ฝนเพิ่มเหนือเขื่อนเจ้าพระยา กรมชลประทานปรับเพิ่มการระบายสอดคล้องสถานการณ์
วันที่ 25 ตุลาคม 2567 ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทานเปิดเผยว่า ฝนที่ตกหนักในพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ส่งผลให้มีปริมาณน้ำสะสมในแม่น้ำเจ้าพระยาและลำน้ำสาขาเพิ่มมากขึ้น เมื่อเวลา 12.00 น. ที่สถานี C.2 อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านในอัตรา 1,839 ลบ.ม./วินาที แนวโน้มเพิ่มมากขึ้น
เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำและฝนที่ตกในระยะนี้ กรมชลประทานจะทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาแบบขั้นบันไดอยู่ในอัตรา 1,600 ลบ.ม./วินาที ภายในเวลา 18.00 น. วันที่ (24 ต.ค. 67) ซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำบริเวณคลองโผงเผง จ.อ่างทอง คลองบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ต.หัวเวียง อ.เสนา ต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา (แม่น้ำน้อย) มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น

ทั้งนี้ จากการร่วมติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศและสถานการณ์น้ำท่า จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่า ในช่วง 1-7 วันข้างหน้า สถานี C2 อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ จะมีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ในอัตรา 1,900 ลบ.ม./วินาที ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามไปด้วยนั้น
จึงมีความจำเป็นต้องทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำทางตอนบน โดยจะควบคุมการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในอัตราไม่เกิน 1,900 ลบ.ม./วินาที เพื่อช่วยลดผลกระทบที่เกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด ตามนโยบายของ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
และขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารสถานการณ์น้ำและการแจ้งเตือนจากหน่วยงานทางราชการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังคงมีฝนในระยะนี้ อาจส่งผลให้มีปริมาณน้ำเพิ่มมากขึ้นอีก ซึ่งหากมีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป
กรมชลฯ เพิ่มการระบายเขื่อนเจ้าพระยา
ศูนย์ปฏิบัติน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา เมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า จากอิทธิพลอากาศเปลี่ยนแปลงจากฤดูฝนเข้าสู่ฤดูหนาว ส่งผลให้บริเวณประเทศไทยยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง รวมทั้งภาคกลาง โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนบน
โดยที่สถานี C.2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ เมื่อเวลา 06.00 น.ที่ผ่านมา มีปริมาณน้ำไหลผ่านในอัตรา 1,639 ลบ.ม./วินาที แนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลลงเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นอยู่ในระดับ +17.07 ม.รทก. เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำสอดคล้องกับสถานการณ์ฝนที่ตกในพื้นที่
กรมชลประทาน ได้รับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งสองฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยาในอัตราที่เหมาะสม เพื่อควบคุมปริมาณน้ำหน้าเขื่อนให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด พร้อมทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำแบบขั้นบันไดให้อยู่ในอัตรา 1,400 ลบ.ม./วินาที ในเวลา 18.00 น. โดยจะพิจารณาปรับการระบายน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณฝนที่ตกในพื้นที่อย่างเหมาะสม เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด ตามข้อสั่งการของ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ทั้งนี้ หากปริมาณน้ำทางตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้น และมีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น จะแจ้งให้ทราบต่อไป จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาติดตามข่าวสารสถานการณ์น้ำและการแจ้งเตือนจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิดในระยะนี้ด้วย
เร่งผลักดันน้ำ
กรมชลประทาน เร่งผลักดันน้ำบรรเทาน้ำท่วมท่าจีน โครงการชลประทานนครปฐม สำนักงานชลประทานที่ 13 ร่วมกับสำนักเครื่องจักรกล กรมชลประทาน ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในแม่น้ำท่าจีน บริเวณสะพานรวมเมฆ ต.นครชัยศรี อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม จำนวน 6 เครื่อง เพื่อช่วยให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดผลกระทบปัญหาน้ำท่วมขัง ทั้งนี้ ปัจจุบันมีการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในเขตจังหวัดนครปฐมแล้วทั้งสิ้น 38 เครื่อง เร่งระบายน้ำด้านปลายน้ำในแม่น้ำท่าจีน ออกสู่อ่าวไทยให้เร็วที่สุด
ฝนตกหนัก
ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน เปิดเผยว่า ฝนที่ตกหนักในพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยา บริเวณ จ.นครสวรรค์ กำแพงเพชร ส่งผลให้มีปริมาณน้ำท่าสะสมในลำน้ำสาขาและแม่น้ำสายหลักเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุดเมื่อเวลา 07.00 น. (23 ต.ค. 67) ที่สถานี C.2 อำเภอเมืองจังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านในอัตรา 1,766 ลบ.ม./วินาที และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลลงเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นอยู่ในระดับ + 17.21 ม.รทก. กรมชลประทาน รับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยาในอัตราที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบต่อพื้นที่ชุมชน เนื่องจากยังคงมีฝนตกในระยะนี้ พร้อมทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาแบบขั้นบันไดในอัตรา 1,550 ลบ.ม./วินาที
ซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำบริเวณคลองโผงเผง จังหวัดอ่างทอง คลองบางบาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และตำบลหัวเวียง อำเภอเสนาตำบลลาดชิด ตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (แม่น้ำน้อย) ปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 10 ถึง 20 เซนติเมตร
ทั้งนี้ กรมชลประทาน จะบริหารจัดการน้ำและควบคุมปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าวอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อช่วยลดผลกระทบที่เกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด ตามนโยบายของ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
และขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารสถานการณ์น้ำและการแจ้งเตือนจากหน่วยงานทางราชการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังคงมีฝนในระยะนี้ อาจส่งผลให้มีปริมาณน้ำเพิ่มมากขึ้นอีก ซึ่งหากมีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป