Samart เผยมีงานตุนในมือมูลค่าเฉียด 2 หมื่นล้าน หน่วยธุรกิจบริหารสนามบินในกัมพูชาสดใส เตรียมลุยในลาวต่อ แย้มปีหน้าเปิดหน่วยธุรกิจใหม่พลังงานและสิ่งแวดล้อม
วันที่ 22 ตุลาคม 2567 นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกลยุทธ์องค์กร แเละ พัฒนาธุรกิจใหม่ บมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ภาพรวมการดำเนินธุรกิจในช่วง 9 เดือน มี Backlog ทั้งกลุ่มรวมเกือบ 1.4 หมื่นล้านบาท
“ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2567 จนถึงตลอดปี 2568 จะเป็นปีที่เหนื่อยที่สุดในรอบ 10 ปีของกลุ่มสามารถ แต่ก็จะเป็นช่วงที่ดีที่สุดเช่นกัน” โดยเฉพาะสายธุรกิจ ICT ที่มีผลงานโดดเด่นใน 3 ไตรมาส แต่ทว่ายังมีหลายโครงการที่ยังล่าช้าจากระบบประมาณภาครัฐที่ล่าช้า ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ และสำหรับไตรมาส 4 คาดว่าจะรับรู้รายได้และกำไรมากขึ้นกว่าทั้ง 3 ไตรมาสที่ผ่านมา

สายธุรกิจ Digital ICT Solutions หรือ SAMTEL
ในช่วงเดือนกันยายน SAMTEL มีการเซ็นสัญญาโครงการใหม่มูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท เช่น โครงการของการนิคมอุตสาหกรรมฯ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โรงพยาบาลสงฆ์ กรมที่ดิน เป็นต้น รวม Backlog ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 4,000 ล้านบาท ส่วนไตรมาส 4 จะเป็นไตรมาสที่มีการเซ็นสัญญาโครงการใหม่มากที่สุด มูลค่ารวมประมาณ 6,000 ล้านบาท เพราะเป็นช่วงที่หน่วยงานต่าง ๆ เริ่มใช้งบประมาณเต็มที่ เช่น Core Banking ของโครงการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และอื่น ๆ ทั้งนี้คาดว่าทั้งปีจะมีการเซ็นสัญญาโครงการใหม่รวมประมาณ 7,500 ล้านบาท
สายธุรกิจ Utilities & Transportations
โดยบริษัท สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ จำกัด (มหาชน) (SAV) ธุรกิจการค้าการให้บริการจัดการจราจรทางอากาศที่ประเทศกัมพูชา เฉพาะ 9 เดือนแรกปีงบประมาณ 2565 รายได้เติบโตขึ้น 7-8% รายได้เติบโตขึ้น 12% ใน 6 เดือนแรก การขนส่งสินค้าก็เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมค่อนข้างมาก โดยเติบโตมากถึง 85% ใน 2 ไตรมาสแรก YOY เป็นผลจากการที่รัฐบาลกัมพูชาออกแคมเปญเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เกิดเส้นทางการบินใหม่ รวมถึงมีการลงทุนเปิดสายการบินใหม่แถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ซึ่งจะสร้างโอกาสทางการท่องเที่ยวและการบินในช่วงไฮซีซั่น คือช่วงไตรมาสนี้แน่นอน
นายรัฐนันท์ วิไลลักษณ์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายพัฒนาธุรกิจและนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวด้วยว่า เส้นทางการบินจากฝั่งจีน ฮ่องกง ไต้หวัน เกาหลี และญี่ปุ่น ล้วนผ่านน่านฟ้าของประเทศลาว ส่งผลให้มีการบริหารและเก็บรายได้ได้เยอะมาก ในช่วงปี 2019 พวกเขารับรู้รายได้ส่วนนี้ราว 120 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งทางกลุ่มสามารถกำลังขยายการลงทุนของบริษัทจัดการวิทยุการบินที่ สปป. ลาว มีความคืบหน้า คาดว่าจะเซ็นสัญญา MOU ในไตรมาส 4/2567 นี้ และสัมปทานมีอายุถึง 30 ปี

สายธุรกิจ Digital Communications “SDC”
รู้รายได้จากค่าบริการ Airtime ตลอดทั้งปี จากโครงการจัดหาระบบวิทยุคมนาคมระบบดิจิทัล หรือ Digital Trunked Radio System (DTRS) 9 โครงการ จัดหาระบบวิทยุสื่อสารข่ายบังคับบัญชากระทรวงมหาดไทย (MOI) ประมาณ 31 ล้านบาท และล่าสุด ได้รับการขยายอายุสัญญา 15 ปีจากบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) จึงเป็นการสร้างโอกาสในการขยายฐานผู้ใช้บริการ DTRS ในองค์กรสาธารณภัยซึ่งมีเครือข่ายทั่วประเทศ โดยสรุป สทอภ.เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งปีตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 612 ล้านบาท
ทั้งนี้ ในไตรมาสที่หนึ่งปีหน้าจะเริ่มต้นทำสายธุรกิจใหม่ เป็นธุรกิจพลังงานและสิ่งแวดล้อม โดยใช้บริษัท เทด้า ที่เชี่ยวชาญด้านพลังงานกําลังศึกษาความเป็นไปได้ในธุรกิจด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม เช่น โซลารูฟ และคาร์บอนเครดิต ส่วนโมเดลการตั้งสายธุรกิจใหม่อยู่ในระหว่างเจรจาว่าจะเป็นการไปซื้อหรือไปร่วมทุนกับบริษัทที่เกี่ยวข้อง
