เงินบาท-ราคาทองคำ
เงินบาทแกว่งตัวกรอบแคบ ตลาดรอปัจจัยใหม่ หลังกลับมาแข็งค่า ขณะที่ราคาทองปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนให้เงินบาทแข็งค่า ก่อนจะปิดตลาดที่ระดับ 33.77/78 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 29 ตุลาคม 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ระดับ 33.75/76 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (28/10) ที่ระดับ 33.82/83 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
โดยค่าเงินบาทกลับมาแข็งค่า หลังจากที่เมื่อวานอ่อนค่าลงในช่วงบ่ายหลังมีการเปิดเผยตัวเลขการส่งออกของไทยต่ำกว่าระดับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ นอกจากนี้การเพิ่มขึ้นของราคาทองคำยังเป็นปัจจัยหนุนค่าเงินบาทให้แข็งค่าอีกด้วย โดยราคาทองคำเปิดตลาดเช้านี้ที่ระดับ 2,750 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ปรับตัวสูงขึ้นจากระดับปิดตลาดที่ 2,528 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์
ด้าน Dollar Index ซึ่งชี้วัดมูลค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแคบ ๆ แถวบริเวณ 104.30 ในระยะนี้ตลาดรอติดตามปัจจัยใหม่ที่จะมีการประกาศระหว่างสัปดาห์ อย่างดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐ และผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 3/2567 เพื่อหาสัญญาณแนวโน้มทิศทางอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 6-7 พ.ย. ซึ่งจะมีขึ้นเพียง 1 วันหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 5 พ.ย.
โดยข้อมูลล่าสุดจาก FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 98.4% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.50-4.75% ในการประชุมเดือน พ.ย.
ด้านปัจจัยภายในประเทศ วันนี้ นายพิชัย ชุณหวชิร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเข้าหารือกับ นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ในประเด็นเป้าหมายนโยบายการเงิน ปี 2568 (กรอบเงินเฟ้อ)
โดยหลังการพูดคุย นายพิชัย กล่าวกับสื่อว่า “คลังไม่ติดหากกรอบเงินเฟ้อจะอยู่ที่ 1-3% แต่ให้มีมาตรการอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจ และมีผลทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นไปได้ มาอยู่ในจุดที่เหมาะสม ใกล้เคียงกับกรอบคาดการณ์ เช่น 2% ปัจจัยที่จะทำให้เกิดการลงทุนเพิ่ม เรื่องแรกคืออัตราดอกเบี้ย ที่ต้องมาดู”
ทั้งนี้ ในระหว่างวันบาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 33.72-33.83 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 33.77/78 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวเปิดตลาดเช้านี้ (29/10) ที่ระดับ 1.0814/15 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (28/10) ที่ระดับ 1.0815/16 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยเมื่อวานนี้ หลุยส์ เดอ กินโดส รองประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวว่าธนาคารกลางมีความคืบหน้าอย่างมากในการลดอัตราเงินเฟ้อ แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะประกาศชัยชนะได้
อย่างไรก็ตามเขากล่าวว่า ECB จะเปิดโอกาสให้กับทางเลือกทั้งหมดในการประชุมนโยบายการเงินครั้งสุดท้ายของปีนี้ ในวันที่ 12 ธันวาคม 2567 นอกจากนี้ในสัปดาห์นี้ตลาดรอประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ อย่างเช่น ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของเยอรมนีและยูโรโซน ทั้งนี้ ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.0804-1.0826 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0820/21 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวเปิดตลาดเช้านี้ (29/10) ที่ระดับ 153.01/02 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (28/0) ที่ระดับ 152.57/58 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยในระยะนี้ค่าเงินเยนยังคงถูกกดดันจากปัจจัยความไม่แน่นอนทางการเมือง หลังพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) พร้อมด้วยพรรคร่วมรัฐบาลญี่ปุ่นสูญเสียเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรจากการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
นอกเหนือจากนั้น เช้าวันนี้สำนักงานสถิติแห่งชาติญี่ปุ่นได้เปิดเผยตัวเลขอัตราการว่างงานประจำเดือนกันยายนออกมาที่ระดับ 2.4% ลดลงจากเดือนก่อนหน้า ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงภาวะตึงตัวมากขึ้นในตลาดแรงงาน ซึ่งอาจส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของค่าจ้าง และนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของอัตราเงินฟ้อ
โดยทั้งหมดที่กล่าวมาจะเป็นปัจจัยหนุนให้ธนาคารกลางญี่ปุ่นพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายได้ในอนาคต อย่างไรก็ตามในสัปดาหนี้ตลาดรอติดตามผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในวันพฤหัสบดีนี้อย่างใกล้ชิด โดยตลาดคาดการณ์ว่า BOJ จะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0.25% ในการประชุมครั้งนี้
ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 152.74-153.44 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 153.38/39 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในวันนี้ ได้แก่ ราคาบ้านเดือน ส.ค.จากเอสแอนด์พี/เคส-ชิลเลอร์, ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือน ก.ย., ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ต.ค.จาก Conference Board} ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือน ต.ค. จาก ADP
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -6.4/-6.15 สตางค์/ดอลลารสหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -3.75/-3.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ