ท่องเที่ยวตั้งรับปัจจัยลบ มั่นใจปั๊มรายได้ปีนี้ได้ถึง 3.4 ล้านล้าน
แม้ว่าการท่องเที่ยวไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2567 จะเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมในบางพื้นที่ แต่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง
“ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์” ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บอกว่า แม้จะเผชิญกับสถานการณ์ท้าทายหลายประการ แต่ภาคการท่องเที่ยวไทยยังคงแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2567 นี้

โดยขณะนี้ ททท.ยังคงตั้งเป้าหมายที่สูงขึ้น เพื่อให้ถึงเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ตั้งไว้ 36.7 ล้านคน โดยจะดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เพิ่มขึ้นอีก 20% เมื่อเทียบกับปี 2566 ทำให้คาดการณ์ว่าปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยถึง 39 ล้านคน สร้างรายได้ 2.232 ล้านล้านบาท และนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทย 205 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ 1.170 ล้านล้านบาท รวมเป็นรายได้จากการท่องเที่ยว 3.402 ล้านล้านบาท
ธุรกิจการบินฟื้นตัวชัดเจน
“ฐาปนีย์” บอกด้วยว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมการบินได้ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว มีสายการบินทั้งรายใหม่และรายเดิมกลับมาเปิดเส้นทางบินมายังประเทศไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเส้นทางบินตรงจากยุโรปและเอเชียใต้
ส่วนตลาดระยะใกล้ อินเดียก็เป็นอีกหนึ่งตลาดที่น่าจับตา โดยมีจำนวนเที่ยวบินเพิ่มขึ้นจากหลายเมือง ทั้งโกลกาตาและอาห์มาดาบัด สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยของชาวอินเดียที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
และนอกจากจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นแล้ว ราคาตั๋วเครื่องบินก็ยังอยู่ในระดับที่สมเหตุสมผล ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ตัดสินใจเดินทางมาเที่ยวไทย ซึ่งส่งผลดีต่อภาคการท่องเที่ยวของไทยอย่างมาก โดยคาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายพื้นที่ และสร้างรายได้เข้าประเทศได้มหาศาล
“เราเห็นการฟื้นตัวของเที่ยวบินอย่างชัดเจน โดยเฉพาะสายการบินจากเยอรมนีที่เดิมเน้นการบินแบบเช่าเหมาลำ แต่ปัจจุบันได้ขยายมาเป็นเที่ยวบินพาณิชย์มากขึ้น ขณะเดียวกัน ตลาดออสเตรเลียก็มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะเส้นทางบินไปยังภูเก็ต กระบี่ และพังงา ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีของการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวในภาคใต้”
พร้อมย้ำว่า การฟื้นตัวของภาคการบินในครั้งนี้เป็นสัญญาณที่ดีที่บ่งบอกว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยกำลังกลับมาฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง และมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต
รัฐบาลดึงนักลงทุนหนุนท่องเที่ยว
ขณะเดียวกัน ททท.ยังคงเดินหน้าส่งเสริมการตลาดและประชาสัมพันธ์ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เดินทางมาเยือนประเทศไทยต่อเนื่องเช่นกัน โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์การท่องเที่ยวที่แตกต่างและมีคุณค่า
ขณะที่รัฐบาลก็ได้ให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เพื่อสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ
โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (สรวงศ์ เทียนทอง) ได้ให้แนวทางในการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติที่มุ่งเน้นเรื่องการจัดกิจกรรมระดับโลก เช่น การแข่งขันฟอร์มูล่าวัน การสร้างเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ และการจัดงานอีเวนต์ขนาดใหญ่ ซึ่งจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักลงทุนจากทั่วโลกให้เข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น
“การลงทุนในโครงการขนาดใหญ่เหล่านี้จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภาคการท่องเที่ยว และกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในภาคส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องตามมา เช่น โรงแรม ร้านอาหาร และกิจกรรมท่องเที่ยวต่าง ๆ”
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ จังหวัดบุรีรัมย์ที่ได้จัดการแข่งขันโมโตจีพีอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้มีนักลงทุนเข้ามาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวมากขึ้น
ทั้งนี้ ททท. จะมุ่งเน้นการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักลงทุน และดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเยือนประเทศไทยมากขึ้น โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวหลัก ๆ ทั่วประเทศ
โดยมีเป้าหมายคือ การทำให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญในระดับโลก และสร้างรายได้เข้าประเทศอย่างมหาศาล ซึ่งการผลักดันนโยบายดังกล่าวจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยในระยะยาว โดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยวซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของประเทศ

ตั้งรับปัจจัยลบรอบทิศ
อย่างไรก็ตาม ภาคการท่องเที่ยวไทยยังคงเผชิญกับความท้าทายหลายประการ เช่น การแข็งค่าของเงินบาท ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติ สถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลก และภัยธรรมชาติต่าง ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว
ดังนั้น เพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ ททท.ได้วางแผนกลยุทธ์ในการบริหารจัดการ ได้แก่ กระจายตลาด โดยเจาะตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ เช่น กลุ่มแม่บ้านที่ทำงาน กลุ่มครอบครัว และกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง
รวมทั้งพัฒนาผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวโดยเน้นการสร้างสรรค์กิจกรรมและเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวที่หลากหลาย พร้อมส่งเสริมการตลาด ทำการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ตลอดจนร่วมมือกับภาคเอกชนในการสนับสนุนการลงทุนในภาคการท่องเที่ยว เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยว
โดยเป้าหมายของ ททท.คือการทำให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ควบคู่ไปกับความยั่งยืน โดยจะมุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้นักท่องเที่ยว และกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น ซึ่งการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวไทยถือเป็นสัญญาณที่ดีของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ
ต่างชาติเข้าไทยสะสม 27.2 ล้านคน
“ฐาปนีย์” ย้ำอีกว่า ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยจากรายงานของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-13 ตุลาคม 2567 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยสะสมแล้วกว่า 27,218,869 คน สร้างรายได้เข้าประเทศกว่า 1,270,462 ล้านบาท
โดย 5 อันดับประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาไทยมากที่สุด ได้แก่ จีน, มาเลเซีย, อินเดีย, เกาหลีใต้ และรัสเซีย ตามลำดับ สะท้อนถึงความสำเร็จของภาคการท่องเที่ยวไทยในการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19
นับเป็นสัญญาณที่ดีต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ รวมถึงการจ้างงานและสร้างรายได้ให้กับประชาชนคนไทย