Skip to content

10 ประเทศพันธมิตรสหรัฐ ที่เผชิญความเสี่ยงจากทรัมป์มากที่สุด  

13 ธ.ค. 2567 | 17:10น.
10 ประเทศพันธมิตรสหรัฐ ที่เผชิญความเสี่ยงจากทรัมป์มากที่สุด  

ทั่วโลกกำลังหวาดหวั่นกับการขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐของโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ที่จะดำเนินนโยบายส่งผลต่อประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายด้านการค้าที่หลายประเทศกำลังลุ้นว่าประเทศของตนเองจะเจอภาษีศุลกากรในอัตรามหาโหดเพียงใด

ไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศที่กำลังลุ้นตัวโก่งเช่นกัน และล่าสุดมีข้อมูลที่น่าผวายิ่งขึ้นสำหรับไทย ที่ระบุว่าไทยเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงสูงเป็นอันดับ 2 ในบรรดาประเทศ/ดินแดนที่ถูกจัดว่าเป็นพันธมิตรของสหรัฐ

ข้อมูลที่ว่านี้มาจากรายงานการศึกษาวิเคราะห์ประเด็น พันธมิตรของสหรัฐรายใดมีแนวโน้มสูงสุดที่จะต้องเผชิญกับภาษีศุลกากรของทรัมป์ และประเทศเหล่านั้นจะหลีกเลี่ยงผลกระทบจากนโยบาย “อเมริกาต้องมาก่อน” (America First) ของทรัมป์ได้อย่างไร จัดทำโดยมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรม (Information Technology & Innovation Foundation : ITIF) ซึ่งเป็นองค์กรวิจัยนโยบายสาธารณะที่ไม่แสวงหากำไรของสหรัฐ ที่เผยแพร่รายงานออกมาเมื่อวันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา 

รายงานดังกล่าวประเมินเปรียบเทียบ 39 ประเทศ/ดินแดน ซึ่งถูกระบุว่าเป็น “พันธมิตรของสหรัฐ” เช่น เม็กซิโก ออสเตรีย เยอรมนี แคนาดา ตุรกี สเปน โปรตุเกส ฝรั่งเศส อิตาลี เนเธอร์แลนด์ ฟินแลนด์ กรีซ โปแลนด์ สหราชอาณาจักร ฟิลิปปินส์ ไทย ญี่ปุ่น ไต้หวัน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และเกาหลีใต้ เป็นต้น 

ITIF ระบุในรายงานว่า หากพิจารณาจากถ้อยแถลงต่อสาธารณะและการกระทำของโดนัลด์ ทรัมป์ ขณะอยู่ในตำแหน่งประธานาธิบดี หลักยุทธศาสตร์ “อเมริกาต้องมาก่อน” (America First) ของเขาจะมุ่งเน้นดำเนินมาตรการกับ (1) ประเทศที่ได้รับผลประโยชน์จากการลงทุนของอเมริกา (2) ประเทศที่ใช้การเปิดกว้างทางตลาดของสหรัฐเพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจของตน เช่น การเกินดุลทางการค้าสหรัฐอย่างต่อเนื่อง (3) ประเทศที่ออกนโยบายที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของสหรัฐและบริษัทสหรัฐ (4) ประเทศที่ยอมจำนนต่อจีนเพื่อให้ได้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ แทนที่จะยืนหยัดเคียงข้างสหรัฐ 

ITIF มองว่าทั้ง 4 ประเด็นนี้น่าจะเป็นประเด็นสำคัญที่รัฐบาลใหม่ของโดนัลด์ ทรัมป์ จะใช้ตัดสินว่าประเทศไหนเป็นพันธมิตรของสหรัฐจริงแท้เพียงใด ดังนั้น ในการประเมินวิเคราะห์ความเสี่ยงของพันธมิตรของสหรัฐ ITIF จึงใช้ตัวชี้วัด 4 ประการ ได้แก่ (1) การใช้จ่ายด้านการป้องกันประเทศ (2) ดุลการค้า (3) มาตรการต่อต้านนโยบายการค้าและเทคโนโลยีของสหรัฐ (4) ความเต็มใจที่จะต่อต้านการล่าเหยื่อทางเทคโนโลยีและเศรษฐกิจของจีน 

ผลการประเมินวิเคราะห์ถูกจัดทำเป็น “ดัชนีความเสี่ยงจากทรัมป์ของ ITIF” (ITIF’s Trump Risk Index) ซึ่งผลคะแนนรวมที่ต่ำหรือติดลบมาก ถือว่ามีความเสี่ยงสูง 

ดัชนีดังกล่าวบ่งชี้ว่า 10 อันดับประเทศที่มีความเสี่ยงจากนโยบายการขึ้นภาษีศุลกากรและมาตรการตอบโต้อื่น ๆ จากรัฐบาลทรัมป์มากที่สุด ได้แก่ 

1.เม็กซิโก คะแนน -4.12 

2.ไทย คะแนน -3.98 

3.สโลวีเนีย คะแนน -2.48 

4.ออสเตรีย คะแนน -2.42 

5.แคนาดา คะแนน -1.98 

6.นิวซีแลนด์ คะแนน -1.92 

7.ฮังการี คะแนน -1.78 

8.ตุรกี คะแนน -1.58 

9.สโลวาเกีย คะแนน -1.57 

10.ลักเซมเบิร์ก คะแนน -1.53 

สำหรับ 5 ประเทศแรกที่มีความเสี่ยงสูงสุด ITIF ประเมินว่า มีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลทรัมป์จะมองว่าทั้ง 5 ประเทศอ่อนข้อต่อจีน และไม่เป็นพันธมิตรกับสหรัฐอเมริกาอย่างเต็มที่ในการต่อต้านอำนาจของจีนที่กำลังเพิ่มขึ้น ในด้านการทหาร นโยบายต่างประเทศ และทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี

แล้วประเทศที่มีความเสี่ยงสูงควรทำอย่างไร ? 

ITIF แนะว่า มีหลายอย่างที่ประเทศที่มีความเสี่ยงสูงสามารถทำได้เพื่อแสดงให้โดนัลด์ ทรัมป์ เห็นว่าประเทศของตนตั้งใจที่จะเป็นพันธมิตรที่ดีขึ้นของสหรัฐ โดยอันดับแรกอาจจะเริ่มจากความมุ่งมั่นที่จะเพิ่มงบประมาณป้องกันประเทศ หากงบประมาณด้านนี้ของประเทศใดยังอยู่ในระดับต่ำ ประการที่สอง คือ การส่งสัญญาณว่าจะหยุดเข้าข้างจีน ซึ่งอาจต้องออกกฎหมายจำกัดการลงทุนของทุนจากประเทศจีน ร่วมมือกับสหรัฐและพันธมิตรในการต่อต้านข่าวกรองทางการค้า ต่อต้านการทูตนักรบหมาป่าและการรังแกต่าง ๆ ของจีน และร่วมกับสหรัฐในการควบคุมการส่งออกของจีน ประการที่สาม คือ ระงับข้อเสนอหรือยกเลิกกฎเกณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อทำร้ายบริษัทอเมริกัน และประการที่สี่ คือ การลดการเกินดุลการค้าในการค้าระหว่างประเทศของตนกับสหรัฐ