เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘AI Deepfake’ เกลื่อนการเมืองสหรัฐฯ ระบาดหนักรับเลือกตั้ง ‘ขยะดิจิทัล’ ที่ไร้การควบคุม
Politics ‘AI Deepfake’ เกลื่อนการเมืองสหรัฐฯ ระบาดหนักรับเลือกตั้ง ‘ขยะดิจิทัล’ ที่ไร้การควบคุม
เยอรมนียังซื้ออะไหล่สันดาป เดนมาร์ก EV บูม DITP แนะไทยเร่งยกระดับมาตรฐาน
Economic เยอรมนียังซื้ออะไหล่สันดาป เดนมาร์ก EV บูม DITP แนะไทยเร่งยกระดับมาตรฐาน
ราคาทองวันนี้ (6 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,350 บาท ทองรูปพรรณ 67,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (6 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,350 บาท ทองรูปพรรณ 67,400 บาท
‘อนุทิน’ เปิดทำเนียบฯ รับ ‘มิน ออง ไลง์’ ถกร่วมมือความมั่นคง-การพัฒนา
Politics ‘อนุทิน’ เปิดทำเนียบฯ รับ ‘มิน ออง ไลง์’ ถกร่วมมือความมั่นคง-การพัฒนา
บีโอไอ คัดเข้ม Data Center รับกติกาใหม่ ชู 4 เกณฑ์คัดกรองดันลงทุนจริง
Economic บีโอไอ คัดเข้ม Data Center รับกติกาใหม่ ชู 4 เกณฑ์คัดกรองดันลงทุนจริง
FTA ทำเงิน 1.37 ล้านล้าน ใช้สิทธิพุ่ง 81.32% พาณิชย์ดัน SMEs บุกตลาดพรีเมียม
Economic FTA ทำเงิน 1.37 ล้านล้าน ใช้สิทธิพุ่ง 81.32% พาณิชย์ดัน SMEs บุกตลาดพรีเมียม
กกพ.ชงสูตรค่าไฟขั้นบันได 401 หน่วยคิด 4.35 บาทบวกค่าไฟทาง
Economic กกพ.ชงสูตรค่าไฟขั้นบันได 401 หน่วยคิด 4.35 บาทบวกค่าไฟทาง
‘ดร.เพ็ชร’ ชูธง กอช. แก้ปม ‘แก่และจน’…ไม่ล้มหวยเกษียณ
Finance ‘ดร.เพ็ชร’ ชูธง กอช. แก้ปม ‘แก่และจน’…ไม่ล้มหวยเกษียณ
บุกยึดเอ็นโคแช่แข็ง 12.6 ตัน ซุก 4 รถบรรทุก ไร้เอกสารนำเข้า-เคลื่อนย้าย
Economic บุกยึดเอ็นโคแช่แข็ง 12.6 ตัน ซุก 4 รถบรรทุก ไร้เอกสารนำเข้า-เคลื่อนย้าย
ไทย-ญี่ปุ่น เร่งเครื่องเกษตรอัจฉริยะ ดันสหกรณ์-ฟาร์มสัตว์น้ำใช้เทคโนโลยี ลดต้นทุนรับโลกร้อน
Economic ไทย-ญี่ปุ่น เร่งเครื่องเกษตรอัจฉริยะ ดันสหกรณ์-ฟาร์มสัตว์น้ำใช้เทคโนโลยี ลดต้นทุนรับโลกร้อน
ดูทั้งหมด

เปิด 4 ธีมลงทุนปี’68 รับมือ “ทรัมป์”-หุ้นไทยลุ้น 1,600 จุด

02 ม.ค. 2568 | 19:05น.
Theme เปิด 4 ธีมลงทุนปี’68 รับมือ “ทรัมป์”-หุ้นไทยลุ้น 1,600 จุด

ตลาดการลงทุนในปี 2568 ยังคงมีหลายปัจจัยและหลายความเสี่ยงที่นักลงทุนยังต้องติดตาม โดยเฉพาะการขึ้นดำรงตำแหน่งของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่นักลงทุนคงจะต้องปรับพอร์ตเพื่อรับมือ มองหาตลาดที่คาดว่าจะได้ประโยชน์ในครั้งนี้

4 ธีมลงทุนน่าสนใจปี’68

โดย “ชยนนท์ รักกาญจนันท์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน (บลน.) ฟินโนมีนา กล่าวว่า ทิศทางการลงทุนในปีหน้า จะต้องติดตามนโยบายต่าง ๆ ของทรัมป์ ในระยะสั้นอาจจะทำให้ดัชนีหุ้นทั่วโลกผันผวน ส่วนโอกาสการลงทุนมองว่าแบ่งได้ 4 ธีมหลัก ได้แก่

1.การลงทุนใน AI โดยมองว่าปี’68 บริษัทที่สามารถนำ AI ไปประกอบธุรกิจและทำให้ยอดขายโตได้ หรือนำ AI ไปอยู่ในกระบวนการทำงาน แล้วสามารถลดต้นทุนได้ โดยบริษัทที่จะได้ประโยชน์ มอง NVIDIA, Microsoft, Alphabet เป็นต้น

2.พลังงานสะอาด (Clean Energy) และ ESG แม้ว่าวาระเรื่องสิ่งแวดล้อมและลดการปล่อยคาร์บอนในสหรัฐจากนโยบายทรัมป์ จะน้อยลง แต่ผู้ที่นำวาระในโลก คือ ยุโรป ซึ่งเชื่อว่า การเก็บภาษีคาร์บอน เทรนด์ ESG จะมีอยู่ทั่วโลกแม้สหรัฐจะไม่เข้าร่วม มองบริษัทได้ประโยชน์ เช่น Tesla, Nextera Energy, First Solar ของยุโรป, BYD ของจีน เป็นต้น

3.Health Tech & Biotechnology โดยมองว่า AI จะเข้ามาช่วยวงการการแพทย์ได้ค่อนข้างมาก เช่น การวินิจฉัยโรค ทำยีนบำบัด หรือการรักษาโรคที่ซับซ้อนมองว่า AI จะช่วยได้ โดยบริษัทที่ใช้ AI ช่วยการค้นคว้าน่าจะได้ประโยชน์ เช่น Eli Lilly, Vertex, Teladoc เป็นต้น

4.มองว่าทรัมป์น่าจะให้การสนับสนุนด้านนโยบายที่เกี่ยวข้องกับ Cryptocurrency โดยเฉพาะที่มีกระแสข่าวการจัดตั้งกองทุนบิตคอยน์ จะทำได้หรือไม่ สำหรับหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ Crypto เช่น หุ้น Microstrategy ที่ถือ BTC ค่อนข้างมาก

“ในปี’68 จะต้องจับตาว่า จะมีบริษัทจดทะเบียนใน S&P 500 ที่มีเงินสดเหลือเข้าไปลงทุนบิตคอยน์แบบที่ Microstrategy จะเพิ่มขึ้นหรือไม่ด้วย”

กสิกรฯแนะรอจังหวะหุ้นสหรัฐ

ขณะที่ “วิน พรหมแพทย์” ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย จำกัด มองว่า หุ้นสหรัฐในปี 2568 น่าจะไปต่อได้ และน่าจะทำให้ภาพใหญ่ของตลาดหุ้นทั่วโลกน่าจะไปต่อได้เช่นกัน จากปัจจัยดอกเบี้ยขาลงของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และเศรษฐกิจสหรัฐ ยังมีแนวโน้มเติบโตได้ รวมถึงการอัดฉีดมาตรการเพิ่มเติมของทรัมป์ เช่น การลดภาษี ที่เป็นปัจจัยสนับสนุนตลาดหุ้นสหรัฐ อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นแรง โดย P/E ขึ้นมาที่ 22 เท่า จึงต้องลงทุนอย่างระมัดระวัง

“ในปี’68 หากตลาดหุ้นสหรัฐ ย่อตัว แนะนำเป็นจังหวะเข้าซื้อ อย่างไรก็ตาม ยังแนะนำให้เน้นหุ้นต่างประเทศที่เป็นการกระจายหุ้นทั่วโลก นอกจากนี้ ยังมองการลงทุนในกลุ่มกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาลง ซึ่งมองไปที่กลุ่มการเติบโตในดาต้าเซ็นเตอร์ ที่น่าสนใจ”

ทิสโก้เชียร์หุ้น กลาง-เล็ก สหรัฐ

“สาห์รัช ชัฏสุวรรณ” กรรมการผู้จัดการ บลจ.ทิสโก้ กล่าวว่า ปี 2568 ตลาดหุ้นสหรัฐ น่าสนใจจากเทรนด์ดอกเบี้ยที่เป็นขาลง และนโยบายทรัมป์ ที่โปรโมตเศรษฐกิจในประเทศมากขึ้น อย่างไรก็ตาม จาก Valuation ราคาที่ค่อนข้างตึงตัว โดยเฉพาะกลุ่มบิ๊กเทค หุ้น 7 นางฟ้าที่ราคาดีดไปค่อนข้างสูง แต่ทิสโก้มองว่า หุ้นอื่น ๆ ที่ไม่ใช่หุ้นขนาดใหญ่ ราคายังไม่สูงมากนัก เช่น หุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก เป็นต้น ถือว่าน่าลงทุน

“หากนักลงทุนรับความเสี่ยงได้สูง แนะนำลงทุนในตลาดหุ้น 60% และตราสารหนี้โลก 40% โดยแบ่งเป็นหุ้นไทย 20% และตลาดหุ้นต่างประเทศ 80% ซึ่งแบ่งเป็นหุ้นสหรัฐ และที่เหลือเป็นตลาดฝั่งเอเชีย เช่น อินเดีย ไต้หวัน เกาหลี เป็นต้น”

“จิตตะ เวลธ์” มองหุ้นจีนเด่น

ด้าน “ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.จิตตะ เวลธ์ ประเมินว่า ภาพรวมตลาดหุ้นโลกปี 2568 จะยังสดใสต่อเนื่อง โดยเทรนด์ยังเป็นนโยบายการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของประเทศต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม อาจจะมีความผันผวนของนโยบายฝั่งสหรัฐที่มีทรัมป์ เป็นประธานาธิบดี ซึ่งจะส่งผลต่อไปถึงการค้า สงครามในตะวันออกกลาง และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั่วโลก

โดยนโยบายต่าง ๆ ของทรัมป์ อาจจะทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐได้รับประโยชน์ ส่วนประเทศต่าง ๆ อาจจะได้รับผลกระทบ ทั้งไทย ในเรื่องการส่งออกไปที่สหรัฐ จีนที่จะได้ผลกระทบหากมีการปรับขึ้นภาษี 60% ส่วนเศรษฐกิจจีนน่าจะเริ่มดีขึ้น จากวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ที่เริ่มคลี่คลาย

โดยจีนเตรียมนโยบายทั้งการคลังและการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้น เพื่อเตรียมรับมือสงครามการค้า และจะมีการพึ่งพิงนำเข้า-ส่งออกลดลง รวมถึงพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศเป็นหลัก พร้อมกันนี้ จีนจะกลับมากระตุ้นให้นักลงทุนในประเทศกลับมาซื้อหุ้น หลังจากที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติขายหุ้นจีนออกมาจำนวนมาก ทำให้ดัชนีปรับตัวลดลงในช่วงปีที่ผ่านมา

“มองว่าในปี’68 ตลาดหุ้นจีนเป็นดาวเด่นได้ จากราคาที่ถูก และรัฐบาลน่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น โดยกลุ่มที่น่าสนใจ ได้แก่ กลุ่มธุรกิจอุปโภคบริโภคในประเทศ ซึ่งแม้ว่าจะมีวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ แต่ธุรกิจกินใช้และอาหาร ยังเติบโตได้ดี, กลุ่มเฮลท์แคร์ เนื่องจากภาครัฐลดการพึ่งพิงยาจากสหรัฐ แล้วผลิตเอง รวมถึงมีนโยบายให้ซื้อยาในประเทศ, กลุ่มพลังงานสะอาด ซึ่งภาครัฐบาลสนับสนุน”

หุ้นไทยลุ้น 1,500-1,600 จุด

ส่วนตลาดหุ้นไทยปี’68 “ตราวุทธิ์” ประเมินว่า จะอยู่ในทิศทางไซด์เวย์อัพ และน่าจะปรับขึ้นถึง 1,600 จุดได้ จากเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศไทยมีแนวโน้มที่ดีขึ้น และนโยบายดอกเบี้ยเริ่มอยู่ในเทรนด์เดียวกับทั่วโลกที่เริ่มปรับลดลง ดังนั้นต้นทุนกู้ยืมต่าง ๆ จะเริ่มลดลง เศรษฐกิจมีการขยายตัวที่ดีขึ้น มีนโยบายที่กระตุ้นจากทางภาครัฐ

“ตลาดหุ้นไทยในปัจจุบันราคายังไม่ได้แพงมาก น่าจะพอไปต่อได้ มองว่ากลุ่มท่องเที่ยวและที่เกี่ยวข้องกับภาคบริการน่าสนใจ จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะเข้ามามากยิ่งขึ้น ส่วนการบริโภคในประเทศมองว่าค่อนข้างอิ่มตัว”

ขณะที่ “วิน” มองว่า ในปี 2568 หุ้นไทยน่าจะมีอัพไซด์ไม่มากนัก คาดอยู่ที่ระดับ 1,500-1,550 จุด โดยกำไรบริษัทจดทะเบียน (EPS) คาดเติบโต 5-7% หรือกำไรต่อหุ้นที่ 95 บาท และคาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะปรับลดดอกเบี้ย 1-2 ครั้งในปี 2568

“ครึ่งแรกของปี 2568 คาดว่า ตลาดหุ้นไทยจะแกว่งไซด์เวย์ ในช่วง 1,300-1,450 จุด ซึ่งต้องติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลอีกครั้ง ทั้งนี้ หุ้นที่แนะนำเน้นกลุ่มที่มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง (Dividend Yield) เช่น กลุ่มธนาคารพาณิชย์ และกลุ่มสื่อสาร เป็นต้น” ประธานกรรมการบริหาร บลจ.กสิกรไทยกล่าว