หุ้นไทย
บล.ฟิลลิป ประเมินตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวแดนลบ บริเวณ 1,435-1,455 จุด แรงกดดันจากการถูกบดบังด้วยตลาดที่มีการเผยผลประกอบการจูงใจ สินทรัพย์ทางเลือกและสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางคาดการณ์ “ทรัมป์” จะชนะการเลือกตั้งสหรัฐ ผิดหวังต่อทิศทางนโยบายการเงินไทย ติดตาม Monetary Policy Forum วันนี้ คาด ธปท.มีแนวโน้มแสดงถึงจุดยืนการปรับลดดอกเบี้ยครั้งที่แล้ว มีรูมปรับลด แต่ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของการลดดอกเบี้ยต่อเนื่อง หวังแรงพยุงเบา ๆ จากมาตรการภาครัฐ
วันที่ 30 ตุลาคม 2567 บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) รายงานแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ว่า คาดดัชนี SET แกว่งตัวในแดนลบ บริเวณ 1,435-1,455 จุด แรงกดดันจากการถูกบดบังด้วยตลาดที่มีการเผยผลประกอบการจูงใจ สินทรัพย์ทางเลือกและสินทรัพย์ปลอดภัย รวมถึงความผิดหวังต่อทิศทางนโยบายการเงินไทย หากแต่พอมีแรงพยุงเบา ๆ มาจากความคาดหวังมาตรการภาครัฐ
ทั้งนี้ คาดแรงกดดันมาจากการเผยงบการเงินไตรมาส 3/67 ของบริษัทในตลาดหุ้นไทยที่ยังไม่สดใสนัก หลังรายงานไปแล้ว 25 บริษัท ในจำนวนนี้มีเพียง 44% ที่ EPS สูงกว่าตลาดคาด
แตกต่างจากตลาดหุ้น S&P500 ที่มีการรายรายงาน EPS สูงกว่าตลาดคาดที่ 76% หลังรายงานไปแล้ว 232 บริษัท ซึ่งอาจส่งผลให้ยังคงเห็นภาพการไหลออกของเงินลงทุนต่างชาติ (Fundflow) ไปสู่ตลาดที่มีการรายงานผลประกอบการที่น่าจูงใจกว่า สอดรับกับนักลงทุนต่างชาติที่ขายสุทธิมาแล้ว 8 วันทำการติดต่อกัน
อีกทั้งมอง SET ยังมีแนวโน้มถูกบดบังจากสินทรัพย์ทางเลือกและสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางการคาดการณ์ว่าทรัมป์จะชนะการเลือกตั้งสหรัฐ และความกังวลความไม่แน่นอนของทิศทางเศรษฐกิจโลกจากนโยบายของเขา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันให้ 1.ราคา Bitcoin ปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 72,000 เหรียญ ซึ่งเป็นการเข้าใกล้ระดับ All Time High ที่ประมาณ 73,000 เหรียญ และ 2.ราคาทองคำ Spot ทำ All Time High โดยเช้านี้เคลื่อนไหวเข้าใกล้ 2,780 เหรียญต่อออนซ์
นอกจากนี้ คาด SET มีแนวโน้มถูกกดดันเพิ่มเติมจากความกังวลนโยบายการเงินไทย โดยติดตาม Monetary Policy Forum ในวันนี้ ซึ่งคาด ธปท.มีแนวโน้มแสดงถึงจุดยืนว่าการปรับลดดอกเบี้ยในการการประชุม กนง.ครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากการที่เห็นว่ามี Room ในการปรับลด แต่ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของการปรับลดดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม มองทางลงจำกัด โดยยังพอมีแรงพยุงจากความหวังมาตรการภาครัฐ หลัง รมช.คลังเผยวันที่ 31 ต.ค. 67 จะมีการประชุมเพื่อหารือถึงแนวทางและกลไกในการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปี
ขณะที่ปัจจัยติดตามในวันนี้ ได้แก่ 1.GDP ไตรมาส 3/67 ของยูโรโซน ตลาดคาดขยายตัว 0.8% YOY เร่งตัวขึ้นจาก 0.6% YOY ในไตรมาส 2/67 และ 2.GDP ไตรมาส 3/67 ของสหรัฐ ตลาดคาดขยายตัว 3% เท่ากับในไตรมาส 2/67
กลยุทธ์การลงทุน 1.ท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่อง AAV, AOT, AU, BA, ICHI 2.Data center GULF, INSET, TRUE, WHAUP 3.เก็งงบฯไตรมาส 3/67 BEM, CPF, PRM, TU 4.ดอกเบี้ยไทยยังไม่เข้าสู่วัฏจักรขาลง BBL, BLA, KBANK, KTB, TLI