เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

สมศักดิ์​ เชื่อความเห็นพรรคร่วม สุดท้ายจบทิศทางเดียวกัน ชี้ต้องปรับให้ทันเกม

29 ต.ค. 2567 | 09:32น.
สมศักดิ์ เทพสุทิน

สมศักดิ์ เทพสุทิน

สมศักดิ์​เมิน​โพล​ประชาชน​ 57% เชื่อรัฐบาลอยู่ไม่ครบเทอม​ เชื่อความเห็นพรรคร่วมรัฐบาล สุดท้ายจบทิศทางเดียวกัน ชี้เป็นมาทุกยุคทุกสมัย-อย่าตกใจ แนะต้องปรับให้ทันเกมการเมือง

วันที่ 29 ตุลาคม 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีผลสำรวจประชาชนของนิด้าโพล ที่ยังมีประชาชนอีกกว่า 57% บอกว่ารัฐบาลอาจอยู่ไม่ครบเทอม ในฐานะผู้อาวุโสทางการเมือง ประเมินว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่จะทำให้รัฐบาลไปต่อไม่ได้ว่า ตนว่าไม่น่าจะไปสนใจอะไรประเด็นนี้

บางครั้งเวลาเลือกตั้ง โพล 85% ก็ยังไม่ใช่ สุดท้ายก็แพ้ เอาแน่เอานอนบางเรื่องบางราวไม่ได้ แต่เอาเป็นข้อมูลให้ไว้วิพากษ์วิจารณ์กัน เป็นความสนุกสนาน เป็นอาหาร ส่วนจะมีปัจจัยอะไรนั้น ตนมองว่าเรื่องนี้ยังไม่ต้องวิเคราะห์ เพราะว่ายังอีกนาน ยังไม่มีอะไร

ส่วนการตั้งข้อสังเกตเรื่องคำร้องของพรรคเพื่อไทยที่อาจจะนำไปสู่การยุบพรรคเพื่อไทยนั้น นายสมศักดิ์​ระบุว่า​วันนี้​เป็นสังคมข้อมูลข่าวสาร ใครมีอะไรที่สามารถแสดงออกในสังคม มีโอกาสแสดงออกผ่านโทรทัศน์ พวกเราก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดเรื่องต่าง ๆ ตรงนี้

ซึ่งตนเคยนำเสนอไว้ตั้งแต่สมัยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นแนวคิดเรื่องกฎหมาย Law of Efficency.​ แต่ไม่สำเร็จในสมัยตน ดังนั้น คำร้องหรือการแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ บางครั้งการร้องเรียนไม่ได้ผิด แต่กลับทำให้กระทบความรู้สึกประชาชน ซึ่งก็จะต้องรับผิดชอบกับการกระทำ ไม่ใช่ว่าพูดไปได้เรื่อยเฉื่อย แต่จะลงโทษหรือปรับแค่ไหน แต่เมื่อทำเพื่อประโยชน์สาธารณะก็ต้องลดหย่อนผ่อนโทษ​ ซึ่งเรื่องนี้ตนเคยทำไว้แต่ยังไม่เสร็จ

ส่วนปัญหาที่พรรคร่วมรัฐบาลมักขวางนโยบายของพรรคเพื่อไทย นายสมศักดิ์ระบุว่า ตอนเลือกตั้งก็อยากจะให้ประชาชนเลือกพรรคของเราให้ได้มากกว่า​ 50% ของจำนวน สส. เพราะจะทำให้เกิดความคล่องตัว เราก็เตรียมพร้อมว่าหากมีการเลือกตั้ง เมื่อมีพรรคร่วมก็จะเป็นเช่นนี้​ เหมือนกันบ้าง ไม่เหมือนกันบ้าง

แต่สุดท้ายก็ต้องจบไปในทิศทางเดียวกัน เป็นมาทุกยุคทุกสมัย อย่าไปตกใจว่าเป็นอะไรที่พิเศษ เป็นธรรมดา ก็จะทำให้การเมืองคล่องตัวขึ้น เพราะรู้ว่าเหนือใต้ออกตกมีอะไร แต่หากเป็นพรรคเดียวมากกว่า 50% ก็ไม่ต้องระมัดระวังอะไร เป็นความสามารถที่จะต้องปรับให้ทันกับเกมการเมืองต่าง ๆ