Skip to content

“ธนินท์” ชงรัฐบาลอิ๊งค์ ร่วมมือจีนบุกตลาดโลก หนุนใช้พลังงานนิวเคลียร์

19 ต.ค. 2567 | 07:02น.
“ธนินท์” ชงรัฐบาลอิ๊งค์ ร่วมมือจีนบุกตลาดโลก หนุนใช้พลังงานนิวเคลียร์

“ธนินท์” มองโอกาสการลงทุนไทย-จีนยังมีอีกมาก แนะใช้วิธีร่วมทุนกับจีนผลิตสินค้าส่งออกอเมริกา เลี่ยงถูกกีดกัน ชี้ปัจจัยสำคัญต้องพลังงานถูก-สะอาด ถึงจะแข่งขันได้ ต้องพึ่งนิวเคลียร์ เร่งหาข้อสรุปพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชาขุดก๊าซมาใช้ ชมรัฐบาลชุดนี้มาถูกเวลา มั่นใจผลักดันไทยขึ้นเป็นศูนย์กลางการเงินของโลกแทนที่สิงคโปร์-ฮ่องกง

นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซี.พี.) กล่าวในการเสวนาพิเศษ หัวข้อ “การส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการค้าการลงทุน ไทย-จีนที่ยั่งยืน” ในโอกาสปิดหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านองค์ความรู้และความร่วมมือธุรกิจจีน (TEPCIAN) รุ่นที่ 4 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา ว่าในปัจจุบันโลกมีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วมาก มีความปั่นป่วน ผันผวนสูง ไม่ใช่แค่เรื่องของสภาพดินฟ้าอากาศ แต่รวมไปถึงเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ หรือแม้กระทั่งการทหาร

“ช่วงที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทย รวมถึงประเทศในอาเซียนมีการเติบโตดี ซึ่งเครือ ซี.พี.ก็ได้รับอานิสงส์เติบโตไปด้วย นโยบายของ ซี.พี.มีความชัดเจนว่าเข้าไปอยู่ในประเทศไหนก็ต้องตอบแทนประเทศนั้น เวลาเข้าไปลงทุน คนในประเทศนั้นก็ต้องได้ประโยชน์ ซี.พี.ก็จะได้ประโยชน์ไปด้วย ไม่งั้นคนจะตกใจได้ว่าเราใหญ่ได้อย่างไร เหมือนอย่างการเข้าไปลงทุนที่จีน ซี.พี.เข้าไปเมื่อ 40-50 ปีก่อนตั้งแต่ยังเป็นตัวเล็ก ๆ สมัยนั้นเราใหญ่มาก ยิ่งกว่ามหาเศรษฐี เพราะจีนไม่มีอะไรเลย ไม่มีการลงทุนจากต่างประเทศ ผิดกับตอนนี้ที่จีนมีมหาเศรษฐีมากมาย มีรถไฟฟ้าความเร็วสูง บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไปมากจนจำไม่ได้”

นายธนินท์กล่าวว่า การลงทุนในจีนยังเต็มไปด้วยโอกาส มีข้อมูลมากมายที่เป็นประโยชน์ ขอเพียงรู้จักนำมาใช้ ผมได้เจอนักธุรกิจจีนรุ่นหนุ่มคนนึง อายุแค่ 30 กว่า แต่สามารถยิงจรวดไปอวกาศได้สำเร็จ เรียกว่าเป็นอีลอน มัสก์ ของจีน สามารถยิงจรวดขึ้นฟ้าได้ในราคาถูกกว่ารัฐบาลจีน 3 เท่า แต่ถ้าเทียบกับอีลอน มัสก์ อาจจะยังสูงกว่า เพราะอเมริกาได้ชื่อว่ามีต้นทุนการยิงจรวดต่ำที่สุด แต่ก็ไม่แน่ว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าเทคโนโลยีจะสามารถพัฒนาให้เทียบเท่าอเมริกาได้

“เทคโนโลยีเอไอที่เข้ามา ผมเชื่อว่าจะไม่ทำให้คนต้องตกงาน เพราะจะมีธุรกิจใหม่ ๆ เกิดขึ้นอีกมาก ข้อมูลที่มีมากจะต้องให้เอไอเข้ามาช่วยคนในการพัฒนา จะมีสตาร์ตอัพเกิดขึ้นอีกมากมาย”

มั่นใจไทยขึ้นเป็น ศก.การเงินโลก

นายธนินท์กล่าวว่า ธุรกิจในยุคใหม่จะต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว เช่น ค้าปลีกต่อไปจะไม่แข่งขันกันที่ราคาอีกแล้ว เพราะเอไอจะทำให้คนซื้อค้นหาสินค้าราคาถูกได้ง่ายแค่คลิกเดียว ดังนั้น ผู้ผลิตจะต้องหันไปแข่งขันกันผลิตสินค้าให้ได้ต้นทุนที่ต่ำที่สุด โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ซึ่งหนีไม่พ้นการแข่งขันกันลดต้นทุนด้านพลังงาน โลจิสติกส์ และใช้เครื่องจักรในการผลิต ดังนั้น ไทยต้องเร่งพัฒนาคน พัฒนาเทคโนโลยีให้ทันโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง เราถึงจะเป็นผู้ชนะ

“ผมมองว่ารัฐบาลชุดนี้มาถูกเวลามาก เพราะเป็นช่วงที่ไทยต้องการการเปลี่ยนแปลง ต้องยอมรับว่าคุณทักษิณ (ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี) เป็นคนที่มีความรู้ ความสามารถ เข้าใจโลกที่เปลี่ยนแปลง และรัฐบาลชุดนี้จะสามารถผลักดันไทยให้เป็นศูนย์กลางทางการเงินได้สำเร็จ ผมรู้มาว่ารัฐบาลมีการเตรียมแล้ว คุณทักษิณรู้จักดูไบเป็นอย่างดี และดูไบเป็นศูนย์การเงินแทนที่สิงคโปร์ ดังนั้น คุณทักษิณจะรู้วิธีทำอย่างไรให้ไทยเป็นศูนย์กลางการเงินโลก ผมมีความเชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้จะมีโอกาสผลักดันให้เกิดขึ้นได้ และขอให้มีการแก้กฎหมายให้เอื้ออำนวย”

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยผลักดันการพัฒนาประเทศ คือเรื่องคน ซึ่งเราควรใช้วิธีการดึงบุคลากรเก่ง ๆ จากทั่วโลกให้มาอยู่เมืองไทย มาให้สัญชาติไทย เป็นสิ่งที่ประเทศไทยควรที่จะให้ความสำคัญ เพราะประชากรคนไทยในอนาคตลดจำนวนลงทุกปี ปัจจุบันต่ำกว่า 70 ล้านคน เนื่องจากประชากรเกิดใหม่ลดลง แต่หากเทียบกับประเทศอินเดีย ซึ่งมีประชากรใหม่เกิดขึ้นเรื่อย ๆ หากมองประชากรเกิดใหม่ต่อปีเฉลี่ยอยู่ที่ 27 ล้านคน ส่วนประเทศจีน มองว่าในอนาคต 50-60 ปีข้างหน้ามีโอกาสลดลงมากกว่าครึ่ง จากปัจจุบันประชากรที่มีอยู่ประมาณ 1,400 ล้านคน อาจเหลือแค่ประมาณ 700 ล้านคน ดังนั้น เป็นสิ่งที่มองว่าประเทศไทยควรที่จะดึงคนเก่ง ๆ จากทั่วโลกเข้ามาลงทุนและพัฒนาประเทศ โดยไทยจะต้องเรียนรู้จากเขา ไม่อยากให้มองว่าการเช่าที่ดิน 90 ปีเป็นอุปสรรค หรือการเอื้อต่างชาติเกินไป โดยเราจำเป็นที่จะต้องคัดเลือกคนที่เก่งเข้ามาด้วย พร้อมทั้งให้สิทธิประโยชน์เพื่อดึงดูด

หนุนพลังงานนิวเคลียร์

นายธนินท์กล่าวว่า เพื่อให้มีการดึงดูดการค้า การลงทุน สิ่งที่ประเทศไทยจะต้องให้ความสำคัญและเตรียมรับมือคือ เรื่องของพลังงาน การใช้ไฟฟ้าที่จะเป็นจุดสำคัญในการดึงดูดนักลงทุนทั่วโลก และต้องทำให้ต้นทุนการใช้ไฟฟ้าของประเทศถูกลง เพราะปัจจุบันการดึงดูดการลงทุนได้ การใช้ไฟฟ้าด้วยพลังงานสะอาดเป็นจุดสำคัญ ซึ่งเราจะต้องมีการปรับเปลี่ยนและวางยุทธศาสตร์ให้ถูกต้อง อีกทั้งการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนาให้การผลิตสามารถใช้ไฟฟ้าได้น้อยลงด้วย

“ผมมองว่าพลังงานไฟฟ้าจากนิวเคลียร์เป็นพลังงานทางเลือกที่สำคัญ เพราะนิวเคลียร์เป็นพลังงานสะอาด และอีกเรื่องที่ผมยังไม่รู้ว่ารัฐบาลจะทำอย่างไร คือเรื่องพลังงานน้ำมันและก๊าซจากพื้นที่ทับซ้อนระหว่างไทยกับกัมพูชา ซึ่งจนถึงขณะนี้ก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้ โดยส่วนตัว ผมมองว่าการตกลงแบ่งผลประโยชน์แบบคนละครึ่งจะเกิดประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่มีค่าใช้จ่ายด้านพลังงานมหาศาลแบบทุกวันนี้ สิ่งที่ต้องกังวลคือ พลังงานตรงนั้นต้องรีบนำขึ้นมาใช้ ไม่เช่นนั้นในอีก 10 ปีข้างหน้าโลกจะเน้นใช้พลังงานสะอาด คนจะไม่ใช้ก๊าซกันแล้ว พลังงานตรงนั้นจะไร้ค่า

ตลาดจีนไม่เหมือนเดิม

ปัจจุบันการที่จะเข้าไปลงทุนในจีนไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะตั้งแต่หลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้จีนมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก มีหลายบริษัทเกิดขึ้น และเติบโตอย่างมากในจีน อย่างเช่น อาลีบาบา เทนเซ็นต์ เป็นต้น อีกทั้งคนจีนเป็นคนที่ชอบการเปลี่ยนแปลง ทำให้เกิดการเรียนรู้ ปรับตัว และพัฒนาได้รวดเร็ว ประกอบกับการไม่มีกฎหมายเป็นอุปสรรค เพราะแต่ก่อนจีนไม่ได้มีกฎหมายควบคุมการค้าการลงทุนมากมาย ไม่เหมือนเมืองไทยที่จนถึงทุกวันนี้ยังมีกฎหมายโบราณ อย่างเช่น กฎหมายอาชีพสงวนที่เก่าแก่ ไม่ทันต่อเหตุการณ์

ในอดีต ซี.พี.ถือเป็นเบอร์หนึ่งในจีนด้านการเลี้ยงไก่ เลี้ยงหมู แต่ปัจจุบันเราตกลงมาเป็นเบอร์ 3-4 แล้ว เพราะคนจีนมีการเรียนรู้และต่อยอดตลอดเวลา อย่างช่วงวิกฤตหมู จีนมีการทดลองใช้ 2 สายพันธุ์ผสมกัน ขณะที่ ซี.พี.ยังคงยึด 3 สายพันธุ์ ซึ่งแม้ว่าจะได้หมูคุณภาพดี แต่ในช่วงวิกฤตโรดระบาด ไม่สามารถผลิตหมูได้ทันเวลา เพราะมัวแต่กังวลเรื่องคุณภาพและชื่อเสียง ทำให้เสียโอกาสไป

แนะร่วมทุนจีนส่งออกอเมริกา

นายธนินท์กล่าวว่า หลายคนอาจคิดว่าจีนเป็นคู่แข่งกับคนไทย เพราะจีนส่งสินค้ามาขายคนไทย 70 ล้านคน แต่ถ้าเทียบกับไทยส่งสินค้าไปขายจีนที่มีประชากร 1,400 ล้านคน ถือว่าจีนเป็นโอกาส ดังนั้น นักธุรกิจไทยควรร่วมทุนทำธุรกิจกับจีน ดึงเข้ามาผลิตในไทย เพื่อส่งออกไปขายที่จีน หรือส่งออกไปขายประเทศแถบยุโรป อเมริกา เพราะถ้าผลิตจากจีนจะถูกกีดกัน แต่ถ้าผลิตจากไทย จะช่วยให้สินค้ามีราคาถูกลง 3 เท่า ถือเป็นโอกาสของคนไทย เพราะการผลิตจะเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจยุคใหม่ การร่วมทุนจะช่วยให้คนไทยได้ประโยชน์ ไม่ต้องเสียเวลานับหนึ่ง แค่ใช้วิธีเอาของเขามาใช้ได้เลย เราต้องคิดเสมอว่าวิกฤตที่เกิดขึ้นจะตามมาด้วยโอกาส

“ตั้งแต่ผมไปลงทุนในจีน และ 4 ปีที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสเดินทางไปจีนช่วงหลังโควิด จากที่ไม่ได้ไปมา 4 ปี ได้เห็นการเปลี่ยนแปลง และได้มีโอกาสพูดคุยกับคนรุ่นใหม่ ทำให้เห็นว่าจีนมีการพัฒนาและก้าวล้ำไปอย่างมาก มีการเติบโตด้านการศึกษา มีรถไฟความเร็วสูง มีเทคโนโลยีเอไอ จะเกิดสตาร์ตอัพใหม่ ๆ นักธุรกิจใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นอีกมาก ผมมองว่าจีนยังเป็นโอกาสสำคัญที่จะเข้าไปลงทุน ร่วมทุนกับคนจีน แม้ปัจจุบันจีนจะมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระดับ 4-5% ต่อปี จากอดีตที่โต 20% แต่ฐานที่กว้างขึ้น ประชากรที่มากขึ้น อย่างบางมณฑลมีประชากรมากกว่าประเทศไทยเสียอีก ดังนั้น ถือว่าเป็นตัวเลขเติบโตที่ 4-5% ไม่น้อยเลย”

นอกจากนี้ ประเทศอินเดียในช่วงที่ผ่านมาถือว่ามีความน่าสนใจ อินเดียมีการเติบโตสูง มีคนเก่งเยอะ มีประชากรเยอะ ขณะเดียวกัน ที่ผ่านมาก็มีจำนวนคนรวยเพิ่มขึ้นด้วย ถือเป็นโอกาสและช่องทางในการค้าขาย