เปิดแถลงการณ์ผลประชุมที่สวิส สหรัฐ-อิหร่านตกลงโรดแมป กลไกลดขัดแย้ง “de-confliction cell “
ข้อมูลเผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ 22 มิ.ย.2026 เวลา 09.47 น. และอัพเดตเมื่อเวลา 13.05 น.
ความคืบหน้าการเจรจานิวเคลียร์และสันติภาพระยะที่สองระหว่างสหรัฐ-อิหร่านในวันแรกปิดฉากลงแล้ว อย่าง “น่ายินดี” กาตาร์และปากีสถานในฐานะผู้ไกล่เกลี่ยออกแถลงการณ์ผลการประชุมระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน (Lake Lucerne Summit) ในเมืองออบัวร์เกน รัฐลูเซิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ หรือ สมาพันธรัฐสวิส ลงวันที่ 22 มิถุนายน 2026 ระบุว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (21 มิถุนายน) ผู้เจรจาจากสหรัฐและอิหร่านตกลงที่จะจัดตั้ง “หน่วยลดความขัดแย้ง” ใหม่สำหรับเลบานอน โดยหวังว่าจะยุติปฏิบัติการทางทหารในประเทศนี้ หลังจากที่มีคำแถลงที่ขัดแย้งกัน ความสับสนเกี่ยวกับเงื่อนไขการหยุดยิง และความหวาดกลัวที่เพิ่มมากขึ้นว่าความเข้าใจผิดเพียงเล็กน้อยอาจจุดชนวนการสู้รบในภูมิภาคอีกครั้ง

ในระหว่างการหารือ แม้ฝ่ายอิหร่านจะเดินออกจากห้องประชุม แต่ยังกลับเข้ามาเจรจาต่อจนเสร็จสิ้น ในการหารือสันติภาพระยะที่สองที่มีจุดโฟกัสหลักคือ การจัดตั้งกลไกเพื่อยุติการสู้รบในเลบานอนและการตั้งสายด่วนสื่อสารเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ และการเดินหน้าควบคุมโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน เพื่อให้เป็นไปตามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) สหรัฐ-อิหร่านที่ลงนามไปแล้วนั้น
ผู้ไกล่เกลี่ยกล่าวว่า สหรัฐและอิหร่านมีความคืบหน้า “ที่น่ายินดี” ในการเจรจาข้อตกลงสันติภาพขั้นสุดท้าย (Final deal) และจะหารือในระดับเจ้าหน้าที่เทคนิคต่อไปในสัปดาห์นี้
หลังจากแถลงการณ์ดังกล่าว ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง และดัชนีหุ้นล่วงหน้าของสหรัฐปรับตัวลดลงเล็กน้อย ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ลดลง 1.5% มาอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากที่เคยปรับตัวขึ้นมากกว่า 2%
นายอับบาส อารักชี รมว.ต่างประเทศอิหร่านกล่าวในโพสต์บน X ว่า การไกล่เกลี่ยของปากีสถานและกาตาร์ได้นำมาซึ่งความคืบหน้าครั้งสำคัญในการยุติสงครามในเลบานอน
อารักชีระบุว่า สหรัฐผ่อนปรนการคว่ำบาตรส่งออกน้ำมันและปิโตรเคมีของอิหร่าน การปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านถูกยกเลิก ปลดล็อกทรัพย์สินที่ถูกอายัดบางส่วน ตลอดจนได้เริ่มแผนการฟื้นฟูและพัฒนาครั้งใหญ่สำหรับอิหร่าน
ประเด็นเลบานอน
สหรัฐ-อิหร่านตกลงจัดตั้ง de-confliction cell
สหรัฐและอิหร่านตกลงที่จะจัดตั้ง “หน่วยลดความขัดแย้ง” หรือ “de-confliction cell” ซึ่งประกอบด้วยสหรัฐ อิหร่าน และเลบานอน เพื่อ “รับประกันการปฏิบัติตามข้อตกลงยุติปฏิบัติการทางทหารในเลบานอน” ตามที่ระบุไว้ในบันทึกความเข้าใจ ตามแถลงการณ์ร่วมที่ออกโดยผู้ไกล่เกลี่ยจากกาตาร์และปากีสถาน
de-confliction cell ซึ่งหมายถึงหน่วยงานเฉพาะกิจหรือช่องทางการสื่อสาร ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อป้องกันและหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิด ป้องกันอุบัติเหตุจากการปะทะ หรือลดความขัดแย้งที่อาจบานปลายระหว่างคู่ขัดแย้ง
การเจรจาระดับสูงครั้งแรกภายใต้กรอบของบันทึกความเข้าใจอิสลามาบัดได้ข้อสรุปที่เบอร์เกนสต็อก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยมีตัวแทนจากสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน สหรัฐอเมริกา และฝ่ายไกล่เกลี่ย 2 ประเทศ ได้แก่ รัฐกาตาร์ และสาธารณรัฐอิสลามปากีสถานเข้าร่วมด้วย
“การประชุมสุดยอดทะเลสาบลูเซิร์นดําเนินการในบรรยากาศเชิงบวกและสร้างสรรค์ มีการส่งเสริมความก้าวหน้ารวมถึงการสร้างกลไกสําหรับการเจรจาทางเทคนิคเพิ่มเติม” แถลงการณ์ระบุ
ประเด็นช่องแคบฮอร์มุซ
การจัดตั้งสายด่วนสื่อสารระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน
ผู้เจรจายังได้เปิดช่องทางเพื่อลดความตึงเครียดเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอิหร่านอ้างว่าได้ปิดและเปิดใหม่หลายครั้งเพื่อตอบโต้การละเมิดบันทึกความเข้าใจของสหรัฐและอิสราเอล
มีการจัดตั้งสายสื่อสารระหว่างคู่สัญญาสําหรับช่วงเวลาที่กล่าวถึงในวรรค 5 (ข้อ 5) ของบันทึกความเข้าใจเพื่อหลีกเลี่ยงเหตุการณ์และการสื่อสารที่ผิดพลาดโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อความปลอดภัยสําหรับเรือพาณิชย์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
สำหรับข้อ 5 ในเอ็มโอยู ระบุว่า “เมื่อมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจะดำเนินการโดยใช้ความพยายามอย่างสูงสุดเพื่อจัดให้มีเส้นทางผ่านที่ปลอดภัยสำหรับเรือพาณิชย์โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เป็นระยะเวลา 60 วันเท่านั้น จากอ่าวเปอร์เซียไปยังทะเลโอมานและในทางกลับกัน การสัญจรของเรือพาณิชย์จะเริ่มต้นขึ้นทันที และเมื่อพิจารณาถึงความจำเป็นในการขจัดอุปสรรคทางเทคนิคและทางทหาร การเก็บกู้ทุ่นระเบิดโดยสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจะถูกกำหนดให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจะหารือกับรัฐสุลต่านโอมานเพื่อกำหนดแนวทางการบริหารจัดการและการบริการทางทะเลในอนาคตบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ โดยจะหารือร่วมกับรัฐชายฝั่งอ่าวเปอร์เซียอื่น ๆ ด้วยให้สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศที่บังคับใช้และสิทธิอธิปไตยของรัฐชายฝั่งแห่งช่องแคบฮอร์มุซ”

คณะกรรมการระดับสูงขับเคลื่อนโรดแมปกรอบเวลา 60 วัน
แถลงการณ์ของผู้ไกล่เกลี่ยระบุว่า จากบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ที่ได้ลงนามกันไปแล้วก่อนหน้านี้ คู่สัญญาได้ตกลงที่จะจัดตั้งคณะกรรมการระดับสูง (High Level Committee ) ซึ่งจะกํากับดูแลการไกล่เกลี่ยในทางการเมือง ซึ่งหัวหน้าผู้เจรจาจะรายงานอย่างสม่ำเสมอต่อคณะกรรมการระดับสูงและนําทางคณะทํางานที่เน้นเรื่องนิวเคลียร์ การคว่ำบาตร และกลุ่มติดตามและระงับข้อพิพาท เพื่อให้แน่ใจว่ามีการดําเนินการตามบันทึกความเข้าใจอย่างมีประสิทธิภาพ และเรื่องอื่น ๆ
คณะกรรมการระดับสูงได้ตกลงแผนงาน (Road map) เพื่อบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายภายใน 60 วัน ซึ่งวางรากฐานสําหรับการเริ่มต้นการเจรจาทางเทคนิคเพิ่มเติมทันที
ทั้งนี้ การเจรจาทางเทคนิคจะดําเนินต่อไปในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ที่รีสอร์ทบัวร์เกนสต็อกในทุกประเด็น
“ฝ่ายไกล่เกลี่ยจะยังคงทําอย่างเต็มที่เพื่อให้แน่ใจว่าการเจรจายังคงดําเนินการในบรรยากาศที่สร้างสรรค์โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้าย รัฐกาตาร์และสาธารณรัฐอิสลามปากีสถานแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจต่อสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านสําหรับความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการทูตและการแก้ปัญหาความขัดแย้งอย่างสันติ ฝ่ายไกล่เกลี่ยยกย่องประเทศต่างๆที่เป็นพี่น้องกันและเป็นมิตรสําหรับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องและการมีส่วนร่วมอันมีค่าในการเจรจาที่กําลังดําเนินอยู่” แถลงการณ์ระบุ
สำหรับผู้แทนฝ่ายสหรัฐรวมถึงหัวหน้าคณะ นายเจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ นายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษสหรัฐในกิจการตะวันออกกลาง นายจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และผู้แทนฝ่ายอิหร่านที่สำคัญรวมถึงโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ หัวหน้าคณะ เจรจา ประธานรัฐสภา นายอับบาส อารักชี รมว.ต่างประเทศอิหร่าน
การหารือดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากความไม่แน่นอนหลายวันเกี่ยวกับข้อตกลงหยุดยิง โดยอิหร่านส่งสัญญาณที่สับสนเกี่ยวกับสถานะของช่องแคบฮอร์มุซ และเจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายตีความขัดแย้งกันเกี่ยวกับกิจกรรมทางทหารใดบ้างที่เข้าข่ายการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และจะพิจารณาอย่างไรว่าใครเป็นผู้ละเมิดข้อตกลงจากสถานการณ์สู้รบในเลบานอน จนกระทั่งสองฝ่ายเห็นพ้องให้จัดตั้งกลไกเพื่อแก้ไขประเด็นที่ยังเป็นปัญหาดังกล่าว
ในระหว่างการประชุม รอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า คณะผู้แทนอิหร่านเดินออกจากห้องประชุมเพื่อตอบโต้คำขู่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ที่จะโจมตีอิหร่านฐานให้การสนับสนุนกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ก่อนกลับเข้ามาเจรจาจนเสร็จสิ้น
