เทศบาลนครภูเก็ต เปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็น โครงการให้เอกชนร่วมลงทุน จ้างเอกชนผลิตน้ำประปา และบริหารจัดการน้ำดิบ พร้อมยืนยัน ค่าบริการน้ำต้องไม่กระทบประชาชน
วันที่ 21 ตุลาคม 2567 เทศบาลนครภูเก็ต จัดการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโครงการให้เอกชนร่วมลงทุน งานจ้างเอกชนผลิตน้ำประปาและบริหารจัดการน้ำดิบ พื้นที่เทศบาลนครภูเก็ต โดยนายสาโรจน์ อังคณาพิลาส นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต เป็นประธานเปิดการประชุมฯ นายศุภโชค ละอองเพชร รองนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต คณะผู้บริหารเทศบาลนครภูเก็ต นายวัชระ องค์โชติยะกุล อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้นำชุมชน ประชาชนที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น 1 โรงแรมเพิร์ล อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต
นายสาโรจน์ กล่าวว่า เทศบาลนครภูเก็ตมีนโยบายน้ำประปาสะอาดดื่มได้ไม่ขาดแคลน ตอนนี้มีหลายโครงการที่เริ่มดำเนินการแล้ว โครงการดังกล่าวได้เตรียมรองรับทางเอกชน ให้เอกชนมาร่วมลงทุนการให้บริการน้ำประปา ที่เป็นโครงการในระยะยาว เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ขณะนี้เทศบาลนครภูเก็ต มีแพลนท์น้ำประปาหลายจุด แต่ยังขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญที่มาเป็นส่วนช่วยขับเคลื่อนนโยบายเหล่านี้
ขณะนี้โครงการที่เกี่ยวข้องกับน้ำประปา มีบางส่วนที่ได้ดำเนินการแล้ว ได้แก่ บริเวณถนนดำรง เป็นการทำน้ำประปาให้เป็นน้ำใส ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ในการทำให้น้ำประปาในพื้นที่ดื่มได้เป็นแพลนท์แรก ตอนนี้อยู่ระหว่างการเร่งปรับปรุงบ่อน้ำ คาดว่าเดือนหน้าจะแล้วเสร็จ นอกจากนี้ทางเทศบาลฯ พยายามปรับปรุงเส้นท่อตลอดทุกแนวให้ครอบคลุมทุกแพลนท์ แต่คาดว่าต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง

ในเรื่องของเอกชนที่จะร่วมลงทุนกับเทศบาลนครภูเก็ต ตอนนี้เราไม่ได้ระบุว่าจะเป็นรายใด คงต้องมีการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยุติธรรมตรงไปตรงมา มีการวางกรอบ วางกฎเกณฑ์ วางทีโออาร์ ตามขั้นตอน คาดว่าจะมีเอกชนหลายรายให้ความสนใจ ทางเทศบาลนครภูเก็ต มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะเรื่องน้ำประปา แม้จะให้เอกชนมาร่วมลงทุนบริหารจัดการน้ำประปา แต่สิ่งสำคัญ ประชาชนต้องไม่เดือดร้อน ในการจัดเก็บค่าน้ำ ไม่ทำให้ประชาชนในพื้นที่ต้องจ่ายค่าน้ำแพง จึงเป็นนโยบายที่ต้องคุยกับภาคเอกชนให้ชัดเจน เพื่อยึดผลประโยชน์ของประชาชนให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้
ถึงแม้ว่าวันนี้จะเป็นเพียงการรับฟังความคิดเห็น อาจต้องใช้เวลาอีกนานนับปี กว่าจะได้มีโอกาสไปลงนามในสัญญา ประกาศจัดซื้อจัดจ้าง หรือการร่วมทุนต่าง ๆ เนื่องจากอำนาจทั้งหมดยังไม่ได้อยู่ในพื้นที่เทศบาลนครภูเก็ต จึงต้องอาศัยความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และการประปา ฯลฯ เพื่อยื่นเอกสารไปสู่ส่วนกลาง พิจารณาให้มีการลงทุนรูปแบบร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public – Private Partnership : PPP) “นายสาโรจน์กล่าว”
ด้านนายวัชระ องค์โชติยะกุล อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน กล่าวว่า จากการรวบรวมข้อมูล เทศบาลนครภูเก็ตมีพื้นที่รับผิดชอบรวม 12.562 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 7,851.25 ไร่ สภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบ ลำน้ำที่สำคัญไหลผ่านตอนกลางพื้นที่ คือ คลองบางใหญ่ มาจากน้ำตกกะทู้และเทือกเขาในเขตอำเภอกะทู้ ไหลผ่านตัวเมืองออกสู่ทะเล มียอดเขาที่สำคัญบริเวณใกล้เคียงพื้นที่ ได้แก่ เขารัง และ เขาโต๊ะแซะ
ส่วนในเขตเทศบาลนครภูเก็ตเป็นเมืองเก่า มีประชากรหนาแน่น เป็นย่านธุรกิจการค้า โรงแรม และสถานบันเทิง ถนนในเขตเทศบาลส่วนใหญ่ค่อนข้างเล็ก ทั้งสองข้างทางมีร้านค้ากว่า 90% จึงไม่สามารถขยายออกไปได้
ปัจจุบัน เทศบาลนครภูเก็ต มีการผลิตน้ำประปาเพื่อให้บริการประชาชน โดยมีระบบผลิตน้ำประปาจำนวน 3 แห่ง ประกอบด้วย
- ระบบผลิตน้ำประปาซอยพะเนียง กำลังการผลิต สูงสุด 7,200ลูกบาศก์เมตรต่อวัน กำลังการผลิตปัจจุบัน 5,500ลูกบาศก์เมตรต่อวัน โดยใช้น้ำจากขุมน้ำเทศบาล และอ่างเก็บน้ำบางวาดเป็นแหล่งน้ำต้นทุน
- ระบบผลิตน้ำประปา ถนนดำรง มีกำลังการผลิตสูงสุด 30,240 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน กำลังการผลิตปัจจุบัน 16,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน โดยใช้น้ำจากขุมน้ำวชิระและอ่างเก็บน้ำบางวาดเป็นแหล่งน้ำต้นทุน
- ระบบผลิตน้ำประปา เฉลิมพระเกียรติ กำลังการผลิตสูง สุด 3,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน กำลังการผลิตปัจจุบัน 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ใช้น้ำจากขุมน้ำสวนเฉลิมพระเกียรติเป็นแหล่งน้ำต้นทุน
โดยได้ศึกษาระบบจัดหาน้ำดิบจากขุมน้ำเทศบาล ขุมน้ำพะเนียง และขุมน้ำวิชระ จากการประเมินความต้องการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค จากคลองบางใหญ่มาใช้วันละ 250,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน

จากการรับฟังความคิดเห็นในวันนี้ พบว่า ประชาชนสนใจโครงการดังกล่าว ซึ่งทางจังหวัดจะต้องปรับปรุงเทคโนโลยีให้มีความพร้อม ส่วนค่าบริการน้ำประปาไม่ควรให้สูงขึ้นจนกระทบต่อประชาชน โครงการนี้ยังต้องใช้ระยะเวลาในการร่วมลงทุนระหว่างเทศบาลนครภูเก็ตกับเอกชน ด้านการทำสัญญาที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทางเทศบาลนครภูเก็ตต้องปฏิบัติตามขั้นตอนการดำเนินการร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ 2562 ใน รูปแบบ BOT, BTO, BOO ต้องมีความคุ้มทุน ระยะเวลาร่วมลงทุนถึง 20 ปี