PMI ญี่ปุ่นหดตัว 5 เดือนติดกัน อุปสงค์ต่ำทำยานยนต์-เซมิคอนดักเตอร์อ่วม
พนักงานซ่อมบำรุงเครื่องจักรในโรงงานที่เมืองฮิงาชิโอซากะ จังหวัดโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ภาพโดย REUTERS/Sakura Murakami
PMI ญี่ปุ่นหดตัว 5 เดือนติดกัน จากอุปสงค์ที่ต่ำ ทำให้บริษัทต่าง ๆ ต้องลดการผลิตลง โดยเฉพาะภาคยานยนต์ และเซมิคอนดักเตอร์ ที่มีผลผลิตต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน
วันที่ 2 ธันวาคม 2024 รอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า ผลสำรวจภาคเอกชนพบว่ากิจกรรมโรงงานในญี่ปุ่นดิ่งลงมากสุดในรอบ 8 เดือน จากอุปสงค์ที่เบาบาง ทำให้บริษัทต่าง ๆ พากันลดการผลิต
ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของญี่ปุ่นที่จัดทำโดยเอยูจีบุนแบงก์ (au Jibun Bank) ร่วงลงเหลือ 49.0 ในเดือนพฤศจิกายน จาก 49.2 ในเดือนตุลาคม ต่ำสุดในรอบ 8 เดือน ไม่เปลี่ยนแปลงจากค่าที่อ่านได้เบื้องต้น และยังคงต่ำกว่าระดับ 50.0 ซึ่งเป็นเกณฑ์แบ่งระหว่างการขยายตัวหรือหดตัวมา 5 เดือนติดต่อกัน
อุซามะฮ์ ภัตติ (Usamah Bhatti) นักวิเคราะห์การตลาดที่เอสแอนด์พี โกลบอล (S&P Global) กล่าวว่า ภาคการผลิตญี่ปุ่นทำผลงานได้ไม่ดีนักในเดือนพฤศจิกายน
ยอดคำสั่งซื้อใหม่ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งดัชนีย่อยพบว่า มีการหดตัวต่อเนื่องในระดับปานกลางจากเดือนตุลาคม และยังคงต่ำกว่าระดับ 50 ยาวนานถึงหนึ่งปีครึ่ง เป็นผลจากอุปสงค์ทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศที่อ่อนแอ ที่ทำให้ยอดคำสั่งซื้อใหม่หดตัวลง โดยการส่งออกใหม่หดตัวต่อเนื่องติดต่อกันถึง 33 เดือน
อุปสงค์ที่อ่อนแอทำให้บริษัทต่าง ๆ ลดการผลิตลง โดยเฉพาะในภาคเซมิคอนดักเตอร์และภาคยานยนต์ จนทำให้มียอดผลผลิตตกต่ำลงมากสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน และมีการจ้างงานหดตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 9 เดือน
อย่างไรก็ตาม แรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบยังคงสูง จากค่าจ้างแรงงานที่สูงขึ้น รวมถึงต้นทุนการขนส่ง และวัตถุดิบเองก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ซึ่งจะเพิ่มขึ้นมากหากนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ส่วนอัตราเงินเฟ้อของราคาผลผลิตก็อยู่ในระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม
ภัตติจากเอสแอนด์พี โกลบอลกล่าวว่า บริษัททั้งหลายต้องเพิ่มราคาขายขึ้นมาก เพื่อรักษาอัตรากำไรไว้
ข้อมูลจากรัฐบาลญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายนแสดงให้เห็นว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานของกรุงโตเกียวเพิ่มขึ้นในเดือนพฤศจิกายน และยังคงสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ส่งผลให้ตลาดคาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในเร็ว ๆ นี้
แม้จะมีอุปสงค์ที่ซึมเซา แต่ผลสำรวจกลับพบว่า บรรดาบริษัทในภาคการผลิตยังคงมีความเชื่อมั่นสูงสุดในรอบสามเดือน จากความหวังต่อการปล่อยผลิตภัณฑ์ใหม่และการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ