IMF คาดหนี้สาธารณะทั่วโลกจะแตะ 100 ล้านล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็น 93% ของจีดีพีโลก ภายในสิ้นปี 2024 นี้ ทั้งยังเตือนให้รัฐบาลแต่ละประเทศควบคุมระดับหนี้อย่างจริงจัง
วันที่ 15 ตุลาคม 2024 กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund) หรือ IMF วิเคราะห์ว่า ยอดหนี้สาธารณะทั่วโลกมีแนวโน้มสูงถึง 100 ล้านล้านดอลลาร์ หรือ 93% ของจีดีพีทั่วโลก ภายในสิ้นปี 2024 นี้ โดยมีแรงขับเคลื่อนจากการเพิ่มขึ้นของหนี้สาธารณะของสหรัฐและจีนเป็นหลัก
จากรายงานติดตามทางการคลัง (Fiscal Monitor) ล่าสุดของ IMF ซึ่งแสดงภาพรวมของการพัฒนาการ คลังสาธารณะระดับโลก IMF คาดว่าหนี้สาธารณะจะเข้าใกล้ระดับ 100% ของจีดีพีภายในปี 2030 นี้ ทั้งยังเตือนว่า รัฐบาลของประเทศต่าง ๆ จำเป็นต้องเผชิญหน้ากับการตัดสินใจที่ยากลำบากเพื่อที่จะคงระดับหนี้สาธารณะไม่ให้สูงขึ้น
IMF เรียกร้องให้สหรัฐอเมริกา บราซิล ฝรั่งเศส อิตาลี แอฟริกาใต้ และสหราชอาณาจักร ควบคุมหนี้ เนื่องจากหนี้สาธารณะของประเทศเหล่านี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดย IMF ระบุว่า การรอคอยไม่แก้ปัญหาหนี้นั้นมีความเสี่ยง และประสบการณ์จากหลายประเทศแสดงให้เห็นแล้วว่า หนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับสูงนั้นสามารถกระตุ้นให้ตลาดเกิดปฏิกิริยาเชิงลบได้ และทำให้การปรับโยกงบประมาณในการรับมือกับผลกระทบเชิงลบนั้นทำได้ยากขึ้น
IMF บอกว่า ความเสี่ยงของแนวโน้มหนี้มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจากมีแรงจูงใจทางการเมืองน้อยมากในการที่จะตัดลดการใช้จ่ายของรัฐ ท่ามกลางแรงกดดันในการลงทุนด้านพลังงานสะอาด การช่วยเหลือประชากรสูงวัย และเสริมความมั่นคง
ประเทศที่ไม่สามารถรักษาระดับหนี้ให้คงที่ได้จะมีหนี้รวมกันมากกว่าครึ่งหนึ่งของหนี้สาธารณะทั่วโลก และคิดเป็นประมาณ 2 ใน 3 ของจีพีดีทั่วโลก
เมื่อพิจารณาสัดส่วนมูลค่าหนี้สินต่อการผิดนัดชำระหนี้ (debt at risk) IMF คาดว่าระดับของหนี้ในอนาคต ภายใต้สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด (adverse scenario) อาจแตะระดับ 115% ของจีดีพีภายใน 3 ปี สูงกว่าคาดการณ์กรณีฐานหรือสถานการณ์ปกติเกือบ 20 จุดเปอร์เซ็นต์
แม้ว่าระดับหนี้สาธารณะของประเทศที่เศรษฐกิจพัฒนาแล้วได้ลดลงจากจุดสูงสุดในช่วงโควิด-19 ลงมาอยู่ที่ประมาณ 134% ของจีดีพี ทว่าหนี้ของประเทศเศรษฐกิจกำลังพัฒนาและประเทศตลาดเกิดใหม่กลับเพิ่มขึ้นเป็น 88% ของจีดีพี
นอกจากนั้น IMF ระบุว่า แม้ว่าภาวะเงินเฟ้อที่กำลังชะลอตัวลง และอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ลดลง จะทำให้รัฐบาลมีช่องทางในการจัดระเบียบการคลังมากขึ้น แต่แผนการปรับปรุงงบประมาณของประเทศต่าง ๆ ในปัจจุบัน ยังขาดสิ่งที่จำเป็นต้องทำเพื่อที่จะให้มั่นใจได้ว่า มีความน่าจะเป็นในระดับสูงที่จะคงระดับหนี้ไม่ให้เพิ่มขึ้นหรือลดหนี้ลงได้