เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

เอสซีจี แจ้งบริษัทย่อยสู้ต่อชั้นฎีกา คดีฟ้องหน่วยงานรัฐอินโดนีเซีย

29 ต.ค. 2567 | 11:19น.
เอสซีจี

เอสซีจี

เอสซีจี แจ้ง SCGD บริษัทย่อยซึ่งถือหุ้น KIA บริษัทในอินโดนีเซีย เดินหน้าสู้ต่อชั้นฎีกา คดีฟ้องหน่วยงานรัฐบาลอินโดนีเซีย หลังศาลสูงสั่งยกฟ้อง กรณีเรียกร้องที่อ้างว่า KIA มีหนี้เงินต่อหน่วยงานรัฐของอินโดนีเซีย

วันที่ 29 ตุลาคม 2567 นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC รายงานตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่าตามที่บริษัทปูนซิเมนต์ไทย ได้รายงานให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ทราบเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2566 วันที่ 4 กันยายน 2566 วันที่ 20 พฤศจิกายน 2566 วันที่ 6 ธันวาคม 2566 และวันที่ 12 กรกฎาคม 2567 เกี่ยวกับกรณีที่บริษัทย่อยของ SCC ในตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย (Indonesia Stock Exchange หรือ IDX) ที่ประกอบธุรกิจกระเบื้องเซรามิก ชื่อ PT Keramika Indonesia Assosiasi Tbk (หรือ KIA) และบริษัทย่อยของ KIA (PT KIA KERAMIK MAS หรือ KKM)

โดยเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2566 และวันที่ 6 ธันวาคม 2566 ทั้ง KIA และ KIKM ได้ยื่นฟ้องหน่วยงานรัฐของอินโดนีเซียต่อศาลปกครองชั้นต้น เพื่อให้ยกเลิกการเรียกร้องที่อ้างว่า KIA มีหนี้เงินต่อหน่วยงานรัฐของอินโดนีเซีย และให้ยกเลิกการระงับการเข้าระบบจดแจ้งทางทะเบียนกับ Ministry of Law and Human Rights ต่อมาในเดือนกรกฎาคม 2567 ศาลปกครองชั้นต้นได้มีคำพิพากษายกฟ้อง ซึ่ง KIA และ KIIM ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลสูง แล้วนั้น

SCC ขอเรียนให้ทราบว่า บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) (SCGD) บริษัทย่อยของ SCC ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเป็นผู้ถือหุ้นใน KIA ได้เปิดเผยข้อมูลเรื่องการแจ้งข่าวในตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซียของบริษัทย่อยตามเอกสารแนบ โดยสรุปคือ KIA ได้เปิดเผยข้อมูลต่อ IDX ว่าศาลสูงได้ตัดสินยืนยันตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นให้ยกฟ้อง

ดังนั้น KIA และ KKM จะดำเนินการโต้แย้งต่อศาลฎีกา เพื่อขอให้ทบทวนคำพิพากษาข้างต้นต่อไป ทั้งนี้ สามารถศึกษาษารายละเอียดข่าวของ KIA เพิ่มได้จากเว็บไซต์ IDX (https://www.idx.co.id/en/listed-companies/disclosure/)

KIA และบริษัทย่อยได้ดำเนินงานตามปกติตลอดมา โดยงบการเงินรวมสำหรับงวด 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2567 มียอดขายประมาณ 988 ล้านบาท EBITDA ประมาณ 1 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิประมาณ -86 ล้านบาท