านี้ ที่ตัวเลขความต้องการภายในประเทศไม่ดี การเติบโตชะลอตัว หนี้เสียที่พุ่งขึ้น
“เหตุผลใหม่มี 2 ข้อ ที่อาจจะทำให้ กนง.ลดดอกเบี้ย แต่เหตุผลที่จะทำให้ กนง.ยังไม่ลด ก็ยังมี ดังนั้นเดาว่า น่าจะไปลดตอนเดือน ธ.ค.มากกว่า คือ พอเห็นผลจากการแจกเงินแล้ว แต่ตัวเลขเศรษฐกิจไม่ได้ดีขึ้นมากนัก ก็อาจจะลดดอกเบี้ยได้ตอนนั้น”
ขณะที่ นายบุรินทร์ อดุลวัฒนะ กรรมการผู้จัดการ และ Chief Economist บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ศูนย์วิจัยคาดว่า กนง.จะคงดอกเบี้ยนโยบาย แต่จะมีการส่งสัญญาณเปิดทางในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในรอบการประชุมครั้งสุดท้ายในเดือน ธ.ค. หลังจากการประชุมรอบก่อน เริ่มมีการพูดว่า กนง. “ไม่ได้ปิดโอกาส” ในการลดดอกเบี้ย หากสถานการณ์หรือข้อมูลทางเศรษฐกิจปรับเปลี่ยนไป

“เหตุที่ กนง.จะยังคงดอกเบี้ยในรอบนี้ เป็นเรื่องของภาพเศรษฐกิจที่ กนง.มองว่าขยายตัว 2.6% ส่วนเงินบาทที่แข็งค่า เป็นสิ่งที่ ธปท.ไม่สามารถบังคับได้ แม้ว่าจะปรับลดดอกเบี้ยก็มีผลค่อนข้างน้อย อย่างไรก็ดี เงินบาทที่ปรับแข็งค่า 1% จะกระทบต่อผู้ส่งออกราว 1 แสนล้านบาท นอกจากนี้ เงินเฟ้อที่ต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย 1-3% แม้ว่าในไตรมาส 4 นี้ เงินเฟ้อจะเข้ากรอบล่าง 1% แต่ทั้งปี 2567 ประเมินว่า เงินเฟ้อยังต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย ซึ่งศูนย์วิจัยปรับคาดการณ์เงินเฟ้อลงมาอยู่ที่ 0.5% จากเดิม 0.8%”
ขณะที่ปัจจัยที่จะเห็น กนง.ปรับโทนและส่งสัญญาณเข้าสู่การลดดอกเบี้ย จะเป็นเรื่องของภาพรวมเศรษฐกิจไทย แม้ว่าการเติบโตในช่วงครึ่งหลังของปีจะขยายตัวได้ดีกว่าครึ่งปีแรก 2567 แต่มีความเสี่ยงสูงขึ้น และหากเศรษฐกิจส่งสัญญาณแผ่วและโตต่ำกว่าศักยภาพ ทำให้ดอกเบี้ยในระดับ 2.50% ต่อปี อาจจะไม่ได้เหมาะสมต่อไป รวมถึงมีปัจจัยทางด้านภาวะการเงินตึงตัวเข้ามา ทำให้ กนง.อาจจะไม่สามารถปฏิเสธการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายได้
“การประชุมรอบนี้จะมีการทบทวนตัวเลขเศรษฐกิจต่าง ๆ เพื่อปูทางไปสู่โอกาสการลดดอกเบี้ยมากขึ้น เพราะเริ่มมีปัจจัยกดดัน และดอกเบี้ย R Star หรือ Neutral Rate ที่ 2.50 % เริ่มอาจไม่เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจ ขณะที่เงินบาทที่แข็งค่า จะทำให้ ธปท.เริ่มเสียงอ่อนลง เพราะกระทบผู้ส่งออกที่เป็นกลุ่มสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจ” นายบุรินทร์กล่าว